ไวรัสเอ็บสไตบาร์ คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ เม.ย. 3, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที

เมื่อมีอายุ 35 ปี เกือบทุกคนจะเคยมีการติดเชื้อ Epstein-Barr Virus ที่เป็นสาเหตุในการเกิดโรค Mononucleosis

Epstein-Barr Virus เป็นเชื้อไวรัสในกลุ่ม herpes ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสในคน ที่พบได้บ่อยมากที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก โดยประชากรเกือบทุกคนจะมีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ Epstein-Barr Virus เมื่อมีอายุ 35 ปี แสดงว่าเคยมีการติดเชื้อมาก่อนในช่วงใดช่วงหนึ่งของชีวิต ไม่ว่าจะทำให้เกิดอาการหรือไม่มีอาการก็ตาม

Epstein-Barr Virus กับโรค Mononucleosis

Epstein-Barr Virus เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของโรค Infectious mononucleosis ซึ่งเป็นโรคที่รู้จักกันในชื่อ Mono โรคจากการจูบ หรือโรคไข้ที่มีต่อมต่างๆ โต

อาการของโรคนี้ประกอบด้วย อ่อนเพลีย ปวดหัว มีไข้ เจ็บคอ และต่อมน้ำเหลืองโต

โดยพบว่าเชื้อ Epstein-Barr Virus เป็นสาเหตุของการเกิดโรค Mono ประมาณ 30-50% แต่การติดเชื้อ Epstein-Barr Virus จำนวนมากไม่ได้ทำให้มีอาการ หรืออาการแสดงนั้นใกล้เคียงกับอาการแสดงอื่นของการติดเชื้อ

วัยรุ่นและผู้ใหญ่ตอนต้นมีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากที่สุด โดยพบว่ามีอย่างน้อย 25% ที่จะเป็นโรค mono

Epstein-Barr Virus ทำให้เกิดอะไร?

Epstein-Barr Virus เป็นเชื้อที่ติดต่อกันได้ผ่านทางสารคัดหลั่งของร่างกายโดยเฉพาะน้ำลาย และมูกต่าง ๆนอกจากนั้นยังสามารถมีการแพร่เชื้อทางเลือด และน้ำอสุจิระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ การให้เลือด หรือการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะได้

คุณอาจได้รับเชื้อ Epstein-Barr Virus จากการรับประทานเครื่องดื่มจากแก้วเดียวกัน ใช้อุปกรณ์กินข้าวเดียวกัน หรือใช้แปรงสีฟันร่วมกับผู้ที่มีการติดเชื้อ และก็ยังไม่มีหลักฐานเกี่ยวกับการฆ่าเชื้อบนอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ โดยเชื่อว่าเชื้อไวรัสสามารถอาศัยอยู่บนสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อได้นานเท่าที่สิ่งของนั้นยังคงมีความชื้น

คนที่มีการติดเชื้อ Epstein-Barr Virus ครั้งแรกสามารถแพร่เชื้อได้หลายสัปดาห์ หลังจากนั้นโดยอาจไม่รู้ตัวว่าตนเองมีการติดเชื้อ

อาการของการติดเชื้อ Epstein-Barr Virus

อาการของการติดเชื้อ Epstein-Barr Virus มักจะหายไปในเวลา 2-4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตามอาจจะยังคงรู้สึกอ่อนแรงได้หลังจากนั้นหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน

อาการของการติดเชื้อ Epstein-Barr Virus ประกอบด้วย

  • อ่อนเพลีย
  • มีไข้
  • คออักเสบ
  • ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต
  • ม้ามโต
  • ปวดท้องจากตับโต
  • มีผื่นขึ้น

และเมื่อมีการติดเชื้อเกิดขึ้นแล้ว เชื้อจะสามารถอยู่ในร่างกายโดยไม่แสดงอาการได้ แต่หากเชื้อไวรัสถูกกระตุ้นให้แสดงอาการอีกครั้ง อาจทำให้สามารถแพร่กระจายโรคต่อไปได้อีก ไม่ว่าการติดเชื้อครั้งแรกจะเกิดขึ้นมานานแล้วหรือไม่ก็ตาม

การวินิจฉัยการติดเชื้อ Epstein-Barr Virus

การวินิจฉัยการติดเชื้อ Epstein-Barr Virus เป็นเรื่องที่ยาก เนื่องจากอาการของการติดเชื้อนี้เหมือนกับอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ

อย่างไรก็ตามการตรวจเลือดสามารถระบุได้ว่ามีการติดเชื้อ Epstein-Barr Virus หรือไม่ เช่นการตรวจ Monospot จะสามารถตรวจว่ามีภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ Epstein-Barr Virus หรือไม่

การรักษาการติดเชื้อ Epstein-Barr Virus

ปัจจุบันไม่มีการรักษาการติดเชื้อ Epstein-Barr Virus แต่สามารถช่วยลดอาการได้โดยใช้วิธีการต่าง ๆ ต่อไปนี้

  • ดื่มน้ำมาก ๆ
  • พักผ่อนเยอะ ๆ
  • ซื้อยาแก้ปวดลดไข้มารับประทาน
  • อมยาอมแก้เจ็บคอ

ตัวอย่างยาแก้ปวดลดไข้ที่สามารถซื้อได้ตามร้านขายยา เช่น

  • Tylenol (acetaminophen)
  • Aspirin ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 19 ปี
  • Advil (ibuprofen)
  • Aleve (naproxen)

ผู้ที่อายุน้อยกว่า 19 ปีไม่ควรใช้ยา aspirin ระหว่างการติดเชื้อไวรัสเพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด Reye syndrome

และถึงแม้ว่าจะไม่มีวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ EBV แต่สามารถป้องกันการติดเชื้อโดยการหลีกเลี่ยงการจูบ การแบ่งปันเครื่องดื่ม อาหาร ของใช้ส่วนตัว (เช่นแปรงสีฟัน) กับผู้ที่มีการติดเชื้อ

ภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้อ Epstein- Barr Virus

การติดเชื้อ EBV นั้นนอกจากทำให้เกิดโรค Mono แล้วยังสามารถทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยและภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวประกอบด้วย

  • เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งรวมถึงการบวมของเนื้อเยื่อรอบสมองและไขสันหลัง
  • สมองบวม
  • เส้นประสาทตาบวม
  • ไขสันหลังบวม
  • กล้ามเนื้อใบหน้าเป็นอัมพาต
  • อัมพาตด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย
  • Guillain-Barre syndrome
  • มีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อที่ไม่สอดคล้องกันทันที
  • ปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลบ
  • ปัญหาทางจิต
  • ส่งผลต่อเลือดและไขกระดูก โดยจะมีการสร้างเม็ดเลือดขาวออกมามากกว่าปกติ
  • ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ทำให้เกิดการติดเชื่ออื่น ๆ ได้

Epstein-Barr Virus กับมะเร็ง

โรคมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ EBV ประกอบด้วย

  • Burkitt lymphoma (มะเร็งในระบบน้ำเหลือง)
  • Nasopharyngeal carcinoma (มะเร็งคอหอยส่วนบน)
  • Hodgkin lymphoma and non-Hodgkin lymphoma (มะเร็งต่อมน้ำเหลือง)
  • Post-transplant lymphoproliferative disorder (การมีเม็ดเลือดขาวปริมาณมากหลังจากการเปลี่ยนอวัยวะ)
  • มะเร็งเนื้อเยื่อและมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิด T-cell

เชื้อ Epstein-Barr Virus กับภาวะอื่น ๆ

การติดเชื้อ EBV ยังสามารถทำให้เกิดภาวะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  • ปอดอักเสบ
  • แผลเป็นบริเวณปอด
  • ตับอ่อนบวม
  • กล้ามเนื้อหัวใจบวม
  • มีปื้นขาวบนลิ้น
  • ต่อมทอนซิลมีหนอง
  • มีการติดเชื้อในโพรงจมูก
  • การอักเสบของตับ
  • ต่อมน้ำเหลืองบวม
  • ติดเชื้อแบคทีเรียที่กระดูก mastoid ด้านหลังหู
  • การขัดขวางทางเดินของอากาศในจมูกและคอ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

สงสัยคะทำไมคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อในกระแสเลือดคะ
คำถามนี้ได้การตอบจากพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ
ปัญหาสิวในวัย30+
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
การใส่เหล้ก จำเป้นไหมไม่ที่ไม่ผ่าออก
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่