พันธุ์แมว

แมวพันธุ์มันช์กิ้น (Munchkin)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ส.ค. 12, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 228,914 คน

Istock 689271848

ดูรูปและรู้จักแมวพันธุ์มันช์กิ้น (Munchkin) ทั้งข้อมูลสายพันธุ์ ประวัติสายพันธุ์ รูปร่าง ลักษณะ นิสัย การดูแล สุขภาพ โรคและอาการที่พบบ่อย พร้อมถามคำถามสัตวแพทย์ได้ที่นี่

ลักษณะภายนอก

มันช์กิ้นเป็นแมวขนาดกลางที่มีลำตัวยาว มีดวงตาเป็นรูปทรงวอลนัท และมีหูทรงสามเหลี่ยม เนื่องจากเกิดกระบวนการผ่าเหล่า มันจึงมีขาที่สั้นและอ้วนเตี้ย ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่ทำให้คนจดจำได้มากที่สุด อย่างไรก็ดี การที่ขาของมันช์กิ้นมีลักษณะดังกล่าวไม่ใช่เพราะว่ามันพิการ และมันมีเท้าหน้าขนาดปกติที่มีความยาวเท่าๆ กัน นอกจากนี้มันช์กิ้นยังเป็นแมวที่มีทั้งแบบขนสั้นและขนยาว

นิสัยและอารมณ์

แมวขาสั้นชนิดนี้มีความมั่นใจ ทำตัวง่ายๆ และไม่ได้ประหม่าเกี่ยวกับร่างกายที่ผิดปกติของตัวเอง แมวพันธุ์นี้ชอบเล่นและมักเล่นปลุกปล้ำกับเพื่อนของมัน อีกทั้งยังชอบนำวัตถุขนาดเล็กที่มีประกายไปซ่อนเพื่อนำมาเล่นในภายหลัง นอกจากนี้มันช์กิ้นยังมีสัญชาตญาณของความเป็นนักล่า และจะไล่หนูหรือสิ่งใดก็ตามที่เคลื่อนไหว แต่เมื่อหมดวัน มันก็ไม่ได้ต้องการสิ่งใดนอกจากการได้เข้ามาอิงแอบที่ตักของเจ้าของและส่งเสียงร้องจนกระทั่งเจ้าของยอมลูบตัว

ความเป็นมาและภูมิหลัง

จุดกำเนิดของแมวพันธุ์ขาสั้นยังคงเป็นที่ถกเถียงกัน แต่พวกมันถูกพบในประเทศอังกฤษในช่วงต้นคริสต์ทศวรรษ 1930 แต่ก็มีแมวหลายตัวที่ถูกกำจัดในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ.1983 Sandra Hochenede ครูสอนดนตรีได้พบกับแมว 2 ตัวโดยบังเอิญ ซึ่งซ่อนอยู่ภายในกระบะรถหลังจากถูกไล่โดยสุนัขพันธุ์บูลด็อก หลังจากที่ช่วยแมวแล้ว เธอก็นำแมวเหล่านี้กลับมาบ้านและพบว่าแมวตั้งครรภ์ สุดท้ายเธอเก็บแมวสีดำไว้กับตัวเองและให้แมวสีเทาแก่คนอื่น ซึ่งแมวที่เก็บไว้เองนั้นมีชื่อว่า Blackberry

หลังจากที่แมวตัวนี้คลอดลูก Hochenedel ก็ได้มอบลูกแมวให้เพื่อนที่ชื่อว่า Kay LaFrance ซึ่งเธอเลี้ยงแมวไว้หลายตัว และยอมให้แมวออกไปเดินเล่นอย่างอิสระนอกบ้าน หลังจากนั้นไม่นานในเมืองก็เต็มไปด้วยแมวมันช์กิ้น

ต่อมา LaFrance ได้ติดต่อกับ Dr. Solveig Pflueger ซึ่งเป็นประธานของ The International Cat Association's (TICA) เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับแมวสายพันธุ์นี้ งานวิจัยของ Pflueger ทำให้รู้ว่าการที่มันช์กิ้นมีขาสั้นนั้นเป็นเพราะผลจากการผ่าเหล่าที่ส่งผลต่อกระดูกส่วนขาที่ยาว

หลังจากนั้นก็มีผู้เพาะพันธุ์แมวหลายคนที่สนใจแมวสายพันธุ์นี้และพยายามทำให้มันถูกยอมรับโดย TICA แต่ทว่า TICA กลับปฏิเสธเนื่องจากมีข้อมูลเกี่ยวกับแมวสายพันธุ์นี้ไม่เพียงพอ แต่สุดท้ายแล้วมันก็ได้รับการยอมรับในปี ค.ศ.1995 หลังจากที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ (1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม