ทารก

โภชนาการสำหรับเด็กทารก

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
Istock 669694964 %281%29

โภชนาการสำหรับเด็กทารก

โภชนาการที่ดีเป็นรากฐานที่สำคัญของการมีสุขภาพดีตลอดชีวิต โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเจริญเติบโตตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงเด็กอายุ 5 ปี เนื่องจากการเจริญเติบโตมีทั้งด้านสมองและร่างกาย การเจริญเติบโตของเด็ก จึงถือเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญต่อสุขภาพโดยรวมทั้งทางด้านสติปัญญา พัฒนาการ และการเจ็บป่วย การขาดอาหารในเด็ก มีผลเสียถึง 4 ช่วงอายุ คือปัจจุบัน วัยเรียน วัยผู้ใหญ่ และวัยชรา ตลอดจนส่งผลต่อรุ่นลูกรุ่นหลาน เป็นวงจรต่อไปเรื่อย ๆ ดังนั้นการตระหนักและให้ความสำคัญในช่วงวัยดังกล่าวจึงมีความสำคัญมาก

ความสำคัญของโภชนาการเด็กวัยทารก

วัยทารก หมายถึง เด็กที่มีอายุตั้งแต่ 1-12 เดือน เป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตและพัฒนาการรวดเร็วกว่าวัยอื่น ๆ โดยน้ำหนักของเด็กทารกแรกเกิดของทารกไทย จะมีน้ำหนักประมาณ 2,500-3,990 กรัม  โดยทั่วไปช่วง 3-5 วันหลังคลอด ทารกจะมีน้ำหนักตัวลดลงไม่เกินร้อยละ 5-10 ของน้ำหนักแรกเกิด น้ำหนักตัวของทารกจะกลับคืนมาเท่ากับเมื่อแรกเกิด 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นวันละ 20-30 กรัมต่อวัน และทารกแรกเกิดมีความยาวประมาณ 45-50  เซนติเมตร เมื่อเปรียบเทียบร่างกายช่วงบนและช่วงล่าง (upper : lower segment ratio) คือ 1.7 : 1 เส้นรอบศีรษะประมาณ 33-33.5 เซนติเมตร สมองของทารกเมื่ออายุครรภ์ 30 สัปดาห์ จะมีเซลล์ประสาทครบ หลังจากนั้นจะเป็นการขยายตัวเพิ่มขนาดหรือน้ำหนักของสมอง ทารกแรกเกิดจะมีสมองขนาดเท่ากับร้อยละ 25 ของสมองผู้ใหญ่ที่เจริญเต็มที่ (พิมพาภรณ์, 2555) ดังนั้นทารกควรได้รับสารอาหารที่เพียงพอเพื่อใช้ในการเจริญเติบโต ประกอบกับเด็กวัยทารกเป็นวัยที่เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็ก แต่ทารกยังไม่สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยตนเอง ไม่สามารถสื่อความรู้สึกและความต้องการได้ชัดเจนจากข้อจำกัดทางภาษา ทารกจึงต้องได้รับการสร้างเสริมสุขภาพและภาวะโภชนาการที่เหมาะสมจากผู้ดูแลเป็นพิเศษ

ปริมาณพลังงานและสารอาหารสำหรับเด็กวัยทารก

ทารกต้องการการเลี้ยงดูด้วยนมแม่ และดูแลให้ได้รับสารอาหารที่เพียงพอกับความต้องการดูแลด้านโภชนาการ เพื่อให้ทารกมีเจริญเติบโตตามวัยและส่งผลให้พัฒนาการที่ดี จึงต้องดูแลให้ทารกได้รับอาหารครบถ้วนทั้งชนิดและปริมาณตามที่ร่างกายต้องการ

  • ความต้องการพลังงาน เด็กทารกจะต้องการพลังงานต่อหนึ่งหน่วยน้ำหนักมากกว่าวัยอื่น ๆ คือ

100-120 แคลอรีต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม (พิมพาภรณ์, 2555) หรือสามารถคำนวณได้จากความต้องการพลังงานในแต่ละวัน (estimated energy requirements) ของเด็กทารกในแต่ละช่วงวัย (Wardlaw and Smith, 2011) จากสูตร

[89 Kcal x น้ำหนักตัวของทารก (กิโลกรัม)] + 75 (สำหรับทารกอายุ 0-3 เดือน)

[89 Kcal x น้ำหนักตัวของทารก (กิโลกรัม)] + 44 (สำหรับทารกอายุ 4-6 เดือน)

[89 Kcal x น้ำหนักตัวของทารก (กิโลกรัม)] – 78 (สำหรับทารกอายุ 7-12 เดือน)

ซึ่งจะเห็นได้ว่าทารกมีความต้องการพลังงานมากในช่วงแรกเกิด เพราะทารกมีการเจริญเติบโตเร็วกว่า แต่ทารกก็ยังคงมีปัญหาในเรื่องการย่อยอาหาร ดังนั้นในช่วง 6 เดือนแรก ทารกจะได้รับสารอาหารพอเพียงจากนมแม่ที่มีสุขภาพดี หรือนมดัดแปลงสำหรับทารกในกรณีที่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ โดยน้ำนมแม่จะเพียงพอต่อการเติบโตของทารกจนถึงอายุประมาณ 6 เดือน ดังแสดงในตารางที่ 2.8 หลังจากนั้นทารกจำเป็นต้องได้รับพลังงานและสารอาหารบางชนิดเพิ่มในรูปอาหาเสริม เพื่อฝึกให้ทารกรู้จักอาหารอื่นนอกจากนม และฝึกทักษะในการกลืนอาหาร ซึ่งจะช่วยได้ทารกกินอาหารทดแทนนมได้ 1 มื้อเมื่ออายุครบ 6 เดือน แต่ในกรณีที่การเจริญเติบโตของทารกมีแนวโน้มลดลง (น้ำหนักตัวเพิ่มน้อยหรือไม่เพิ่ม) หรือไม่สามารถให้นมแม่ได้อย่างเต็มที่ อาจให้อาหารเสริมสำหรับทารกก่อนอายุ 6 เดือนได้แต่ไม่ควรก่อนอายุ 4 เดือน

ตาราง ความต้องการพลังงานต่อวันจากอาหารสำหรับเด็กวัยทารก

อายุ ความต้องการพลังงานของทารก (แคลอรี/วัน) พลังงานจากนมแม่ พลังงานจากอาหารเสริม
(เดือน) (แคลอรี/วัน) (แคลอรี/วัน)
0-2 512 595* 0
3-5 575 634* 0
6-8 632 413 219
9-11 702 379 323

หมายเหตุ : *นมแม่ปริมาณมาก (high breast milk intake)

ที่มา : อุมาพร และคณะ 2552

นอกจากพลังงานแล้วทารก ควรได้รับสารอาหารครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ในปริมาณที่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ดังแสดงในตารางที่ 2.9 ซึ่งได้จากการกินอาหารที่หลากหลาย ได้แก่  ข้าว  แป้ง  เนื้อสัตว์ ไข่ นม ถั่ว ผักและผลไม้เป็นประจำทุกวัน เนื่องจากในผักและผลไม้วิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อความต้องการของทารก แสดงในตารางที่ 2.10 เพื่อเสริมสร้างเซลล์และระบบภูมิคุ้มกันต่าง ๆ

ตาราง   ปริมาณโปรตีน และสัดส่วนของพลังงานคาร์โบไฮเดรตและไขมันที่ควรได้รับจากอาหารสำหรับเด็กวัยทารกตามกลุ่มอายุ

อายุ (เดือน) โปรตีน (กรัม/วัน) ไขมัน (ร้อยละของพลังงานทั้งหมด) คาร์โบไฮเดรต(ร้อยละของพลังงานทั้งหมด)
ความต้องการของทารก โปรตีนใน โปรตีนจากอาหารเสริม
นมแม่
8-Jun 12.5 7.1 5.4 30-45 45
11-Sep 14.4 6.5 7.9 30-45 45

ที่มา : อุมาพร  และคณะ, 2552

2) อาหารเสริมสำหรับทารก (complementary food) หมายถึง อาหารอื่นที่ทารกได้รับเป็นมื้อ

นอกเหนือจากนมแม่หรือนมผสม เพื่อให้ทารกได้รับสารอาหารครบถ้วนและพอเพียงสำหรับการเจริญเติบโต ช่วยให้ทารกปรับตัวจากการกินอาหารเหลวเป็นอาหารกึ่งแข็งกึ่งเหลว (semisolid food) และอาหารแบบผู้ใหญ่ เพื่อให้มีพัฒนาการในการกินที่เหมาะสมต่อไป (อุมาพร และคณะ, 2552) โดยตั้งแต่ปี ค.ศ. 2002 (พ.ศ. 2545) องค์การอนามัยโลกได้กำหนดให้เริ่มให้อาหารเสริมครั้งแรกแก่ทารกเมื่ออายุ 6 เดือนขึ้นไป ในทารก 4-6 เดือน ที่ได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวแต่น้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์ ทั้งที่ได้รับนมแม่อย่างเหมาะสม และทารกยังแสดงอาการหิว ให้พิจารณาให้อาหารเสริมเพิ่มเติม แต่ไม่ให้บ่อยมากเกินไปจนได้นมแม่ลดลง หรือทำให้เกิดการหย่านมแม่เร็วเกินไป

ตาราง ปริมาณวิตามินและเกลือแร่ที่ทารกต้องการต่อวัน ตามกลุ่มอายุ

วิตามินเอ (ไมโครกรัม) 63 92
วิตามินดี (ไมโครกรัม) 4.6 4.7
วิตามินอี (มิลลิกรัม) 3.4 3.6
วิตามินเค (ไมโครกรัม) 1.1 1.2
วิตามินซี (มิลลิกรัม) 8 10.4
วิตามินบี 1 (มิลลิกรัม) 0.2 0.2
วิตามินบี 2 (มิลลิกรัม) 0.2 0.2
ไนอะซีน (มิลลิกรัม) 3 3.1
วิตามินบีหก (มิลลิกรัม) 0.2 0.2
โฟเลต (ไมโครกรัม) 22.7 27.6
วิตามินบี 12 (ไมโครกรัม) 0 0
กรดแพนโททีนิก (มิลลิกรัม) 0.6 0.7
แคลเซียม (มิลลิกรัม) 81.3 97.5
ฟอสฟอรัส (มิลลิกรัม) 180.6 188.8
แมกนีเซียม (มิลลิกรัม) 6.4 8.4
ฟลูออไรด์ (มิลลิกรัม) 0.4 0.4
ไอโอดีน (ไมโครกรัม) 15.9 22.2

ที่มา : อุมาพร และคณะ, 2552

สารอาหาร/วัน 6-8 เดือน 9-11 เดือน
เหล็ก (มิลลิกรัม) 9.1 9.1
ทองแดง (ไมโครกรัม) 51.5 66
สังกะสี (มิลลิกรัม) 2.2 2.3
ซีลีเนียม (ไมโครกรัม) 6.5 7.7
แมงกานีส (มิลลิกรัม) 0.6 0.6

