Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

ความดันเลือดที่ปกติ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,811,612 คน

ความดันเลือดที่ปกติ

สถาบันสุขภาพแห่งชาติได้มีการปรับปรุงคู่มือแนวทางการป้องกันและรักษาโรคความดันโลหิตสูง และได้มีการเปลี่ยนแปลงคำนิยามของคำว่าระดับความดันโลหิตที่ปกติซึ่งจะทำให้ผู้ที่เคยมีความดันอยู่ในเกณฑ์ปกตินั้นกลายเป็นผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงทันที ต่อไปนี้เป็นบทสรุปจากรายงานดังกล่าว

- สิ่งที่เคยจัดว่าเป็นความดันปกติ หรือปกติค่อนสูง (ความดันโลหิตตัวบนที่ 120-139 มิลลิเมตรปรอทและความดันตัวล่างที่ 80-89 มิลลิเมตรปรอท) นั้นจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มก่อนเป็นโรคความดันโลหิตสูง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจเบาหวาน เริ่มต้นที่ 644 บาท

ด้วยไลฟ์สไตล์ ทำให้คนไทยเป็นเบาหวานมากขึ้น และกว่า 40% ไม่รู้ว่าตนเองเป็นเบาหวาน เพราะฉะนั้นควรตรวจเบาหวานอย่างน้อยปีละครั้ง

Istock 908625742

นี่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเพราะอยู่ๆ ผู้เชี่ยวชาญก็กลับต้องบอกผู้ป่วยหลายล้านคนที่เคยเข้าใจมาตลอดว่าตัวเองนั้นแข็งแรงดีว่าพวกเขาจัดอยู่ในกลุ่มก่อนที่จะเป็นโรคความดันโลหิตสูง แต่ความคิดที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้ก็คือผู้ป่วยแลพแพทย์จะได้เริ่มการรักษาก่อนที่จะมีความดันโลหิตที่สูงกว่านี้และทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เส้นเลือดสมองตีบและอื่นๆ

ผู้ป่วยในกลุ่มนี้อาจจะยังไม่ต้องรับประทานยา แต่จะเน้นที่การออกกำลังกายเพิ่มขึ้นเช่นเดินเร็ววันละ 30 นาที หลายๆ วันในสัปดาห์ ซึ่งจะช่วยลดความดันโลหิตได้ประมาณ 4-9 มิลลิเมตรปรอท หากคุณมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ การลดน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัมนั้นจะมีค่าเทียบเท่ากับความดันโลหิตตัวบนที่ลดลง 5-20 มิลลิเมตรปรอท การจำกัดการรับประทานโซเดียมให้ไม่เกิน 2.4 กรัมต่อวันก็จะเทียบเท่ากับการลดความดันได้ 2-8 มิลลิเมตรปรอท

- การรอนั้นไม่ช่วยอะไร คุณไม่ควรรอจนกระทั่งระดับความดันของคุณนั้นสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอทซึ่งจัดว่าเป็นกลุ่มความดันโลหิตสูงระดับที่ 1 งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดนั้นจะเริ่มสูงขึ้นตั้งแต่มีระดับความดันอยู่ที่ 115/75 มิลลิเมตรปรอท ไม่ใช่ 140/90 มิลลิเมตรปรอท และความเสี่ยงนั้นจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุกๆ ความดันตัวบนที่เพิ่มขึ้น 20 มิลลิเมตรปรอท และตัวล่างที่เพิ่มขึ้น 10 มิลลิเมตรปรอท
- สังเกตระดับความดันโลหิตตัวบน คู่มือนี้ยังคงเน้นให้ผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีนั้นให้ความสำคัญกับระดับความดันโลหิตตัวบนมากกว่าตัวล่าง และเมื่อคุณสามารถควบคุมให้ตัวบนนั้นอยู่ในช่วงที่เหมาะสมแล้ว ตัวล่างก็มักจะอยู่ในระดับที่เหมาะสมเช่นเดียวกัน
- เริ่มรับประทานยาขับปัสสาวะ หากระดับความดันโลหิตของคุณนั้นสูงกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท คู่มือนี้แนะนำให้เริ่มรับประทานยาลดความดัน โดยกลุ่มแรกที่ควรใช้คือยาขับปัสสาวะกลุ่ม thaizide (chlorothiazide, hydrochlorothiazide) ในช่วงแรกๆ คุณจะมีการปัสสาวะที่เพิ่มมากขึ้นแต่หลังจากนั้นร่างกายมักจะปรับตัวและกลับมามีปัสสาวะปกติได้ภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์

การใช้ยาขับปัสสาวะนั้นยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกัน มีผู้เชี่ยวชาญที่ระบุว่าผู้ป่วยบางกลุ่มนั้นจะมีผลลัพธ์ที่ดีกว่าหากเริ่มรับประทานด้วยยากลุ่มอื่นเช่น ACE inhibitors แต่ในความจริงแล้ว ผู้ป่วยส่วนมากมักต้องรับประทานยา 2 ตัว โดยเฉพาะหากมีโรคประจำตัวอื่นๆ เช่นโรคเบาหวาน โรคไต หรือโรคหัวใจ

- ยาที่ดีที่สุด? แรงกระตุ้น เนื่องจากมันยากที่จะให้ความสนใจกับโรคความดันโลหิตสูงตลอดเวลา เพราะมันไม่มีอาการ และไม่ได้ทำให้เกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น

คู่มือนี้แนะนำให้แพทย์เริ่มสร้างความเชื่อมั่นในผู้ป่วยด้วยการทำความเข้าใจผู้ป่วย ดังนั้นผู้ป่วยจึงควรสอบถามแพทย์หากมีข้อสงสัย ลองขอคำแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานอาหารและการออกกำลังกาย และผลข้างเคียงหรือปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้ยา


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป