Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

การอักเสบและแผลในปากของแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,489,919 คน

แผลในปากและโรค Chronic Ulcerative Paradental Stomatitis ในแมว

หนึ่งในโรคที่ส่งผลต่อช่องปากของแมวก็คือการเกิดแผลในปากและโรค chronic ulcerative paradental stomatitis (CUPS) ซึ่งเป็นโรคที่ทำให้เกิดแผลบนเหงือกและเยื่อบุในช่องปากและทำให้เกิดอาการเจ็บขึ้น โรคนี้เกิดจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อแบคทีเรียและหินปูนที่อยู่บนฟันมากกว่าปกติและบางครั้งอาจเริ่มสังเกตอาการของโรคได้หลังจากเวลาที่ขูดหินปูนที่ทำให้สิ่งต่างๆ เหล่านี้หลุดออกมาอยู่ในช่องปาก

แมวที่เป็นโรคนี้มีแนวโน้มที่จะเกิดโรค lymphocytic plasmacytic stomatitis (LPS) ซึ่งเป็นโรคที่ทั้งปากเกิดการอักเสบอย่างรุนแรงตามมา โรคนี้ทำให้แมวมีอาการเจ็บปวดรุนแรงและส่งผลต่อชีวิตประจำวันของพวกมัน อาการของโรคนี้คือการเห็นจุดสีแดงสดอยู่บนเหงือกและปาก, มีเลือดออกจากเหงือก และการที่แมวส่งเสียงร้องในขณะที่กินหรือทำกิจกรรมที่ใช้ปาก แม้ว่าการกระทำที่ส่งผลต่อการสร้างสารที่กระตุ้นให้เกิดการสร้าง antibodies ในช่องปากนั้นอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะนี้ได้ แต่ก็ยังมีความเชื่อว่าแมวที่มีอาการนี้ ก็จะเกิดโรคอยู่ดีไม่ว่าจะมีการกระตุ้นหรือไม่ก็ตาม ในบางราย วิธีเดียวที่สามารถแก้ไขได้ก็คือการถอนฟันออกทั้งหมดเพื่อไม่ให้มีแบคทีเรียซึ่งมักพบอยู่บนผิวของฟันอยู่ในปาก แมวพันธุ์ Somali และ Abyssinian นั้นมีความเสี่ยงในการเกิดโรคนี้มากกว่าแมวพันธุ์อื่นๆ

อาการที่พบ

  • ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น
  • เหงือกบวม
  • มีการอักเสบที่บริเวณเพดานปากด้านหลัง
  • คออักเสบ
  • เนื้อเยื่อบุกระพุ้งแก้มอักเสบ
  • มีน้ำลายมาก
  • เจ็บ
  • เบื่ออาหาร
  • มีแผลอยู่บนเหงือกในบริเวณที่ต่อกับริมฝีปาก
  • มีหินปูนบนฟัน
  • มีการอักเสบที่กระดูก
  • มีแผลเป็นที่บริเวณด้านข้างของลิ้นจากการเกิดการอักเสบและแผลเรื้อรัง

สาเหตุ

กลุ่มโรคเมตะบอลิก

  • โรคเบาหวาน
  • ภาวะพาราไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ
  • ภาวะไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ
  • โรคไตซึ่งทำให้เกิดภาวะของเสียคั่งในเลือด

จากสารอาหาร

  • ขาดสารอาหารกลุ่มโปรตีนและพลังงาน
  • ขาด Riboflavin

เนื้องอก

  • มะเร็งชนิด Squamous cell carcinoma
  • มะเร็งชนิด Fibrosarcoma
  • มะเร็งชนิด Malignant melanoma

เกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน

  • โรค pemphigus vulgaris
  • Bullous pemphigoid
  • Systemic lupus erythematosus
  • Discoid lupus erythematosus
  • ภาวะ toxic epidermal necrolysis จากการใช้ยา
  • ภาวะหลอดเลือดอักเสบจากภูมิคุ้มกัน

การติดเชื้อ

  • Retrovirus
  • FeLV, FIV
  • Calicivirus
  • Herpes virus
  • โรคปริทันต์

การได้รับบาดเจ็บ

  • มีวัตถุแปลกปลอม
  • มีชิ้นส่วนของกระดูกหรือไม้อยู่ภายในปาก
  • ถูกไฟฟ้าช็อต
  • ฟันขบไม่เท่ากัน

สารเคมี/สารพิษ

  • กรด
  • Thallium

ไม่ทราบสาเหตุ

  • โรค Eosinophillic granoluma

การวินิจฉัยโรค

สัตวแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติเกี่ยวกับสุขภาพของแมว, อาการที่เกิดขึ้น และเหตุการณ์ที่อาจกระตุ้น/เกิดก่อนภาวะนี้ เช่นการเคี้ยวสายไฟหรือวัตถุอื่นๆ, ประวัติอาการเจ็บป่วยในช่วงนี้ และประวัติการทำฟัน ก่อนที่จะทำการตรวจช่องปากอย่างละเอียดเพื่อดูความรุนแรงของการอักเสบที่เกิดขึ้น หรือดูว่ามีฟันซี่ใดที่ต้องได้รับการรักษาหรือไม่ สัตวแพทย์อาจส่งตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะเพื่อมองหาโรคที่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะนี้ และอาจจะส่งตรวจทางภาพวินิจฉัยร่วมด้วย ภาวะแทรกซ้อนของโรคนี้อย่างหนึ่งก็คือการเกิดกระดูกอักเสบโดยไม่ทราบสาเหตุซึ่งการทำเอกซเรย์จะช่วยให้เห็นความเสียหายของกระดูกและความรุนแรงของภาวะนี้ได้

ส่วนมากการที่ถูกกระตุ้นจากสารที่ทำให้ร่างกายปล่อย antibody ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันของร่างกายออกมาอย่างเรื้อรังนั้นจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้แมวเกิดแผลในปากและเหงือกอักเสบได้

การรักษา

จะต้องทำการรักษาโรคที่เป็นสาเหตุก่อนตามความจำเป็น ส่วนมากแล้วแมวที่ไม่สามารถกินอาหารได้ตามปกติมาระยะหนึ่งนั้นจะต้องได้รับการดูแลทางด้านสารอาหารเพื่อชดเชยการขาดดังกล่าว เช่นการให้รับประทานอาหารอ่อน และ/หรือการใส่สายให้อาหาร นอกจากนั้นสัตวแพทย์อาจแนะนำให้รับประทานวิตามินเสริมอีกด้วย

แมวที่เกิดภาวะกระดูกอักเสบ จะต้องทำการนำกระดูกที่อักเสบนั้นออก ก่อนที่จะใช้เหงือกมาปิดบริเวณที่ผ่าตัดและให้การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

นอกจากนั้นยังอาจมีการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และอาจจะใช้เป็นช่วงๆ ในระหว่างที่มีการทำฟันแต่การใช้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่องในระยะยาวนั้นอาจทำให้เกิดการดื้อยาได้ ยาใช้ยาต้านการอักเสบ/ยากดภูมิคุ้มกันนั้นสามารถช่วยรักษาอาการอักเสบได้และทำให้แมวมีอาการดีขึ้นในระยะสั้น แต่ก็มีผลข้างเคียงเช่นกันในระยะยาว ดังนั้นสัตวแพทย์จึงต้องพิจารณาถึงผลต่างๆ เหล่านี้ก่อนที่จะเลือกใช้ยาแก้ปวดไม่ว่าชนิดใด อาจมีการใช้สารละลาย Chlorhexidine หรือเจลฆ่าเชื้อทาลงบนเหงือกและปากโดยตรง หรืออาจจะใช้ยาแก้ปวดวางลงบนเหงือกและปากโดยตรงได้เช่นกัน

การดูแลและการจัดการ

แมวที่เป็นโรค LPS และ CUPS นั้นควรได้รับการรักษาแบบป้องกันวันละสองครั้งหรือบ่อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ที่บ้านเพื่อป้องกันการเกิดหินปูน อาจมีการใช้ยาปฏิชีวนะทาลงบนฟันและเหงือกของแมว นอกจากนั้นเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคแล้วควรพาแมวไปทำความสะอาดฟัน สัตวแพทย์จะทำการนัดตรวจติดตามอาการเป็นระยะ (ในระหว่างที่รับการรักษาโรคปริทันต์และการถอนฟันที่เป็นปัญหา)

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม


ดูในแอป