การกินเพื่อสุขภาพ

อาหารธรรมชาติต้านมะเร็ง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
อาหารธรรมชาติต้านมะเร็ง

ปัจจุบันมีข้อมูลชัดเจนว่าสารในผักผลไม้ช่วยป้องกันมะเร็ง สารพฤกษเคมีในพืช ได้แก่ สารฟีนอล อินโดล (Indole) อะโรแมติก (Aromatic) ไอโซไธโอไซยาเนต (Isothiocyanate) ไอโซฟลาโวนส์ และ โปรติเอสอินฮิบิเตอร์ (Protease Inhibitor) ที่มีในผักผลไม้ต่างก็มีฤทธิ์ในการป้องกันมะเร็ง

อาหารธรรมชาติที่เราบริโภคในชีวิตประจำวันนั้นมีสารต้านมะเร็งมากมาย หากเลือกให้ถูกจะช่วยป้องกันมะเร็งได้ นักวิจัยรายงานว่า อาหารอันดับต้นๆ ที่มีข้อมูลการวิจัยสนับสนุนว่าช่วยในการป้องกันมะเร็งได้มีดังต่อไปนี้


ชนิดอาหาร

สารพฤกษเคมี/ประโยชน์

วิธีการเลือกซื้อ

ความบ่อยในการบริโภค

เบอร์รี่

สารฟลาโวนอยด์ แอนโทไซยานิน และพฤกษเคมีอื่นๆ

ยับยั้งสารก่อมะเร็ง

 จับกับดีเอ็นเอ

บลูเบอร์รี่หรือบิลเบอร์รี่สด หรือแช่แข็ง(มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุด) แครนเบอร์รี่ ราสป์เบอร์รี่ สตรอว์เบอร์รี่

ทุกวัน

ถั่ว (Brazil Nuts)

สารซีลีเนียมสูง ช่วยยับยั้งการแพร่เซลล์มะเร็ง

ไม่จำเป็นต้องซื้อตุนมากๆ ควรซื้อทีละน้อย เพราะปริมาณที่ควรกินนั้นน้อย

วันละ 1 เม็ดใหญ่ หรือ 2 เม็ดขนาดกลาง จำกัดการบริโภควันละ 2 เม็ด

ผลไม้ตระกูลส้ม

สารลิโมนอยด์ (Limonoids)

ยับยั้งฤทธิ์เซลล์มะเร็ง

ส้มชนิดต่างๆ น้ำส้มคั้น เกรปฟรุต

ทุกวัน

ผักตระกูล

ครูซิเฟอรัส

สารประกอบหลายชนิดช่วยเพิ่มฤทธิ์เอนไซม์ที่ต่อต้านการเกิดสารก่อมะเร็ง

บรอกโคลี แขนงผัก กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ คะน้า

สัปดาห์ละ 2-3 ถ้วยตวง

ถั่วเมล็ดแห้ง

สารโฟเลตมาก ช่วยป้องกันอันตรายต่อดีเอ็นเอ

ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ หรือถั่วเมล็ดแห้งที่บรรจุกระป๋องเช่น เมล็ดถั่วลันเตา

สัปดาห์ละ 1.5-2 ถ้วยตวง(สุก)

เมล็ดแฟลกซ์

มีสารลิกแนน (Lignan) และ โอเมก้า-3 ช่วยลดระดับฮอร์โมนที่เร่งการเกิดมะเร็ง และชะลอการเจริญของเซลล์มะเร็ง

-  เมล็ดแฟลกซ์ที่บดแล้ว

-  เมล็ดแฟลกซ์ในรูปน้ำมันจะไม่ มีสารลิกแนน

-  ควรเก็บไว้ในช่องแข็งของตู้เย็น เพื่อให้สดอยู่เสมอ

วันละ 2 ช้อนโต๊ะ

ถั่วเหลือง

มีสารไอโซฟลาโวนส์ซึ่งเชื่อว่าช่วยยับยั้งฤทธิ์ฮอร์โมนเอสโทรเจนในคน มีผลในการลดการเจริญของเซลล์มะเร็ง

เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีถั่วเหลืองเป็นองค์ประกอบในอันดับที่ 1-3 ของฉลากโภชนาการ น้ำมันถั่วเหลืองหรือซีอิ๊วไม่มีสารไอโซฟลาโวนส์

วันละ ½-1 ถ้วยตวง หรือถ้ามีมะเร็งเต้านมจำกัดไว้ที่ สัปดาห์ละ 1.5-2 ถ้วยตวง

มะเขือเทศ

สารไลโคปีน ป้องกันปฏิกิริยาออกซิเดซันต่อเยื่อหุ้มเซลล์ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก

เลือกผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศที่ผ่านการทำให้สุกด้วยความร้อนจะทำให้ร่างกายดูดซึมสารไลโคปีนได้ดีขึ้น

สัปดาห์ละ 4 ครั้ง ขึ้นไป

ธัญพืชไม่ขัดสี

มีสารต้านมะเร็งมากมาย เช่น ซาโปนิน (Saponins) ฟลาโวนอยด์และลิกแนน

เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสี หรือมีธัญพืชไม่ขัดสีเป็นองค์ประกอบหลักของอาหารนั้น

วันละ 1.5 ถ้วยตวง

ชา

สารฟลาโวนอยด์ ช่วยขจัดอนุมูลอิสระ

- ชาเขียว ชาดำ ชาอูหลง

 -  ชาประเภทพร้อมดื่มบรรจุขวดหรือประเภทสกัดกาเฟอีนมีสารฟลาโยนอยด์น้อยมาก

วันละ 500-750 มล.

ปลา

กรดโอเมก้า-3 ซึ่งอาจช่วยชะลอการเจริญของเซลล์มะเร็งได้

เลือกปลาทะเล เช่น แซลมอน ซาร์ดีส ทูน่า แมคเคอเรล ปลาทู เป็นต้น

สัปดาห์ละ 12-24 ช้อนโต๊ะ

โยเกิร์ต

มีแคลเซียม ซึ่งจับตัวกรดน้ำดีป้องกันการเจริญของเซลล์ที่ผิดปกติ มีเชื้อจุลินทรีย์ที่ดี ช่วยเพิ่มระบบภูมิต้านทาน

เลือกโยเกิร์ตไขมันต่ำ และมีจุลินทรีย์ที่มีชีวิต

วันละครั้ง

 (1 ถ้วยตวง)

อาหาร 5 อันดับแรกป้องกันมะเร็งเต้านม

เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2009 เป็นเดือนที่มีการรณรงค์สร้างความตระหนักในการป้องกันมะเร็งเต้านม อาหาร 5 อันดับแรกที่นักวิจัยพบว่ามีผลในการป้องกันมะเร็งเต้านมที่แนะนำให้บริโภคคือ

1. ผักตระกูลครูซิเฟอรัส (Cruciferous) หรือ บราสซิกา (Brassica) ได้แก่ บรอกโคลี กะหล่ำปลี เคล (Kale) คะน้าฝรั่ง (Collard Green) และดอกกะหล่ำ ผักเหล่านี้มีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งประเภทวิตามินเอ ซี และอีสูง รวมทั้งใยอาหาร ช่วยป้องกันมะเร็ง และยังอุดมไปด้วยสารพฤกษเคมี อินโดลและซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ช่วยป้องกันมะเร็ง โดยเพิ่มความสามารถของร่างกายที่ลดฤทธิ์สารพิษและสารก่อมะเร็ง วิธีปรุงอาหารที่ดีเพื่อป้องกันไม่ให้สูญเสียสารอาหารมาก คือการลวกหรือผัดเร็วๆหรือกินดิบ ถ้าไม่ชอบกินดิบก็นำไปลวกในน้ำเดือนประมาณ 1 นาที แล้วนำไปแช่น้ำแข็ง จะได้ผักที่มีรสหวานกรอบ

2. ผลไม้ประเภทเบอร์รี่ทั้งหลาย เช่น สตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี่ ซึ่งมีวิตามินและใยอาหารสูง เป็นแหล่งที่ดีเยี่ยมของสารฟีนอล ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง สามารถกินได้ทั้งสดหรือใส่ในสลัด ซีเรียล โยเกิร์ต หรือนำมาแช่แข็งเก็บไว้ทำสมู้ตทีก็ได้

3. โปรตีนถั่วเหลือง คนที่ชอบกินเนื้อสัตว์อาจใช้โปรตีนพืชแทนบ้าง เช่น ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ ถั่วเหลือง (ในรูปเต้าหู้ เทมเป้ ซุปมิโซะ หรือถั่วแระญี่ปุ่น) ซึ่งมีสารฟลาโวนส์ป้องกันมะเร็ง ควรพิจารณาอาหารธรรมชาติก่อนที่เสริมสารสกัดไอโซฟลาโวนส์เพียงชนิดเดียว ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ อุดมไปด้วยใยอาหารและกรดโฟลิกสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น ถั่วดำ มีสารต้านอนุมูลอิสระชนิดแอนโทไซยานินสูงเช่นเดียวกับแครนเบอร์รี่ สารชนิดนี้ช่วยป้องกันมะเร็ง

4. ส้มและผลไม้ในตระกูลส้ม มีสารต้านอนุมูลอิสระชนิดวิตามินซีสูง ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน และมีสารที่ยังยั้งสารก่อมะเร็งการกินส้มทั้งผลจะดีกว่าน้ำส้มคั้น เพราะจะทำให้ได้ใยอาหารทั้งชนิดละลายน้ำและไม่ละลายน้ำเป็นของแถม แถมยังได้กลิ่นหอมจากเปลือกส้มขณะที่ปอกอีกด้วย

5. เมล็ดแฟลกซ์  คนไทยเรียนกว่าเมล็ดป่าน มีกรดโอเมก้า-3 สูง จึงเป็นแหล่งโอเมก้าสำหรับนักมังสวิรัติ มีงานวิจัยรายงานไว้ว่าเมล็ดแฟลกซ์ให้ประโยชน์ในการป้องกันโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังมีใยอาหารและสารลิกแนน ซึ่งมีสารไฟโทเอสโทรเจนที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ต้านมะเร็ง

งานวิจัยหลายแห่งยกย่องเมล็ดแฟลกซ์ว่าเป็นความหลังในการป้องกันโรค โดยเฉพาะมะเร็งเต้านม

ยังมีอาหารอีกมากมากที่มีสารป้องกันมะเร็ง แต่ที่กล่าวมาข้างต้นเป็นอาหารที่ข้อมูลการวิจัยแนะนำว่าเป็นอาหารที่ดีที่สุดในการป้องกันมะเร็งในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่าอาหารธรรมชาติมีฤทธิ์เป็นยาในการป้องกันมะเร็งที่ดีที่สุด อยู่ที่ว่าเราจะรู้จักเลือกกินเลือกใช้ให้ได้ประโยชน์สูงสุดแก่ร่างกายมากน้อยเพียงใด

ไลโคปีน (Lycopene) ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก

ปัจจุบันมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นโรคที่มีอัตราการเกิดเพิ่มขึ้น จากการศึกษาพบว่าโรคนี้มีการกระจายตัวของมะเร็งทั้งช้าและเร็วต่างกันไปในแต่ละบุคคล อย่างไรก็ดี การศึกษา ถึงสารพฤกษเคมีในอาหารในการป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก พบว่า มะเขือเทศมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรียกว่า ไลโคปีน (Lycopene) ในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งอาจช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้

ไลโคปีนเป็นสารในตระกูลแคโรทีนอยด์ ซึ่งพบในมะเขือเทศ แตงโม มะละกอ ฝรั่งเนื้อสีชมพู และเกรปฟรุตสีชมพู มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ โดยการป้องกันเซลล์จากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ การที่เซลล์ถูกทำลายเป็นเวลานาน อาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็ง

ไลโคปีนทำงานร่วมกับสารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ ในการป้องกันมะเร็ง

ฤทธิ์ในการป้องกันมะเร็งของไลโคปีนอาจมาจากประสิทธิภาพในการต้านอนุมุลอิสระในตัวมันเอง หรือมาจากความสามารถในการเสริมฤทธิ์สารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่น เช่น วิตามินอี ซี และเอนไซม์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

มะเขือเทศที่ปรุงผ่านความร้อนจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีขึ้น ซอสมะเขือเทศและน้ำมะเขือเทศจึงมีไลโคปีนมากกว่ามะเขือเทศสดซึ่งไม่ผ่านความร้อน ร่างกายจะสามารถดูดซึมไลโคปีนและแคโรทีนอยด์อื่นๆ ได้ทีที่สุดเมื่อรับประทานพร้อมอาหารที่มีไขมันเล็กน้อย

การวิจัยในห้องทดลองพบว่าไลโคปีนยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็งโดยตรง ทำให้เซลล์ที่ผิดปกติทำลายตัวเองมากขึ้น และปรับฮอร์โมนแอนโดรเจน ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก อย่างไรก็ตาม นักวิจัยชี้ว่า การศึกษาในคนทั้งในเรื่องการป้องกันและรักษามะเร็งต่อมลูกหมากยังให้ผลไม่ชัดเจน

งานวิจัยที่ศึกษาในคนพบว่าการรับประทานมะเขือเทศมากๆ ช่วยลดอุบัติการณ์เกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้ถึงร้อยละ 10-20 นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ที่มีระดับไลโคปีนในเลือดสูงจะมีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากลดลงถึงร้อยละ 25 งานวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ยังเปิดเยผยว่าชายที่กินไลโคปีนมากที่สุดมีแนวโน้มการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากระดับรุนแรงเหลือเพียงครึ่งเดียวของชายที่กินไลโคปีนน้อยที่สุด

แต่การวิจัยในสัตว์ทดลองพบว่า สารไลโคปีนอย่างเดียวแม้จะมีผลป้องกันมะเร็ง แต่การกินมะเขือเทศให้ผลมากกว่าซึ่งอาจเนื่องมาจากสารอาหารชนิดอื่นๆ ที่มีในผลมะเขือเทศที่ช่วยเสริมการทำงานของไลโคปีนนั่นเอง และยังพบว่า เมื่อกินมะเขือเทศร่วมกับอาหารพืชอื่นๆ เช่น ถั่วเหลือง หรือบรอกโคลี ให้ผลที่ดีกว่าการมะเขือเทศอย่างเดียว

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่