Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,022,750 คน

หัวใจนั้นมี 4 ห้องโดยแบ่งเป็นสองห้องทางด้านบน และสองห้องทางด้านล่าง โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมนี้ เป็นโรคที่เกิดในกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่าง และทำให้ผนังหัวใจห้องนั้นโตขึ้นและบีบตัวได้ลดลง ทำให้สูบฉีดเลือดออกได้ลดลง ทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นและมักจะทำให้เกิดหัวใจวายตามมา ในอดีตโรคนี้เคยเป็นโรคหัวใจที่พบบ่อยที่สุดโรคหนึ่งในแมวคาดว่าเกิดจากการขาดกรดอะมิโนที่ชื่อ taurine แต่ในปัจจุบันนั้นพบได้ค่อนข้างน้อยเนื่องจากอาหารแมวส่วนมากมีการเติมกรดอะมิโนตัวนี้เข้าไป

 แมวบางสายพันธุ์เช่นแมวสีสวาดและAbyssinian นั้นจะสามารถพบได้บ่อย มักพบในแมวที่มีอายุระหว่าง 2-20 ปีโดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 10 ปี

อาการที่พบ

แมวที่เป็นโรคนี้และหัวใจสูบฉีดเลือดได้น้อยจะมีอาการซึมเศร้า เบื่ออาหาร และอ่อนแรง หากมีการอุดตันของเส้นเลือดอาจทำให้เกิดาอาการปวด และเป็นอัมพาตบางส่วนได้ การตรวจร่างกายอาจจะพบอัตราการเต้นของหัวใจที่ช้า เร็ว หรือเป็นปกติได้ ร่วมกันได้ยินเสียงฟู่ที่ผิดปกติ อุณหภูมิร่างกายต่ำและเสียงปอดที่เบาลง

สาเหตุ

ถึงแม้ว่าในอดีตโรคนี้มักจะมีสาเหตุมาจากการขาดกรดอะมิโน taurine แต่สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้ในปัจจุบันนั้นก็ยังเป็นปริศนา เชื่อว่าอาจจะมีปัจจัยทางพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง

การวินิจฉัย

นอกเหนือจากการตรวจร่างกายที่หัวใจอย่างละเอียดแล้ว ยังมีการตรวจอีกหลายอย่างเพื่อช่วยในการวินิจฉัยและตัดโรคอื่นที่อาจมีอาการลักษณะเดียวกัน การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจนั้นจะช่วยแสดงความผิดปกติเกี่ยวกับคลื่นไฟฟ้าในหัวใจ (ซึ่งมักบ่งบอกถึงความสามารถในการบีบตัวของหัวใจ) และยังช่วยให้สัตวแพทย์สามารถระบุตำแหน่งที่เกิดความผิดปกติได้อีกด้วย การเอกซเรย์ช่องอกนั้นอาจทำให้เห็นหัวใจที่โตกว่าปกติและสารน้ำที่สะสมในปอดได้ การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงนั้นจะช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรคนี้ได้ และทำให้เห็นขนาดของหัวใจและความสามารถของกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างในการบีบตัว

การรักษา

การรักษาโรคนี้นั้นมีได้หลากหลายขึ้นกับอาการของแมว หากแมวมีอาการรุนแรง อาจจะจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ในการรักษานั้นอาจประกอบด้วยการใช้ยาเพื่อควบคุมการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะ, ช่วยการทำงานของไตและรักษาภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากลิ่มเลือดอุดตัน การรักษาภาวะหัวใจวายในโรงพยาบาลนั้นมักจะประกอบไปด้วยการให้ออกซิเจน ยาขับปัสสาวะเพื่อลดการคั่งของสารน้ำ การให้ยา nitroglycerin เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น และยา dobutamine ขนาดต่ำเพื่อกระตุ้นการบีบตัวของหัวใจ ยาอื่นๆ ที่อาจใช้ในการรักษาเช่นยาละลายลิ่มเลือดและยากลุ่ม beta blockers เพื่อควบคุมการเต้นของหัวใจขึ้นกับภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น แมวที่เป็นโรคนี้มักมีอาการเบื่ออาหารและเนื่องจากพวกมันต้องทานอาหารที่ลดปริมาณโซเดียมลง ดังนั้นคุณจึงต้องวางแผนเรื่องอาหารที่จะสามารถกระตุ้นให้พวกมันอยากทานได้ เพื่อช่วยในการฟื้นตัว

การดูแลและการจัดการหลังการรักษา

การตรวจติดตามอาการนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากในแมวที่เป็นโรคนี้ โดยเมื่อเริ่มรักษาไปแล้ว 1 สัปดาห์ จะต้องมีการตรวจซ้ำหลายอย่างเพื่อประเมินผลของการรักษาและปรับแผนการรักษาหากจำเป็น คุณจะต้องดูแลให้แมวรับประทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด หลังจากนั้นจะต้องมีการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงที่หัวใจซ้ำทุกๆ 3-6 เดือนเพื่อประเมินการดำเนินโรค

คุณจะต้องคอยสังเกตอาการทั่วไปของแมวเช่นความตื่นตัว, ความอยากอาหาร และความสนใจต่อสิ่งต่างๆ ร่วมกับอาการที่อาจเป็นซ้ำเช่นไอหรือหายใจลำบาก อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะได้รับการรักษาอย่างเต็มที่และต่อเนื่อง แต่แมวส่วนใหญ่ที่เป็นโรคนี้นั้นมักจะมีอายุได้ไม่ยืนยาวนัก ดังนั้นคุณควรใส่ใจในเรื่องคุณภาพชีวิตของพวกมันในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่มากกว่า

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม