ความผิดปกติของเส้นประสาทหลาย ๆ เส้นในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,677,116 คน

Polyneuropathies ในแมว

ไม่เหมือนกับระบบประสาทส่วนกลางที่จะประกอบไปด้วย สมองและไขสันหลังที่มีส่วนของกะโหลกคอยปกป้อง เส้นประสาทที่อยู่นอกเหนือจากระบบประสาทส่วนกลางจะมีโอกาสในการสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามาสู่ร่างกายดังนั้นเส้นประสาทเหล่านี้จะค่อนข้างไวต่อการทำลายด้วยสารพิษและการได้รับบาดเจ็บ เส้นประสาทเหล่านี้จะกระจายอยู่ทั่วทั้งร่างกาย โดยจะประกอบไปด้วย เส้นประสาทส่วนสั่งการ ส่วนรับความรู้สึก และเส้นประสาทสมองที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการรู้สึก การเคลื่อนไหว การตอบสนอง และการทำงานของระบบทางเดินอาหาร

Polyneuropathy จะหมายถึงความผิดปกติของเส้นประสาทที่อยู่นอกเหนือระบบประสาทส่วนกลาง

อาการ

  • ความผิดปกติของเส้นประสาทสั่งการ:
    • ขาทั้ง 4 ข้างเป็นอัมพาตและอ่อนแรง
    • พบรีเฟล็กเบา ๆ หรือไม่พบเลย
    • ไม่พบการตึงตัวของกล้ามเนื้อ
    • กล้ามเนื้อฝ่อลีบ
    • กล้ามเนื้อสั่นเกร็ง
  • ความผิดปกติของเส้นประสาทรับความรู้สึก:
    • ไม่สามารถกะระยะได้
    • อ่อนแรงจนถึงไม่รู้สึกตัว
    • ไม่พบการตึงตัวของกล้ามเนื้อ
    • ไม่พบการสั่นเกร็งของกล้ามเนื้อ
  • ต่อมไทรอยด์ทำงานได้น้อยกว่าปกติ
    • กล่องเสียงเป็นอัมพาต
    • เป็นอัมพาตที่คอและหลอดอาหาร ทำให้ไม่สามารถกินและดื่มน้ำได้
    • ใบหน้าเป็นอัมพาต
    • มีอาการวิงเวียน
  • ระบบประสาทอัตโนมัติไม่สามารถสั่งการได้:
    • จมูกแห้ง
    • ปากแห้ง
    • ตาแห้ง เนื่องมาจากการผลิตน้ำตาน้อย
    • หัวใจเต้นช้า
    • ไม่มีรีเฟล็กที่ทวาร
  • ภาวะไขมันในเลือดสูง:
    • การมีระดับของไครโลไมครอนและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
    • มีตุ่มหรือก้อนเนื้อที่สร้างมาจากไขมันอยู่ใต้ผิวหนังหรือภายในช่องท้อง
  • การมีปริมาณออกซาเลตในปัสสาวะสูง(เป็นมาแต่กำเนิด):
    • ปริมาณออกซเลตที่มากเกินเมื่อจับตัวกับแคลเซียมจะเกิดเป็นนิ่วสะสมอยู่ในร่างกายโดยเฉพาะในไต ส่งผลทำให้ไตขยายขนาดและมีความเจ็บปวดมาก การพยากรณ์โรคในกรณีนี้จะค่อนข้างแย่

สาเหตุ

Myelin เป็นปลอกหุ้มสีขาวที่มีส่วนประกอบเป็นไขมัน เป็นฉนวนปกคุมตัวเส้นประสาท ถ้าหากมีการเสื่อมหรือหายไปจะเรียกว่า demyelination ซึ่งจะส่งผลต่อการส่งกระแสประสาท หรืออาจพบการเสื่อมของ axon พร้อมกับการเสื่อมของ myelin ร่วมด้วย

  • เป็นมาแต่กำเนิด
    • Dysautonomia:ความผิดปกติในการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติ ที่ส่งผลให้มีการขับของเหลวออกจากร่างกายในปริมาณที่มากเกิน ไม่มีรีเฟล็กซ์ และขาดการควบคุมการเคลื่อนไหว
  • โรคทางภูมิคุ้มกัน
    • โรคทางระบบเผาพลาญ
    • เบาหวาน
    • Hypothyroidism (ต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยกว่าปกติ)
    • เนื้องอกที่ตับอ่อน อยู่ที่บริเวณที่ผลิตอินซูลิน
  • การติดเชื้อ
    • FeLV (Feline Leukemia Virus):โรคติดเชื้อในแมว
  • การใช้ยาต้านมะเร็ง
  • สารพิษ
    • Thallium: ใช้เป็นส่วนประกอบของสารหนู
    • Organophosphates: ใช้เป็นส่วนประกอบของปุ๋ยหรือยาฆ่าแมลง
    • Carbon Tetrachloride: ส่วนประกอบของยาฆ่าแมลง
    • Lindane: ส่วนประกอบของยาฆ่าแมลง

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกายแมวอย่าละเอียด มีการเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อไปตรวจทางชีวเคมี การนับเม็ดเลือด และการวิเคราะห์ค่าจากปัสสาวะเพื่อช่วยในการยืนยันหรือกำจัดโรคในการวินิจฉัย สัตวแพทย์อาจจะต้องทำการส่งตรวจเลือดที่มีความจำเพาะหรือมีการเจาะไขสันหลังเพื่อตรวจสอบหาโรคที่มีความจำเพาะ

การเอ็กซ์เรย์ช่องอกและช่องท้องรวมถึงการอัลตราซาวน์จะช่วยยืนยันและตัดปัญหาเนื้องอกได้ แต่วิธีที่สำคัญในการวินิจฉัยโรคนี้ คือ electrophysiology ทำได้โดยการวัดกระแสไฟฟ้าที่ไหลอยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกายและเซลล์ การเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากกล้ามเนื้อและเส้นประสาทส่วนปลายตะช่วยบอกรายละเอียดเกี่ยวกับโรคได้มากขึ้น

การรักษา

สัตว์ที่เป็นโรคนี้จะถูกรักษาแบบผู้ป่วยนอก แต่อย่างไรก็ตามในกรณีที่แมวเป็นเฉียบพลันอาจส่งผลให้เกิดการอักเสบของปลายไขสันหลังซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการหายใจที่ล้มเหลว ในกรณีนี้แมวจะต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อป้องกันผลเสียที่จะเกิดขึ้น สำหรับแมวที่มีความผิดปกติของการทำงานจองเส้นประสาทอัตโนมัติให้ทำการพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อให้สารน้ำ

แมวที่มีภาวะ hyperchylomicronemia จะสามารถฟื้นตัวได้ภายหลังจากการให้อาหารประเภทไขมันต่ำประมาณ 2-3 เดือน ในแมวที่เป็นเบาหวานจะต้องได้รับการตรวจระดับน้ำตาลและควบคุมอาหารอย่างใกล้ชิด อีกวิธีในการรักษาโรคนี้ คือ การกายภาพ เพื่อกระตุ้นการกลับมาทำงานของกล้ามเนื้อและเส้นประสาท

การจัดการและความเป็นอยู่

สิ่งสำคัญคือเราควรจะต้องทราบถึงสาเหตุของการเกิดโรค แต่การรักษาสาเหตุของการเกิดโรคให้หายนั้นไม่ได้ทำให้โรคของแมวหายไป ในบางรายเส้นประสาทจะเสื่อมต่ออย่างต่อเนื่องและจะทำให้แมวอาการแย่ลง

แมวที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นแต่กำเนิดนั้นไม่ควรเอามาทำพันธุ์ สัตวแพทย์จะแนะนำให้ทำหมันเพื่อป้องกันการผสมโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม