อาหารการกิน

6 ข้อผิดพลาดของการให้อาหารแมวที่เจ้าของอาจเผลอทำ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
Istock 498981604 %281%29

หากมองเพียงผิวเผิน การให้อาหารแมวอาจเป็นงานที่ไม่ยาก แต่ความจริงแล้ว แมวแต่ละตัวมีความต้องการอาหารที่เฉพาะเจาะจง การให้อาหารแมวไม่ถูกต้องสามารถนำไปสู่การเกิดโรคอ้วน หรือปัญหาทางพฤติกรรม อย่างไรก็ดี วันนี้เราจึงได้รวบรวมหลากข้อผิดพลาดเกี่ยวกับการให้อาหารแมวที่หลายคนอาจทำโดยไม่รู้ตัวมาฝาก มาดูกันเลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง

1. คิดว่าแมวกินไม่จุ

เราอาจคุ้นเคยว่า สุนัขเป็นสัตว์ที่กินเก่ง ในขณะที่แมวจะมีความพิถีพิถันในการกินมากกว่า และมีแนวโน้มที่จะกินน้อยกว่าสุนัข แต่ความจริงแล้ว มีแมวหลายตัวที่กินจุ ทั้งนี้คุณควรควบคุมการทานอาหารของแมว อย่าเทอาหารทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก และคอยสังเกตว่าเขากินอาหารมากน้อยเพียงใด โดยอาจชั่งน้ำหนักของถาดอาหารในตอนเช้าและตอนกลางคืน แล้วค่อยเพิ่มหรือลดอาหารตามความเหมาะสม

2. ทำอาหารแมวเองที่บ้าน

หากคุณทำอาหารเป็นประจำ มันก็เป็นเรื่องปกติที่คุณจะทำอาหารเผื่อเจ้าเหมียวด้วย อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจคิดว่าการทำอาหารให้แมวแทนการซื้ออาหารสำเร็จรูปอาจช่วยให้เขามีสุขภาพดีกว่า ซึ่งมันจะเป็นเรื่องจริงก็ต่อเมื่อคุณทำตามแนวทางที่ถูกต้อง เพราะอาหารที่คุณปรุงให้แมวอาจขาดวิตามินและสารอาหารสำคัญที่จำเป็นสำหรับแมว และอาจทำให้เขาเป็นโรคได้ในที่สุด อย่างไรก็ดี หากคุณคิดจะทำอาหารให้แมว  คุณอาจขอคำแนะนำจากสัตวแพทย์เกี่ยวกับเมนูอาหารที่ทำให้แมวได้รับสารอาหารอย่างสมดุล

3. ไม่พิจารณาถึงสภาพแวดล้อมขณะให้แมวกินอาหาร

คุณอาจคำนึงถึงความสะดวกสบายเมื่อเลือกสถานที่วางจานข้าวแมวหรือถาดน้ำ และคิดว่าไม่ให้กีดขวางทางเดินก็เพียงพอแล้ว แต่หากคุณนำถาดอาหารเหล่านี้ไปวางใกล้กับกระบะทรายแมว มันก็จะทำให้แมวรู้สึกไม่สบายใจ และกลิ่นเหม็นก็อาจทำให้แมวไม่อยากกินอาหาร นอกจากนี้แมวยังเป็นสัตว์ที่รักความสะอาดเป็นทุนเดิม ดังนั้นคุณควรทำความสะอาดถ้วยอาหารหรือน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ

4. ให้อาหารด้วยปริมาณที่ไม่ถูกต้อง

มันอาจเป็นเรื่องยากที่จะรู้ได้ว่าปริมาณอาหารที่แมวต้องการแต่ละวันเป็นเท่าไร  หลายคนอาจยึดตามปริมาณที่แนะนำที่ระบุไว้ในฉลากของผลิตภัณฑ์ แต่มันก็อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับแมวเสมอไป อย่างไรก็ตาม คุณอาจใช้ปริมาณที่แนะนำบนผลิตภัณฑ์เป็นจุดเริ่มต้น แต่ให้ตระหนักไว้ว่าแมวแต่ละตัวมีความต้องการแตกต่างกัน หากคุณให้อาหารแมวตามที่ระบุไว้บนฉลาก และแมวของคุณอ้วนขึ้น คุณก็ควรปรับปริมาณใหม่ ซึ่งปริมาณของแคลอรีที่แมวที่เลี้ยงในบ้านควรได้รับต่อวันคือ 250 kcal แต่หากคุณไม่แน่ใจว่าตอนนี้คุณให้แมวกินวันละกี่แคลอรี หรือไม่แน่ใจเกี่ยวกับปริมาณของอาหารที่ต้องให้เขากิน คุณก็อาจลองปรึกษาสัตวแพทย์ค่ะ

5. ให้ขนมมากเกินไป

มนุษย์และสัตว์เลี้ยงมีความเหมือนกันตรงที่เราจะเพลิดเพลินกับอาหารหรือขนมที่ได้รับตอนทำบางสิ่งสำเร็จ อย่างไรก็ตาม การให้ขนมกับเจ้าเหมียวมากเกินไปจะทำให้ร่างกายเสียสมดุล และทำให้แมวเป็นโรคอ้วน คุณไม่ควรลืมว่าขนมที่ให้แมวก็มีแคลอรีเช่นกัน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ขนมที่คุณให้แมวไม่ควรมีแคลอรีเกิน 5-10% ของแคลอรีที่แมวต้องได้รับต่อวัน

6. ให้อาหารที่ไม่เหมาะแก่การลดน้ำหนัก

แมวอ้วนอาจเป็นแมวที่ดูน่ารักในสายตาของใครหลายคน แต่การที่แมวมีน้ำหนักเกินมาตรฐานกลับไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพของเขาค่ะ อย่างไรก็ตาม มีเจ้าของจำนวนไม่น้อยที่มองข้ามปัญหานี้ แต่นอกจากคุณจะให้แมวทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายแล้ว คุณก็ควรให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารเช่นกัน โดยหลีกเลี่ยงการใช้วิธีลดปริมาณอาหาร เพราะมันอาจทำให้แมวได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่ครบถ้วน แต่ให้ลองปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อวางแผนการทำอาหารที่เหมาะสำหรับช่วงไดเอท

สำหรับใครที่ตอนนี้กำลังเลี้ยงแมว คุณก็อย่าลืมคำนึงถึงสิ่งที่เรากล่าวไปด้วยนะคะ เพราะหากแมวทานอาหารที่สมดุลและเหมาะสม มันก็จะช่วยให้เขามีร่างกายที่แข็งแรง

ที่มา : https://www.petmd.com/cat/slid...

 

 

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