ข้อแนะนำและวิธีการให้อาหารเสริมสำหรับทารก

  1. ข้อแนะนำในการให้อาหารเสริมสำหรับทารก
    • ให้ทารกได้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและหลากหลาย เพื่อให้พลังงานและสารอาหารครบถ้วนและเพียงพอกับความต้องการของทารก ได้แก่ ข้าว เนื้อสัตว์ ปลา ตับ ไข่ ผัก และผลไม้เป็นประจำทุกวัน ให้ไขมันให้เพียงพอ ดังแสดงในตารางที่ 2.11
    • กินผักและผลไม้ทุกวันและกินให้หลากหลายชนิด โดยเฉพาะผักใบเขียวและผักสีส้ม เช่น ตำลึง ผักบุ้ง ผักกาดขาว ฟักทอง แครอท เป็นต้น ผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น กล้วยน้ำว้า มะละกอสุก ส้ม เป็นต้น ผักและผลไม้ เป็นแหล่งของแร่ธาตุ วิตามิน และใยอาหาร
    • กินเนื้อสัตว์ทุกวัน เนื้อสัตว์ต่าง ๆ เช่น หมู ไก่ ปลา และตับ เป็นอาหารที่มีโปรตีนและธาตุเหล็กสูง
    • ให้นมแม่ต่อเนื่องถึงอายุ 2 ปี สำหรับเด็กอายุ 1-2 ปี ควรเสริมนมดัดแปลงสูตรต่อเนื่องหรือนมวัวรสจืด วันละ 2 แก้ว
    • ใช้น้ำมันในการประกอบอาหาร เพื่อเป็นแหล่งพลังงานและกรดไขมันจำเป็นควรใช้น้ำมันพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการดี เช่น น้ำมันร่ำข้าว และน้ำมันถั่วเหลืองเป็นต้น
    • ให้กินอาหารรสธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งรสอาหารด้วยน้ำตาล น้ำผึ้ง ผงชูรส และผงปรุงรส ไม่ควรให้อาหารรสหวานจัด มันจัด เค็มจัด เนื่องจากอาหารที่มีรสหวานและมันเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน ฟันผุ และไขมันในเลือดสูง อาหารที่มีรสเค็มจัดหรือมีโซเดียมสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง
    • ดื่มน้ำสะอาด ไม่ให้เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน ชา และน้ำผลไม้ที่เติมน้ำตาล เป็นต้น
    • เลือกอาหารว่างที่มีคุณภาพ ซึ่งประกอบด้วยอาหารหลายหมู่ หรือผลไม้ตามฤดูกาล หลีกเลี่ยงขนมที่มีรสจัด มันจัด เค็มจัด และขนมที่เหนี่ยวติดฟัน (อุมาพร และคณะ, 2552)

ตาราง ประเภทและปริมาณอาหารเสริมที่เด็กทารกควรได้รับใน 1 วัน

อายุ อาหาร ข้าว ไข่ เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้
 (เดือน)
0-6 แรกเกิดถึง 6 เดือน ให้กินนมแม่เพียงอย่างเดียว หลังจากนั้นจึงเริ่มให้อาหารเสริมเนื่องจากทารกต้องการพลังงาน แร่ธาตุ และวิตามินเพิ่มขึ้น ควรเริ่มอาหารทีละอย่างและทีละน้อย ๆ โดยเริ่ม 1 ช้อนเล็กแล้วค่อยเพิ่มปริมาณขึ้น ถ้าทารกปฏิเสธไม่ยอมรับอาหารใดให้เว้นไป 3-4 วัน แล้วกลับมาป้อนใหม่
6 กินนมแม่และอาหาร 1 มื้อ ข้าวบดละเอียดกับน้ำแกงจืดสลับไข่แดง ปลา ตับ ผักบด และกล้วยสุกครูด หรือผลไม้ ข้าวบดละเอียด 3 ช้อนกินข้าว ไข่แดง สลับกับตับบด 1 ช้อนกินข้าวหรือปลาบด 2 ช้อนกินข้าว ผักบด ¾ ช้อนกินข้าว ผลไม้สุก 1-2 ชิ้น
ครึ่งฟอง
7 กินนมแม่และอาหาร 1 มื้อ ข้าวบดละเอียดกับน้ำแกงจืดเพิ่มไข่ทั้งฟอง ปลา เนื้อสัตว์บด ผักหั่น และผลไม้ ข้าวบด 4 ช้อนกินข้าว ไข่ทั้งฟอง สลับเนื้อสัตว์ต่าง ๆ บด 2 ช้อนกินข้าว ผักบด ¾ ช้อนกินข้าว ผลไม้สุก 1-2 ชิ้น
8-9 กินนมแม่และอาหาร 2 มื้อให้อาหารเหมือน 7 เดือน แต่เพิ่มปริมาณให้มากขึ้น และอ่อนนุ่มข้นขึ้น ข้าวหุงนิ่ม 5 ช้อนกินข้าว ไข่ทั้งฟอง ให้สลับกันไปและเพิ่มปริมาณให้มากขึ้น ผักหั่น 2 ช้อนกินข้าว ผลไม้สุก 3-4 ชิ้น
10-12 กินนมแม่และอาหาร 3 มื้อให้อาหารเหมือนเดือนก่อนๆ เพิ่มให้ปริมาณมากขึ้นอาหารหลากหลายชนิดและอาหารเริ่มหยาบและเพิ่มชิ้นเล็กๆ ข้าวหุงนิ่ม 5 ช้อนกินข้าว ไข่ทั้งฟอง ให้สลับกันไปและเพิ่มปริมาณให้มากขึ้น ผักหั่น 2 ช้อนกินข้าว ผลไม้สุก 3-4 ชิ้น
1-1 ¾ ปี อาหาร 3 มื้อ นม 3 มื้อ มีสารอาหารครบเหมือนผู้ใหญ่ โดยอาหารสุกอ่อนนุ่มเป็นชิ้นเล็กๆ ให้เคี้ยวได้ เด็กเริ่มใช้ช้อนตักเองแต่ยังหกอยู่ ต้องปล่อยให้เด็กช่วยตัวเองในการตักอาหาร ให้เด็กนั่งโต๊ะกินร่วมกับผู้ใหญ่เพื่อค่อย ๆ ฝึกวินัย

ที่มา : ฝ่ายโภชนาการ โรงพยาบาลศิริราช, 2555ก

วิธีการให้อาหารเสริมสำหรับทารกที่เหมาะสม

1) ป้อนอาหารทารกด้วยความนุ่มนวล และคอยช่วยเหลือทารกที่โตพอจะกินได้เองแล้วให้กินอาหารได้อย่างปลอดภัยจากการสำลัก ผู้ป้อนควรไวต่อการรับรู้สัญญาณที่แสดงถึงความหิวและอิ่มของทารก

2) คอยกระตุ้นให้ทารกกินอาหาร แต่ไม่ควรบังคับหรือป้อนนานเกินไป แต่ละมื้อควรใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที และไม่ควรนานเกิน 30 นาที

3) ถ้าทารกปฏิเสธการให้อาหารบางอย่าง ให้ทดลองเปลี่ยนวิธีการปรุงอาหาร โดยนำอาหารหลายชนิดมาผสมกัน เพื่อให้ได้ความหยาบละเอียดและรสชาติตามที่ทารกต้องการ

4) ขณะที่ทารกกินอาหาร ควรลดสิ่งล่อใจที่ทำให้เด็กทารกหันไปสนใจมากกว่าอาหารที่กำลังกินอยู่ เช่น ไม่ควรให้ดูโทรทัศน์ หรือเดินป้อนอาหาร เป็นต้น ควรฝึกให้นั่งกินอาหารที่โต๊ะอาหาร

5) ผู้ป้อนอาหารควรเป็นคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับทารก  ควรสบตาและพูดคุยกับทารกตลอดเวลาที่ป้อนอาหาร ควรระลึกไว้เสมอว่าการให้อาหารเป็นอีกวิธีหนึ่งในการกระตุ้นการเรียนรู้ การให้ความรัก และการเชื่อมความสัมพันธ์ (อุมาพร และคณะ, 2552)

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "พื้นฐานโภชนบำบัด" โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อัจฉรา ดลวิทยาคุณ จากสำนักพิมพ์โอเดียนสโตร์

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่