Doctor men
เขียนโดย
ทีมเภสัชกร HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
ยา

ยาบรรเทาอาการคัดจมูก (Nasal decongestant)

แนะนำตัวยาบรรเทาอาการคัดจมูก วิธีใช้ที่ปลอดภัย ขนาดการใช้ที่เหมาะสม และผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 30 พ.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,009,821 คน

ยาบรรเทาอาการคัดจมูก (Nasal decongestant)

อาการคัดจมูก เป็นอาการที่พบได้ทั่วไปของโรคเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบและไซนัสอักเสบ เกิดขึ้นจากการอุดกั้นของทางเดินอากาศในโพรงจมูก การอักเสบเป็นสาเหตุหลักเบื้องหลังของการเกิดการอุดกั้นนี้ โดยเมื่อกระบวนการการอักเสบถูกกระตุ้นโดยสารสื่อกลาง (เช่น ฮีสตามีน) จะทำให้เกิดการขยายตัวของหลอดเลือดในโพรงจมูก เพิ่มการหลั่งเมือกในโพรงจมูกมากขึ้น และทำให้เกิดการบวม เป็นผลให้ทางเดินอากาศแคบลง ผู้ป่วยจึงรู้สึกหายใจไม่โล่ง ไม่สะดวก ยาบรรเทาอาการคัดจมูกที่ใช้จึงมีกลไกทำให้หลอดเลือดหดตัวเป็นหลัก ปัจจุบันยาที่ใช้มีวางจำหน่ายใน 2 รูปแบบ ได้แก่ ยาชนิดรับประทาน และยาสำหรับใช้เฉพาะที่ แต่ละชนิดมีรายละเอียดดังนี้

1. ยาชนิดรับประทาน

ตัวอย่างยาในกลุ่ม

  • ซูโดเอฟริดรีน (Pseudoephedrine) มีวางจำหน่ายในรูปแบบยารับประทาน ออกฤทธิ์ช้ากว่ายารูปแบบสเปรย์พ่นจมูก แต่มีระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่ยาวนานกว่า และก่อให้เกิดการระคายเคืองน้อยกว่า ยาชนิดรับประทานไม่ก่อให้เกิดอาการคัดจมูกที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิมเมื่อใช้ยาเป็นระยะเวลานาน (Rebound decongestion) ซึ่งการเกิด Rebound decongestion นี้เกิดขึ้นจากเมื่อยาหมดฤทธิ์ในการทำให้หลอดเลือดฝอยหดตัว อาจทำให้เยื่อบุโพรงจมูกกลับมาบวมใหม่ ทำให้อาการคัดจมูกกลับมาเหมือนเดิม หรือมีอาการรุนแรงขึ้นกว่าเดิม อาการนี้มักเกิดในผู้ที่ใช้ยาบรรเทาอาการคัดจมูกในรูปแบบสเปรย์พ่นจมูกต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ซูโดเอฟริดรีนขนาดยาไม่เกิน 180 มิลลิกรัมไม่ส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด แต่การใช้ยาขนาดที่สูง (210-240 มิลลิกรัม) สามารถเพิ่มความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจได้ จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง นอกจากนี้แล้ว ซูโดเอฟริดรีนอาจทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูงอย่างรุนแรงเมื่อให้ยาร่วมกับยาต้านเศร้าในกลุ่ม MAOI (Mono Amine Oxidase Inhibitor) เช่น Rasagiline, Selegiline, Isocarboxazid, Phenelzine และ Tranylcypromine) จึงไม่ควรใช้ยาสองกลุ่มนี้ร่วมกัน และซูโดเอฟริดรีนยังมีฤทธิ์กระตุ้นประสาทอ่อนๆ แม้ว่าจะใช้ยาในขนาดไม่สูงสำหรับบรรเทาอาการคัดจมูกก็ตาม
  • ฟีนิลเอฟรีน (Phenylephrine) เนื่องจากฤทธิ์กระตุ้นประสาทของซูโดเอฟริดรีนทำให้มักมีการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด ฟีนิลเอฟรีนจึงมีบทบาทเข้ามาแทนที่การใช้ซูโดเอฟริดรีน โดยฟีนิลเอฟรีนสำหรับบรรเทาอาการคัดจมูกมีวางจำหน่ายทั้งในรูปแบบของยาชนิดรับประทานและชนิดสเปรย์พ่นจมูก แต่ปัจจุบันมีการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของยา เนื่องจากมีบางการศึกษาพบว่า ฤทธิ์ในการลดอาการคัดจมูกไม่แตกต่างจากยาหลอก (Placebo)

กลไกหลักของยาในกลุ่ม

  • ยากระตุ้นตัวรับอัลฟ่า ชนิดที่ 1 ทำให้เกิดการหดตัวของหลอดเลือดฝอยที่บริเวณเยื่อบุโพรงจมูกที่บวม เลือดจึงไปเลี้ยงที่เยื่อบุโพรงจมูกลดลง ทำให้การหลั่งเมือกที่โพรงจมูกลดลง ทางเดินของอากาศกว้างขึ้น จึงทำให้รู้สึกจมูกโล่งและหายใจได้สะดวกขึ้น

