โรคลมหลับและกล้ามเนื้ออ่อนแรงในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 31 พ.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,219,493 คน

เมื่อความง่วงและความอ่อนแอจู่โจมสุนัข

โรคลมหลับ (narcolepsy) และกล้ามเนื้อ่อนแรง (cataplexy) เป็นความผิดปกติของระบบประสาท โรคลมหลับเกิดขึ้นเมื่อสัตว์มีปัญหาหลับในเวลากลางวันมากเกินไป ไม่มีแรง หรือหมดสติไปชั่วขณะ อาการจะเกิดในระยะเวลาสั้น ๆ และหายไปเอง โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะแสดงอาการกล้ามเนื้อเป็นอัมพาตเฉียบพลันโดยที่สุนัขยังมีสติอยู่ สัตว์จะยังคงตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมและสามารถกลอกตามองสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ขณะแสดงอาการ โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงคล้ายกับโรคลมหลับที่การแสดงอาการเกิดขึ้นเอง คงอยู่ในระยะเวลาสั้น และหายได้เอง ความผิดปกติทั้งสองนี้ถือว่าพบได้ค่อนข้างบ่อยในสุนัข

อาการ

สุนัขที่มีความผิดปกติทั้งสองอย่างนี้ไม่จำเป็นจะต้องมีสาเหตุอยู่เบื้องหลังหรือเกิดจากโรคอื่นที่เกี่ยวข้องกับอาการเสมอไป ผลการตรวจร่างกายเบื้องต้นมักจะเป็นปกติและมีการตอบสนองทางระบบประสาทปกติ โรคนี้ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ควรได้รับความสนใจและการสังเกตุอาการจากเจ้าของ โรคลมหลับและโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงจะแสดงอาการอยู่ประมาณหลายวินาทีจนถึง 30 วินาทีต่อครั้ง และมักเกิดขณะที่สุนัขกำลังกิน เล่น ตื่นเต้น หรือขณะผสมพันธุ์ ช่วงเวลาที่อารมณ์ถูกกระตุ้นอย่างมากจะมีผลต่อการเกิดโรคทั้งสอง

ขณะมีอาการลมหลับสุนัขจะล้มลงด้านข้างหรือท่าหมอบ กล้ามเนื้อปวกเปียก และการเคลื่อนไหวทั้งหมดจะหยุดไปชั่วขณะ เหมือนกับสุนัขล้มและหลับสนิทไปกระทันหัน ลูกตาจะยังคงเคลื่อนไหวเช่นเดียวกับขณะหลับในช่วงแรก (REM stage) ขณะมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงสุนัขจะอยู่ในภาวะอัมพาต แต่ตาจะยังคงเปิดอยู่ สุนัขยังคงมีสติครบและยังตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวด้วยการกลอกตา โดยทั่วไปสุนัขจะหยุดแสดงอาการเมื่อมีการกระตุ้นจากภายนอก เช่น ได้ยินเสียงดัง หรือถูกลูบหัว

อาการที่มักพบ ได้แก่

  • เกิดอาการอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีสัญญาณเตือนก่อนที่จะล้มลง
  • หมดสติกระทันหัน
  • อัมพาตที่ขา หัว และลำตัว
  • อาการคงอยู่ประมาณหลายวินาทีจนถึง 30 นาที
  • ตาเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อกระตุก และส่งเสียงร้องควรญครางขณะเกิดอาการ
  • อาการมักจะหยุดเมื่อมีสิ่งอื่นมากระตุ้น เช่น การลูบหัว เสียงดัง ฯลฯ

สาเหตุ

  • พันธุกรรมในสุนัขพันธุ์ Labrador retriever, Poodle, Dachshund และ Doberman pinscher
  • อาจเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน
  • ความผิดปกติของเส้นประสาท
  • ไม่ทราบสาเหตุ

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะตรวจร่างกายอย่างละเอียด ทั้งตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะเพื่อตัดโรคที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป เจ้าของจะต้องแจ้งประวัติสุขภาพของสุนัขอย่างละเอียดเกี่ยวกับอาการและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับอาการ หากเป็นไปได้ควรอัดวิดีโอขณะสุนัขแสดงอาการให้สัตวแพทย์ จะช่วยให้สามารถหากรูปแบบของความผิดปกติได้ หากสัตวแพทย์พบเหตุการณ์ที่มีแนวโน้มจะทำให้เกิดการแสดงอาการ สัตวแพทย์จะลองกระตุ้นให้เกิดอาการด้วยกิจกรรมหรือสถานการณ์เดียวกัน เพื่อให้สามารถสังเกตุอาการได้ต่อหน้า การใช้อาหารล่อให้เกิดอาการอาจได้ผลเนื่องจากสัตว์ส่วนมาจะเกิดอาการขณะกินอาหาร

การรักษา

สัตวแพยท์จะพยายามหาสาเหตุของการเกิดอาการ โดยการหารูปแบบ เช่น กิจกรรมบางอย่าง อาหาร หรือเวลาของวัน จะทำให้สามารถคาดเดาได้ก่อนว่าสุนัขจะแสดงอาการเมื่อใด แม้ว่าจะไม่สามารถป้องกันได้ แต่อาจสามารถลดความพี่และระยะเวลาที่แสดงอาการได้ สังเกตุสัญญาณทุกอย่างแม้เพียงเล็กน้อยก่อนเกิดอาการและเตรียมพร้อมที่จะช่วยเหลือสุนัขให้อาการผ่านไปเร็วที่สุด อาการเหล่านี้อาจดูรุนแรงแต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต สุนัขจะไม่ทรมานหรือเจ็บปวดขณะเกิดอาการระบบประสาทนี้ และไม่จำเป็นต้องกังวลว่าสุนัขจะสำลักอาการและ/หรือมีการอุดตันของทางเดินหายใจแม้จะเกิดอาการขณะกินอาหาร สิ่งที่ควรคำนึงเกี่ยวกับความปลอดภัย คือกรณีที่เกิดอาการบ่อย เกิดในสถานการณ์ที่เป็นอันตราย ในกรณีที่มีความเสี่ยงสัตวแพทย์จะจ่ายยาเพื่อช่วยควบคุมความถี่และระยะเวลาของการเกิดอาการ

การจัดการ

หากสุนัขมีปัญหานี้ เจ้าของจะต้องคอยดูแลกิจกรรมของสุนัขที่อาจเป็นอันตรายขณะเกิดการแสดงอาการ การผสมพันธุ์จะทำให้สุนัขเกิดความตื่นเต้นและเกิดอาการขึ้น และเหตุการณ์เช่นนี้ทำให้สุนัขอยู่ในอันตราย เหตุการณ์อื่นที่จะทำให้สุนัขตื่นเต้นมาก เช่น การออกล่า การว่ายน้ำ และการออกกำลังกายโดยไม่ใส่สายจูง วิ่งเล่นในพื้นที่กว้าง และการเจอกับคนหรือสัตว์แปลกหน้า ในกรณีแบบนี้เจ้าของจะต้องระวังและเตรียมพร้อมเพื่อไม่ให้สุนัขตกอยู่ในอันตราย แนะนำให้สุนัขอยู่ในบ้านหรือที่ที่ปลอดภัย เพื่อลดโอกาสถูกทำร้ายจากสัตว์หรือสิ่งอื่น

 

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม