แมวเลือดกำเดาไหล

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 16, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,324,883 คน

การที่แมวมีเลือดกำเดาไหลนั้นเกิดจากหลายสาเหตุด้วยกัน หนึ่งในนั้นก็คือ การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ– ภาวะที่เลือดไม่แข็งตัวดังที่สมควรจะเป็น แต่ก็ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ที่แมวเลือดกำเดาไหลที่อาจเป็นไปได้: บาดแผลหรือการบาดเจ็บที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าเช่น การโดนงูกัด มะเร็งที่อวัยวะ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือโรคอื่น ๆ กล่าวคือถ้าไม่คำนึงถึงสาเหตุ นี่เป็นอาการที่ต้องได้รับการตรวจจากสัตวแพทย์อย่างทันท่วงที

การวินิจฉัยโรค

อาจจะต้องมีการทดสอบหลายต่อหลายอย่างเพื่อระบุว่าอะไรเป็นสาเหตุของเลือดกำเดาไหล เริ่มแรกสัตวแพทย์จะต้องการรู้ว่าแมวของคุณมีอาการของภาวะโลหิตจางหรือไม่ ถ้ามี อาการของมันอยู่ในขั้นใด แพทย์จะทำการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดรวมถึงการแปลผลทางเคมีของเลือด การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การตรวจเพื่อบอกถึงความสมดุลของเกลือแร่ในเลือด และการตรวจปัสสาวะสัตวแพทย์จะทำการทดสอบเพื่อระบุว่าจำนวนเกล็ดเลือดนั้นปกติหรือไม่ และดูว่าเป็นโรคไขสันหลังหรือไม่ จะต้องมีการตรวจหาการแข็งตัวของเลือดเพื่อระบุว่าสาเหตุของเลือดที่ไหลไม่หยุดนั้นมีการเป็นลิ่มหรือไม่

จะมีการตรวจการทำงานของไทรอยด์เพื่อที่แพทย์อาจจะระบุได้ว่ามีหลักฐานว่าเป็นโรคไข้พุพองเทือกเขาร็อกกี้หรือไม่ คุณจะต้องให้ประวัติทางการแพทย์และกิจกรรมที่ทำล่าสุดทั้งหมดของแมว อาจจะมีการให้ทำการเอ็กซเรย์ และ CAT สแกนร่วมอีกด้วย

การรักษา

ถ้าแมวของคุณประสบกับปัญหาเลือดไม่แข็งตัว แมวจะต้องอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษาต่อไป ถ้าปัญหาการแข็งตัวของเลือดนั้นมีสาเหตุมาจากโรคตับ โรคนั้นจะต้องได้รับการรักษา อย่าให้ยาต้านการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาอื่น ๆ โดยไม่ได้ปรึกษาสัตวแพทย์ของคุณก่อน ถ้าสาเหตุของความผิดปกตินั้นเป็นเรื่องการเป็นลิ่มของเลือดหรือโรคเลือดออกง่ายหยุดยาก สิ่งจำเป็นมาก คือ การถ่ายเลือด ถ้าพบว่าแมวของคุณเป็นโรคโลหิตจาง แต่การที่เลือดออกมีสาเหตุอื่นนอกเหนือจากการแข็งตัวของลิ่มเลือด แมวจะต้องได้รับการถ่ายเลือด ถ้าสาเหตุถูกระบุว่ามาจากปัญหาการเป็นลิ่มของเลือด จะมีการสั่งจ่ายยาต้านการอักเสบชนิดโพรนิโซนให้กับแมว สำหรับโรคที่มีการติดเชื้อ จะมีการสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะที่ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียเป็นระยะเวลามากกว่า 3 - 6 สัปดาห์ สำหรับการเกิดเนื้องอกที่ไขสันหลังจะต้องมีการบำบัดด้วยคีโมหรือการฉายรังสี ถ้าเลือดที่ออกมีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย สัตวแพทย์จะสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะให้

ถึงแม้ว่าการที่มีเลือดออกมีสาเหตุมาจากอาการที่มีสาเหตุที่เกิดขึ้นในรูจมูก ถ้าเลือดออกมาจากเนื้องอกในรูจมูก สัตวแพทย์จะทำการระบุถึงแผนการรักษา การฉายรังสีก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกของการรักษาที่อาจเป็นไปได้ แต่ถ้าการเลือดออกมีสาเหตุมากจากวัตถุแปลกปลอมอยู่ในรูจมูกที่ไม่สามารถเอาออกได้ด้วยเครื่องมือที่ใช้เฉพาะการผ่าตัดจึงเป็นสิ่งจำเป็น ถ้าพบว่ามีเชื้อราในรูจมูก จะต้องมีการผ่าตัดเพื่อเอาเชื้อราออกมาจำนวนหนึ่งก่อน เพื่อจะได้ทำการรักษาต่อไป สำหรับการติดเชื้อรา สัตวแพทย์จะทำการสั่งจ่ายยาสำหรับเชื้อรานั้น ๆ ไว้ทาในโพรงจมูก

การบริหารและการใช้ชีวิต

ในกรณีของการตกเลือดที่ถึงขั้นร้ายแรง แมวควรจะถูกขังในกรงเพื่อลดความดันโลหิตและส่งเสริมให้เลือดเกิดการเป็นลิ่ม สเปรย์ที่ใช้สำหรับฉีดจมูกที่ทำจากสารละลายของอิพิเนฟริน (โดยได้รับการรับรองโดยสัตวแพทย์) อาจจะช่วยได้ เมื่อแมวของคุณกลับมาถึงบ้าน คุณควรจะให้แมวได้รับการผ่อนคลายไม่ให้ตื่นเต้น ป้องกันการเกิดตกเลือดขึ้น สัตวแพทย์จะให้ความรู้เกี่ยวกับอะไรที่คุณควรจะต้องระวังในกรณีที่เกิดการตกเลือดขึ้น เช่น ความอ่อนแรง การล้มพับ อาการซีด หรือการสูญเสียเลือดที่มากเกินไป

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม