Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

กล้ามเนื้อหดเกร็ง ภาวะที่นำไปสู่อาการปวดเมื่อยเรื้อรัง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,251,415 คน

กล้ามเนื้อหดเกร็ง ภาวะที่นำไปสู่อาการปวดเมื่อยเรื้อรัง

กล้ามเนื้อหดเกร็ง (Muscle pain syndrome หรือ Myofascial pain syndrome) ที่เรียกย่อๆ ว่า กลุ่มอาการ MPS คืออาการปวดกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อเฉพาะจุด เนื่องจากกล้ามเนื้อมัดนั้นทำงานหนักและหดตัวเป็นเวลานาน อาการปวดที่เกิดจากกล้ามเนื้อหดเกร็ง จะเป็นลักษณะปวดตื้อๆ หรือปวดร้าวในตำแหน่งกล้ามเนื้อต่างๆ ซึ่งอาจรู้สึกปวดตลอดเวลา หรือปวดเฉพาะเวลาใช้งานก็ได้ และความรุนแรงของอาการก็อาจแตกต่างกันไป โดยส่วนมาก อาการกล้ามเนื้อหดเกร็งจะเกิดขึ้นเรื้อรังนานกว่า 2 เดือนขึ้นไป และมักเกิดกับกล้ามเนื้อคอ ไหล่ บ่า และหลัง ซึ่งต่างจากตะคริวที่เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อกะทันหัน และมักมีอาการเจ็บปวดรุนแรง ขยับกล้ามเนื้อไม่ได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราว อีกทั้งมักเกิดกับกล้ามเนื้อที่ขาเป็นส่วนใหญ่

สาเหตุของกล้ามเนื้อหดเกร็ง

กล้ามเนื้อหดเกร็งเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อส่วนนั้นอย่างหนัก หรือการอยู่ในอิริยาบถเดิมซ้ำๆ เป็นเวลานาน จนทำให้กล้ามเนื้อหดตัวอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีการคลายตัว ทำให้กล้ามเนื้อขาดพลังงาน และมีของเสียคั่งค้าง จึงเป็นที่มาของอาการปวด ซึ่งหากไม่รักษาให้หาย กล้ามเนื้ออาจเกิดการอักเสบเรื้อรัง กลายเป็นพังผืด ซึ่งเมื่อจับแล้วจะพบเป็นก้อนแข็งๆ ได้ ปัจจัยที่ทำให้กล้ามเนื้อหดเกร็งมักเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614
  • การออกแรงยกของหนักในท่าเดิมเป็นประจำ
  • การก้มหน้าเล่นโทรศัพท์นานๆ หรือชอบใช้คอและไหล่หนีบโทรศัพท์เวลาคุย
  • การนั่งทำงานที่โต๊ะเป็นเวลานาน เช่น นั่งเขียนหนังสือหรือพิมพ์คอมพิวเตอร์
  • การนอนด้วยเครื่องนอนที่ไม่รับกับสรีระ เช่น นอนหมอนสูงเกินไป หรือใช้ที่นอนยุบๆ
  • การสะพายกระเป๋าหนักๆ เป็นประจำ
  • การออกกำลังกายอย่างหนัก โดยไม่วอร์มหรือยืดกล้ามเนื้อก่อน
  • การเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บ

นอกจากนี้ ความเครียดก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อาการกล้ามเนื้อหดเกร็งรุนแรงขึ้นด้วย

กล้ามเนื้อหดเกร็งเฉียบพลันคืออะไร?

ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งเฉียบพลัน (Acute myofascial pain syndrome) คือการหดเกร็งกล้ามเนื้อที่ทำให้เกิดอาการปวดนานไม่เกิน 2 เดือน เช่น ปวดทันทีหลังยกของหนัก หรือปวดจากการออกกำลังกายนาน 1-2 สัปดาห์ ซึ่งสาเหตุมักเกิดจากกล้ามเนื้อทำงานหนักในท่าทางที่ไม่เหมาะสม เช่น การออกกำลังกายอย่างหนัก หรือกล้ามเนื้อสัมผัสกับความเย็นนานๆ การปฐมพยาบาลสามารถทำได้โดยการประคบร้อนและประคบเย็น โดยใช้ลูกประคบหรือผ้าชุบน้ำอุ่นประคบบริเวณที่เป็นตะคริวเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัว จากนั้นจึงใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบจุดที่ปวดเพื่อบรรเทาอาการ หรือจะใช้สเปรย์ฉีดเพื่อคลายกล้ามเนื้อก็ได้ แต่ควรหลีกเลี่ยงการนวดหรือกดแรงๆ เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้ออักเสบมากขึ้น

การรักษากล้ามเนื้อหดเกร็ง

  • การรักษาด้วยยา ยาที่ใช้สำหรับบรรเทาอาการมีทั้งยากินและยาฉีด เช่น ยาแก้ปวดพาราเซตามอล ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs ยาคลายกล้ามเนื้อชั่วคราว ยาต้านโรคซึมเศร้าและลดอาการเกร็ง ยาฉีดชนิด Cortisone สำหรับแก้ปวด หรือการฉีด Botulinum toxin เพื่อลดการหดเกร็งกล้ามเนื้อ เป็นต้น
  • การทำกายภาพบำบัด ซึ่งต้องเข้าพบนักกายภาพบำบัดเพื่อทำการรักษา วิธีกายภาพบำบัดมีหลายขั้นตอน เช่น การรักษาด้วยความร้อน การบริหารกล้ามเนื้อเพื่อให้คลายตัว การออกกำลังกายโดยใช้ท่าอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อสร้างความแข็งแรงและยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ เป็นต้น
  • การบำบัดด้วยวิธีอื่นๆ ผู้ป่วยหลายคนเลือกใช้การแพทย์ทางเลือกในการรักษาอาการปวด เช่น การนวดกดจุด และการฝังเข็ม ซึ่งพบว่าการฝังเข็มนั้นให้ผลค่อนข้างดี โดยสามารถสลายพังผืด ลดการอักเสบเรื้อรัง คลายกล้ามเนื้อ และช่วยบรรเทาอาการปวดให้ดีขึ้นได้

การป้องกันกล้ามเนื้อหดเกร็ง

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม เช่น หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การทำงานในอิริยาบถเดิมนานๆ การเล่นโทรศัพท์มากเกินไป เมื่อออกกำลังกายควรยืดกล้ามเนื้อก่อน และเลือกเครื่องนอนที่เหมาะสมกับสรีระ เป็นต้น
  • ออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงและยืดหยุ่น


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
พอกันทีกับการซิทอัพ ถึงเวลาเล่นโยคะและพีลาทีสเพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง
พอกันทีกับการซิทอัพ ถึงเวลาเล่นโยคะและพีลาทีสเพื่อกล้ามเนื้อหน้าท้อง

หลากหลายวิธีเพื่อช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหน้าท้อง

6 วิธีเดินเผาผลาญพลังงาน
6 วิธีเดินเผาผลาญพลังงาน

ใช้เทคนิคต่อไปนี้มาช่วยเผาผลาญพลังงานระหว่างการเดินกันเถอะ

ดูในแอป