Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HD
ความรู้สุขภาพ

กฎใหม่ 2018! ... 5 โรคที่ห้ามขับรถ

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ: 15 เม.ย. 2018 อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2020 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
กฎใหม่ 2018! ... 5 โรคที่ห้ามขับรถ

ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนเป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงอยู่เสมอ เพราะหากไม่ระมัดระวังให้ดี ก็อาจเกิดอันตรายถึงขั้นสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งกับตัวผู้ขับขี่เองและผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ ด้วย นอกจากความไม่ประมาทแล้ว เรื่องสุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้ขับขี่ก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ในการทำใบอนุญาตขับขี่ จึงต้องมีการตรวจสุขภาพและขอใบรับรองแพทย์ก่อน โดยก่อนหน้านี้มีข้อกำหนดไว้ว่าห้ามผู้ที่ป่วยเป็นโรคเท้าช้าง วัณโรค โรคเรื้อน โรคพิษสุราเรื้อรัง และติดยาเสพติดให้โทษ ทำใบอนุญาตขับขี่ รวมถึงผู้มีความผิดปกติของตา เช่น พิการทางสายตา มีต้อหิน ต้อกระจก เป็นตาบอดสี ก็ถูกห้ามไม่ให้ขับขี่รถด้วย

เมื่อเร็วๆ นี้มีกฎหมายใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ภายในปี 2561 นี้ โดยกำหนด 5 โรคเพิ่มเติม ที่ห้ามขับขี่ยานพาหนะ และหากพบภายหลังว่าป่วยเป็นโรคเหล่านี้ ก็สามารถเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ได้ โรคดังกล่าว ได้แก่

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจหาสารเสพติดกลุ่มแอมเฟตามีนจากปัสสาวะ เริ่มต้นที่ 305 บาท

ตรวจหายาบ้า ยาไอซ์ จากปัสสาวะพร้อมใบรับรองแพทย์

Istock 989108042

1. โรคเบาหวานที่มีอาการรุนแรง

ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องรับอินซูลินเป็นประจำ และควบคุมอาการไม่ได้ อาจเกิดน้ำตาลในเลือดลดลงเฉียบพลัน จนวูบหมดสติขณะขับขี่ และเกิดอุบัติเหตุได้

2. โรคลมชัก

ผู้ป่วยโรคลมชักเมื่ออาการกำเริบ อาจเกิดการชักเกร็ง ชักกระตุก หรือนิ่ง เหม่อลอย ทำให้ควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ได้ ข่าวที่ผู้ป่วยโรคลมชักขับรถชนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตก็มีมาแล้ว ดังนั้น โรคลมชักจึงเป็นโรคต้องห้ามโรคหนึ่งสำหรับผู้ขับขี่

3. โรคความดันโลหิตสูง

โรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงกะทันหัน โดยเฉพาะเมื่อต้องพบเจอกับความเครียดบนท้องถนน หากความดันขึ้นสูงมากๆ ก็อาจถึงขั้นหน้ามืดเป็นลม หรือที่ร้ายกว่านั้นคือเกิดเส้นเลือดในสมองแตกได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อทั้งผู้ขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจหาสารเสพติดกลุ่มแอมเฟตามีนจากปัสสาวะ เริ่มต้นที่ 305 บาท

ตรวจหายาบ้า ยาไอซ์ จากปัสสาวะพร้อมใบรับรองแพทย์

Istock 989108042

4. ผู้ที่เคยรับการผ่าตัดสมอง

การผ่าตัดสมองอาจส่งผลต่อการมองเห็น การทรงตัว การกะระยะ และการควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้สำคัญต่อการขับรถทั้งสิ้น เป็นสาเหตุให้ต้องเพิ่มเข้ามาเป็นข้อห้ามอีกข้อหนึ่งนั่นเอง

5. โรคหัวใจ

ผู้ที่เป็นโรคหัวใจและเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด อาจเกิดหัวใจวายหรือหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับความเครียด ความกดดัน และความตื่นเต้นในระหว่างขับรถ ซึ่งจะส่งผลร้ายแรงต่อทั้งตนเองและผู้อื่น

นอกจากนี้ ผู้ที่ต้องการทำใบขับขี่ในปัจจุบันนี้ จะต้องใช้ใบรับรองแพทย์แบบมาตรฐานใหม่ ซึ่งใบรับรองแพทย์จะแบ่งเป็น 2 ส่วน

  • ส่วนที่ 1 เป็นการกรอกข้อมูลทั่วไป โรคประจำตัว ประวัติการรักษา ประวัติอุบัติเหตุและการผ่าตัด ซึ่งต้องกรอกให้ครบตามความเป็นจริง
  • ส่วนที่ 2 เป็นส่วนที่แพทย์ต้องกรอกเพื่อยืนยันว่า ผู้เข้ารับการตรวจไม่มีความพิการ หรือทุพพลภาพทางร่างกาย ไม่มีอาการจิตฟั่นเฟือน ไม่มีอาการพิษสุราเรื้อรัง ไม่มีการติดยาเสพติดให้โทษ และไม่มีอาการของโรคเรื้อน วัณโรค และโรคเท้าช้าง จากนั้นจึงให้แพทย์ผู้ตรวจเซ็นกำกับ

คาดว่าใบรับรองแพทย์แบบใหม่ น่าจะช่วยคัดกรองผู้ป่วยเป็นโรคต้องห้ามสำหรับการขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อการตรวจโรคเพื่อขอทำใบอนุญาตขับขี่เริ่มเข้มงวดขึ้น ในอนาคตอาจต้องมีการเจาะเลือดเพื่อตรวจภาวะเบาหวาน หรือวัดความดันโลหิต เพิ่มเติมจากการตรวจปกติก็ได้


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
อาหารคีโตเจนิก (Ketogenic Diet) สำหรับโรคลมชัก
อาหารคีโตเจนิก (Ketogenic Diet) สำหรับโรคลมชัก

คำอธิบายของอาหารคีโตเจนิกและตัวอย่างรายการอาหาร

ดูในแอป