ข้อบ่งใช้

  • ยาในรูปแบบรับประทาน ใช้เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก

ข้อควรระวังในการใช้ยา

  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาในผู้ป่วยเด็กที่อายุต่ำกว่า 4 ปี
  • ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ เนื่องจากยาอาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด
  • ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาในผู้ป่วยต้อหิน ต่อมลูกหมากโต เนื่องจากฤทธิ์ในการหดตัวของหลอดเลือดอาจทำให้อาการแย่ลง
  • ยาซูโดเอฟริดรีนไม่ควรใช้ยาร่วมกับยารักษาโรคซึมเศร้าในกลุ่ม MAOI (Mono Amine Oxidase Inhibitor)

2. ยาใช้เฉพาะที่ ชนิดสเปรย์พ่นจมูกและยาหยอดจมูก

ตัวอย่างยาในกลุ่ม

  • เอฟริดรีน (Ephedrine) *ปัจจุบันไม่มีตำรับยาที่มีเอฟริดรีนเป็นส่วนประกอบแล้ว โดยเอฟริดรีน ในอดีตนิยมใช้เป็นยาสำหรับบรรเทาอาการคัดจมูก แต่ในปัจจุบันพบว่ายามีผลข้างเคียงสูง ซึ่งนับเป็นความเสี่ยงมากกว่าประโยชน์ที่ผู้ป่วยจะได้รับ ทั้งฤทธิ์ในการกระตุ้นการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด กระตุ้นระบบประสาท รวมทั้งมีการนำไปใช้ในทางที่ผิดจำนวนมาก นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากำหนดให้เอฟริดรีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภทที่ 2
  • ยาอื่นในกลุ่มยาบรรเทาอาการคัดจมูสำหรับใช้เฉพาะที่ เช่น แนฟาโซลีน (Naphazoline) ออกซีเมทาโซลีน (Oxymetazoline) ฟีนิลเอฟรีน (Phenylephrine) ไทมาโซลีน (Tymazoline) และไซโลเมทาโซลีน (Xylometazoline) ข้อดีของยาบรรเทาอาการคัดจมูกสำหรับใช้เฉพาะที่คือมีการดูดซึมเข้าระบบไหลเวียนโลหิตของร่างกายที่ต่ำกว่ายาชนิดรับประทานมาก ไปจนถึงไม่มีการดูดซึมเลย ยาจึงแทบจะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบหัวใจและหลอดเลือด ข้อจำกัดในการใช้จึงต่ำกว่ายาชนิดรับประทาน นิยมใช้เป็นยาทางเลือกแรกในการรักษาอาการคัดจมูก ยามีการออกฤทธิ์ที่ไวกว่ายาในรูปแบบรับประทาน แต่มีระยะเวลาการออกฤทธิ์ที่สั้นกว่า ข้อควรระวังที่สำคัญของการใช้ยาสำหรับใช้เฉพาะที่คือไม่ควรใช้ยาต่อเนื่องนานเกิน 3-5 วัน เนื่องจากยาอาจทำให้อาการคัดจมูกกลับมารุนแรงขึ้นกว่าเดิม การใช้ยาจึงแนะนำให้ใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็น เช่น เวลานอน โดยใช้ในความถี่และปริมาณน้อยที่สุดที่สามารถควบคุมอาการได้ และใช้ต่อเนื่องไม่เกิน 3-5 วัน ผลข้างเคียงอื่นจากการใช้ยา ได้แก่ รู้สึกแสบจมูก ระคายเคือง จาม และโพรงจมูกแห้ง

กลไกหลักของยาในกลุ่ม

  • ยามีกลไกในการบรรเทาอาการคัดจมูกเช่นเดียวกันกับยาชนิดรับประทาน

ข้อบ่งใช้

  • ยาในรูปแบบสเปรย์พ่นจมูกและยาหยอดจมูก ใช้เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูก

ข้อควรระวังในการใช้ยา

  • ไม่ควรใช้ยาต่อเนื่องนานเกินกว่า 3-5 วัน เนื่องจากอาจทำให้เกิดยาอาจทำให้อาการคัดจมูกกลับมารุนแรงขึ้นกว่าเดิม (Rebound decongestion) ได้

3 การอ้างอิง
HonestDocs มีแนวทางการจัดหาที่เข้มงวดและอาศัยการศึกษาแบบ peer-reviewed สถาบันการศึกษาและสมาคมการแพทย์ เราหลีกเลี่ยงการใช้การอ้างอิงระดับอุดมศึกษา คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีที่เรามั่นใจว่าเนื้อหาของเรานั้นถูกต้องและเป็นปัจจุบันโดยอ่านนโยบายการแก้ไขของเรา
  • Wells, Barbara G. Pharmacotherapy Handbook. New York: McGraw-Hill, Medical Pub. Division, 2003.
  • Nasal congestion. In: Lippincott Williams & Wilkins. Nonprescription Drug Therapy, 6e
  • May J. Allergic Rhinitis. In: DiPiro JT, Talbert RL, Yee GC, Matzke GR, Wells BG, Posey L. eds. Pharmacotherapy: A Pathophysiologic Approach, 10e New York, NY: McGraw-Hill

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป