โรควัณโรคกระดูกสันหลัง (Spinal tuberculosis; TB spine; Tuberculous spondylitis; Pott’s disease)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ธ.ค. 17, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

ความหมาย เป็นการติดเชื้อวัณโรคที่บริเวณกระดูกสันหลัง ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท ในเด็กเกิดปัญหาเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของกระดูกสันหลัง ทำให้หลังโก่งขึ้นเรื่อยๆ พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

สาเหตุ เกิดจากการติดเชื้อ Mycobacterium tuberculosis โดยมีจุดเริ่มต้นการติดเชื้อจากอวัยวะอื่น แล้วแพร่กระจายไปที่กระดูกและข้อ กระดูกจะถูกทำลายและมีการอักเสบเกิดเป็นฝี

พยาธิสรีรภาพ ส่วนใหญ่จะมีการติดเชื้อวัณโรคที่เกิดจากอวัยวะส่วนอื่นอยู่ก่อนแล้ว เช่น มีจุดเริ่มต้นที่ต่อมน้ำเหลืองขั้วปอด วัณโรคของระบบทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น แล้วแพร่กระจายมายังกระดูกและทางกระแสเลือดหรือต่อมน้ำเหลือง เมื่อมีการติดเชื้อวัณโรคเข้าสู่กระดูกสันหลัง ซึ่งมักเป็นกระดูกพรุน ทำให้เกิดการอักเสบ กระดูกนั้นจะถูกทำลายและเยื่อบุข้อหนาขึ้นเนื่องจากมีเนื้อเยื่อเม็ดเล็กๆ(Granulation) เข้าไปแทนที่ นอกจากนี้มีเนื้อเยื่อตายและอักเสบซึ่งมีลักษณะเหนียวคล้ายครีมข้นและรวมตัวกันเป็นฝี หากมีแรงดันมากจะทำให้เอ็นหุ้มข้อแตกและมีหนองไหลออกมา หากเกิดขึ้นบริเวณกระดูกสันหลังนอกตอนบน หนองอาจเซาะเข้าไปตามแนวกล้ามเนื้อที่อยู่ด้านข้างของกระดูกสันหลังส่วนนอกต่อกับเอว เมื่อกระดูกมีการอักเสบและเนื้อกระดูกบางลงเกิดการยุบตัวลงทำให้มีอาการหลังโก่ง (Kyphosis) และเมื่อมีข้อและไขสันหลังถูกทำลายจากแรงกดของหนองอาจทำให้ร่างกายส่วนล่างตั้งแต่เอวลงไปเป็นอัมพาต

อาการ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง ผอม ซูบซีด เซื่องซึม หากเป็นเด็กจะไม่สนใจเล่นกับเพื่อ ไม่ซนค่อยๆ เดิน ก้มหลังลงเพื่อหยิบของที่พื้นไม่ได้ อาจมีไข้ต่ำๆ โดยเฉพาะตอนบ่าย กล้ามเนื้อหลังตึง ก้มตัวลำบาก ในระยะที่มีการอักเสบของกระดูกสันหลัง จะมีอาการปวดท้องซึ่งเป็นอาการที่สำคัญ จะปวดมากขึ้นเมื่อทำงานหรือได้รับแรงกระทบกระเทือน หรือเวลาไอ จาม อาการจะดีขึ้นเมื่อนอนพัก ปวดหลังมากโดยเฉพาะเวลากลางคืน มีอาการกดเจ็บและบวมบริเวณผิวหนังรอบๆ บางรายมีหลังโก่ง อาจมีอาการปวดร้าวไปที่ขา ในที่สุดจะเป็นอัมพาตของร่างกายส่วนล่าง หากไปกดไขสันหลังผู้ป่วยอาจเดินกะเผลกหรือเดินไม่ได้

การวินิจฉัยโรค เริ่มด้วยอาการปวดหลังที่ต้องมาพบแพทย์ ผู้ป่วยมักจะต้องตื่นกลางดึกเพราะอาการปวดหลัง นอนไม่ค่อยหลับ มีอาการกดเจ็บและบวมบริเวณผิวหนังรอบๆ กระดูกสันหลัง เจาะเลือดตรวจหาจำนวนเม็ดเลือด (Complete blood count; CBC) มักพบ Hbต่ำ Hctต่ำ WBC ปกติ การตกตะกอนของเม็ดเลือดแดงใน 1 ชั่วโมง (Erythrocyte sedimentation rate: ERS) สูง ตรวจปัสสาวะเพื่อหาการติดเชื้อวัณโรคระบบทางเดินปัสสาวะ Tuberculin test ให้ผลบวก ตัดชิ้นกระดูก (Biopsy) หรือตัดเนื้อเยื่ออ่อนรอบๆ ที่เป็นวัณโรคจะพบลักษณะของวัณโรค และจากการถ่ายภาพรังสีพบการยุบของกระดูกเป็นเงา หากพบเงาทึบในเนื้อเยื่ออ่อนแสดงว่ามีการเกิดหนองในเนื้อเยื่ออ่อน การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็ก Magnetic resonance imaging; MRI) ซึ่งจะช่วยค้นพบความผิดปกติในระยะแรกได้ เพื่อหาความแตกต่างระหว่างเนื้อเยื่อสูง สามารถแยกระหว่างเนื้อเยื่อปกติและผิดปกติได้

การรักษา โดยให้ผู้ป่วยพัก อาจใช้เครื่องพยุงหลัง ให้ยาต้านวัณโรค เช่น INH, Rifampin, Pyrazinamide, Ethambutol, Streptomycin เป็นต้น อย่างต่อเนื่อง 1 ปี บำรุงร่างกายให้แข็งแรง หากมีการกดทับไขสันหลังหรือเส้นประสาทอาจผ่าตัดเปิดเข้าไปในข้อ ขูดเนื้อเยื่อและกระดูกตายออกให้หมด หรือผ่าตัดเพื่อเอาส่วนที่กดไขสันหลังหรือเส้นประสาทออก

การพยาบาล ดูแลให้รับประทานยาตามแผนการรักษา พักผ่อนอย่างเพียงพอ จัดให้นอนพักบนที่นอนที่แน่น ในท่านอนหงาย โดยใช้หมอนรองใต้เข่าเพื่อช่วยลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อต้นขา ด้านหลังและลดการแอ่นของหลัง ส่วนในท่านอนตะแคงใช้หมอนรองใต้ขาบนและใช้หมอนพยุงทางด้านหลังตามแนวความยาวของหลัง เวลาพลิกตะแคงตัวให้พลิกไปทั้งตัวไม่ให้หลังบิด แนะนำให้อยู่ในอิริยาบถที่ถูกต้องโดยการแนะนำให้รักษาหลังให้อยู่ในท่าที่ถูกต้อง เช่น

การยืนให้ยืนตัวตรง น้ำหนักลงที่ขาทั้ง 2 ข้าง ไม่ยืนหลังค่อม หลีกเลี่ยงการยืนนานๆ ควรเปลี่ยนอิริยาบถบ้าง ควรย่อเข่าเมื่อต้องยืนหรือเดินนานๆ ไม่สวมรองเท้าส้นสูง ควรนั่งเก้าอี้ที่สูงพอดีมีพนักพิงหลังเมื่อนั่งแล้วเท้าทั้งสองแตะพื้น นั่งตัวตรงพิงเก้าอี้และไม่ควรนั่งนานๆ

การนอน ให้นอนท่านอนหงาย ใช้หมอนรองใต้คอถึงบริเวณไหล่ และใช้หมอนรองใต้เข่า ที่นอนควรแน่นแข็งไม่เป็นแอ่งหรืออ่อนนุ่ม การลุกจากที่นอนให้ลุกใน ท่านอนตะแคง บำรุงร่างกายให้แข็งแรง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โปรตีนสูง ดื่มน้ำให้มากๆ 2,000– 3,000 มิลลิลิตร/วัน อยู่มรที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ผ่อนคลายความเครียด เตรียมผู้ป่วยทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจให้พร้อมทั้งก่อนและหลังผ่าตัด สังเกตอาการผิดปกติ เช่น แผลผ่าตัดติดเชื้อ แผลมีการอักเสบ เช่น ปวด บวม แดง ร้อน มีสิ่งขับหลั่งจากแผล มีไข้ เป็นต้น หากมีอาการปวดหลังมากขึ้น ชาที่ขามากขึ้น ขาไม่มีแรง หรือพบสิ่งผิดปกติต่างๆ ให้มาพบแพทย์ก่อน

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่