Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
เทคโนโลยีด้านสุขภาพ

ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จำเป็นไหม?

เรื่องนี้สำคัญ เพราะไม่ใช่แค่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ แต่ยังป้องกันโรคทางพันธุกรรมไม่ให้ถ่ายทอดไปยังลูกน้อยด้วย
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,646,176 คน

ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน จำเป็นไหม?

การแต่งงานนับเป็นความฝันของใครหลายๆ คนและเป็นจุดมุ่งหมายของคู่รักหลายๆ คู่ แต่ก่อนที่จะตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกันนั้น สิ่งที่คุณทั้งสองควรทำเป็นอันดับต้นๆ คือ "การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน" เพื่อให้มั่นใจว่าคุณและคู่พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตร่วมกันจริงๆ รวมทั้งการมีลูกอย่างปลอดภัย แต่หลายคนอาจเกิดคำถามว่า การตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานนั้นจำเป็นจริงๆ หรือไม่ ตรวจแล้วได้ประโยชน์อะไร การตรวจก่อนแต่งงานจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่า เราไม่ไว้ใจในตัวเขาหรือเปล่า หรือตรวจก่อนแต่งต้องตรวจอะไรบ้าง 

ประโยชน์ของการตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน 

1.เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่คนรัก

หลายคนมั่นใจว่า ตนเองมีสุขภาพแข็งแรงจึงคิดว่า ไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพก็ได้ หรือบางคนมีความเชื่อว่า การขอให้คนรักไปตรวจสุขภาพคือการไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน หรืออีกแง่หนึ่งคือ รู้จักกันมานานจึงเชื่อใจในพฤติกรรม รวมทั้งมั่นใจในสุขภาพของอีกฝ่าย แต่จริงๆ แล้ว คุณหรือคู่อาจได้รับเชื้อ หรือป่วยโดยไม่รู้ตัวก็ได้ หากเป็นเช่นนั้นเชื้อเหล่านั้นอาจส่งผ่านสู่คนรักและลูกน้อยได้ด้วย เชื้อสำคัญได้แก่

  • เชื้อเอชไอวี

เชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV หรือ Human Immunodeficiency Virus) คือ เชื้อสำคัญที่ต้องอยู่ในลิสต์การตรวจสุขภาพในอันดับต้นๆ เพราะว่าหากติดเชื้อแล้วจะไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ที่สำคัญผู้ติดเชื้อในระยะเริ่มแรกส่วนใหญ่ยังไม่แสดงอาการใดๆ อีกด้วย ทำให้ผู้ติดเชื้อบางคนไม่ทราบว่าตนเองติดเชื้อ จึงเพิ่มโอกาสการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่นได้โดยง่าย หากผู้ติดเชื้อไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องจะทำให้ภูมิคุ้มกันโรคอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนเกิดเป็นโรคเอดส์ รวมถึงเกิดโรคแทรกซ้อนตามมามากมาย และเสียชีวิตลงในที่สุด 

อย่างที่ทราบกันดีว่า ช่องทางหลักในการติดเชื้อเอชไอวีคือ การมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ ดังนั้นเพื่อความมั่นใจทั้งตัวคุณเองและคนรักก็ควรตรวจหาเชื้อนี้ด้วย

บทความเกี่ยวข้อง คู่มือฉบับสมบูรณ์: การติดเชื้อ HIV หรือโรคเอดส์

  • เชื้อไวรัสตับอักเสบบี / ซี

เชื้อไวรัสอีกชนิดที่อันตรายและร้ายแรงไม่แพ้กันคือ เชื้อไวรัสตับอักเสบบี / ซี เชื้อไวรัสชนิดนี้จะเข้าไปทำลายเซลล์ตับ หากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษาอาจลุกลามกลายเป็นมะเร็งตับได้ ทั้งนี้ช่องทางการติดต่อของเชื้อไวรัสชนิดนี้คือ ทางเลือด น้ำอสุจิ น้ำหล่อลื่น สารคัดหลั่งต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งจากมารดาสู่บุตร 

บทความที่เกี่ยวข้อง ไวรัสตับอักเสบบี คืออะไร? อันตรายไหม? อาการเป็นอย่างไร?

  • ซิฟิลิส

เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียทริปโปนีมา พัลลิดุม (Treponema pallidum) อาการของโรคซิฟิลิสคือ ระยะเริ่มแรกจะปรากฏแผลลักษณะแข็งๆ สีแดง ขอบนูน บริเวณช่องคลอด ทวารหนัก องคชาต หรือปาก ผู้ป่วยอาจไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ และแผลนั้นจะหายไปเอง สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ผู้ป่วยคิดว่า หายเป็นปกติแล้ว แต่จริงๆ แล้วเชื้อแบคทีเรียยังซ่อนตัวอยู่ในร่างกาย หากไม่ได้รับการรักษาเชื้อจะแพร่กระจายและทำอันตรายเซลล์ร่างกายไปเรื่อยๆ จนทั่วร่างกาย และทำให้เสียชีวิตได้ 

เชื้อแบคทีเรียชนิดดังกล่าวติดต่อด้วยการสัมผัสแผลที่เกิดจากโรคโดยตรงซึ่งมักเกิดขึ้นบริเวณอวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือภายในช่องปาก ดังนั้นการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือการออรัลเซ็กส์กับผู้ป่วยซิฟิลิสจึงล้วนทำให้ติดเชื้อได้ทั้งนั้น

บทความที่เกี่ยวข้อง ทำความรู้จักโรคซิฟิลิส โรคทางเพศสัมพันธ์ที่ป้องกันได้

  • การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

นอกจากโรคหลักๆ ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว หากคุณมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หรือเคยมีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ เช่น เปลี่ยนคู่นอนบ่อย หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ปลอดภัยก็ควรมีการตรวจคัดกรองโรคหรือรักษาเพื่อความปลอดภัยทั้งคุณเองและคู่รักด้วยเช่นกัน โรคทางเพศสัมพันธ์ที่อาจส่งผ่านคู่รักของคุณ เช่น เช่น โรคหนองใน เริม หูดหงอนไก่ หูดข้าวสุก เป็นต้น

บทความที่เกี่ยวข้อง รวมวิธีการป้องกันโรคติดต่อทางเพศ

2.เพื่อเช็คความพร้อมของคุณพ่อและคุณแม่

คู่รักส่วนใหญ่เมื่อแต่งงานแล้วก็เริ่มวางแผนเพื่อมีลูก คนส่วนใหญ่มักคิดว่า หากทั้งคุณเองและคู่รักมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงก็สามารถมีลูกได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ แต่จริงๆ แล้วควรตรวจคัดกรองก่อนว่าทั้งคู่มีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงพร้อมสำหรับการมีลูกหรือไม่ เช่น ตรวจร่างกายโดยแพทย์ ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจโรคที่อาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์  เป็นต้น หรือบางคู่อาจตรวจร่างกายเพิ่มเติมเพื่อเช็คว่าคุณเข้าข่ายภาวะมีบุตรยากหรือไม่ 

3.เพื่อความปลอดภัยของลูก

ต่อเนื่องจากข้อที่แล้วว่าสุขภาพของพ่อแม่นั้นส่งผลโดยตรงต่อลูกด้วย โรคบางโรคอาจถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ หรือสุขภาพของลูกในอนาคตได้จึงต้องมีการตรวจคัดกรองก่อนการตั้งครรภ์เพื่อจะได้วางแผนป้องกันได้อย่างเหมาะสม เช่น โรคเอดส์ ไวรัสตับอักเสบบีและซี ที่อาจถ่ายทอดสู่ทารกได้ หรือโรคหัดเยอรมัน ที่หากแม่ป่วยเป็นหัดเยอรมันขณะตั้งครรภ์ อาจส่งผลให้ลูกพิการ หรือเสียชีวิตได้ (จึงต้องมีการฉีดวัคซีนป้องกันก่อน) 

โลหิตจาง หรือธาลัสซีเมีย เป็นอีกโรคที่ไม่ควรมองข้าม ธาลัสซีเมียเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ ผู้ป่วยจะเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ง่าย เช่น ครรภ์เป็นพิษ เด็กตัวซีดเหลือง ตับ ม้ามโต ตัวแคระแกร็น ใบหน้าผิดรูป มีภูมิคุ้มกันต้านทานโรคต่ำ เป็นต้น สิ่งสำคัญที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับธาลัสซีเมียคือ บางครั้งคุณ หรือคู่รักอาจไม่ป่วยด้วยโรคธาลัสซีเมีย แต่คุณอาจเป็นพาหะนำโรคธาลัสซีเมียซึ่งสามารถส่งต่อสู่ลูกและทำให้ลูกของคุณป่วยได้ 

ดังนั้นคู่รักทุกคู่จึงจำเป็นต้องตรวจคัดกรองธาลัสซีเมีย และหากพบว่าคุณเป็นพาหะธาลัสซีเมียจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ว่า มีโอกาสที่จะถ่ายทอดสู่ลูกมากน้อยแค่ไหน จะได้วางแผนการตั้งครรภ์ได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ควรมีการตรวจชนิดของกรุ๊ปเลือด Rh (Rh Factor) คนไทยโดยทั่วไปจะมีค่า Rh+ แต่บางคนโดยเฉพาะชาวต่างชาติอาจพบได้ว่า มีชนิด Rh- ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีค่า Rh- เมื่อมีการตั้งครรภ์จะทำให้เสี่ยงต่อการแท้งเพิ่มขึ้น เนื่องจากอาจเกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกของทารกในครรภ์และทารกแรกเกิดได้ จึงควรมีการเตรียมการล่วงหน้า

ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ต้องตรวจอะไรบ้าง

ส่วนใหญ่โรงพยาบาล หรือคลินิก จะมีโปรแกรมตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานอยู่แล้ว รายการหลักๆ ที่สำคัญมีดังนี้

  • การตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์: เพื่อตรวจเช็คความสมบูรณ์ของร่างกาย เช่น การชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดันโลหิต เอกซเรย์ปอด ตรวจการหายใจ
  • การตรวจเลือด: ดูความพร้อมและประเมินความเสี่ยงต่างๆ 
    • ตรวจกรุ๊ปเลือด
    • ตรวจความเข้มข้นของเม็ดเลือดแดงและความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
    • ตรวจระดับน้ำตาล เพราะผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป หากมีโรคเบาหวานอาจเป็นอันตรายระหว่างตั้งครรภ์ได้
    • ตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ เพราะผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป หากมีโรคไทรอยด์อาจเป็นอันตรายระหว่างตั้งครรภ์ได้
    • ตรวจหาการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี
    • ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบีและซี
    • ตรวจหาภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน
    • ตรวจหาเชื้อไวรัสเอดส์
    • ตรวจหาเชื้อซิฟิลิส
    • ตรวจคัดกรองโรคทางพันธุกรรม โดยเฉพาะโรคธาลัสซีเมีย
  • การตรวจเพิ่มเติมอื่นๆ รายการเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการจัดโปรแกรมของแต่ละโรงพยาบาล เช่น ตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือดหาเชื้ออื่นตามความเสี่ยง เช่น เชื้อเริม หนองใน เป็นตรวจ โดยผู้หญิงอาจตรวจภายในเพิ่มเติม เช่น มะเร็งปากมดลูก อัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง เพื่อประเมินมดลูกและปีกมดลูก เป็นต้น

ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน ตรวจได้ที่ไหนบ้าง

ปัจจุบันโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำทั่วไป มีโปรแกรมตรวจสุขภาพก่อนแต่งงานแทบทุกแห่ง แต่ละแห่งก็มีรายการที่ครอบคลุมการตรวจแตกต่างกันไป หากคู่รักสนใจตรวจรสุขภาพก่อนแต่งงาน หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม สามารถตรวจสอบโปรแกรมและราคาได้ที่นี่


เปรียบเทียบแพ็คเกจสุขภาพก่อนแต่งงาน

โรงพยาบาล/คลินิก(รายละเอียด) รพ.ราชวิถี (ตรวจสุขภาพก่อนการสมรส) รพ.จุฬาภรณ์ (ประเมินความเสี่ยงโรคติดต่อทางเลือด) รพ.กลาง (สุขภาพพื้นฐานสำหรับคู่สมรส) รพ.ศิริราชปิยมหาราชการุณย์ (ตรวจสุขภาพก่อนแต่งงาน) รพ.เพชรเวช (ตรวจสุขภาพคู่รัก) N Health (ตรวจสุขภาพคู่รัก Mini Package) มิตรไมตรีคลินิก (ตรวจก่อนแต่ง หญิง ชาย) รพ.ธนบุรี 1 (PRE - WEDDING PROGRAM) รพ.จุฬารัตน์ 9 (ตรวจสุขภาพก่อนวิวาห์)
ตรวจร่างกายโดยแพทย์
ตรวจร่างกายโดยสูติ-นรีแพทย์
เอกซ์เรย์ปอด
กรุ๊ปเลือด
Rh typing
(เพิ่มชนิดของฮีโมโกลบิน)
ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด
(เพิ่มชนิดของฮีโมโกลบิน)
ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน*
เชื้อซิฟิลิส
เชื้อ HIV
ธาลัสซีเมีย
ตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี
(เพิ่มไวรัสตับอักเสบซี)

(เพิ่มไวรัสตับอักเสบซี)

(เพิ่มไวรัสตับอักเสบซี)
ตรวจหาภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี
ตรวจปัสสาวะ
ตรวจภายใน,PAP SMEAR
(เฉพาะผู้หญิง)
ราคา 1,250 1,100 1,000 ผู้ชาย 3500
ผู้หญิง 3900
4500 (สำหรับ 2 ท่าน) 4000 (สำหรับ 2 ท่าน) ผู้ชาย 1390 ผู้หญิง 1590 ผู้ชาย 3400ผู้หญิง 3700 6200 (สำหรับ 2 ท่าน)

*ภูมิคุ้มกันหัดเยอรมัน ตรวจเฉพาะผู้หญิง

ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง และอาจไม่รวมค่าบริการทางการแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล

การตรวจสุขภาพก่อนการแต่งงานถือเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเพราะความแข็งแรงของร่างกายเป็นพื้นฐานในการสร้างครอบครัวให้สมบูรณ์ หากตรวจพบโรคจะได้วางแผนรักษา หรือป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที

ที่มาของข้อมูล

Bener A, et al., Premarital Screening and Genetic Counseling Program: Studies from an Endogamous Population (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/m/pubmed/30820415/), March 2019

Nahla KR, et al., An educational program about premarital screening for unmarried female students in King Abdul-Aziz University, Jeddah (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1876034110000833), March 2011

Angela NB, et al., Thalassaemia screening and confirmation of carriers in parents (https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S1521693416301237), February 2017

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป