ความรู้สุขภาพ

แพ้แลคโตส (Lactose Intolerance, Lactase Deficiency)

ดื่มนมแล้วท้องอืด ท้องเสีย ควรทำอย่างไร
เผยแพร่ครั้งแรก 8 ก.ค. 2019 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 3 นาที
แพ้แลคโตส (Lactose Intolerance, Lactase Deficiency)

ภาวะแพ้แลคโตส คือภาวะที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายแลคโตส หรือน้ำตาลธรรมชาติในอาหารจำพวกนมได้ ผู้ที่มีอาการแพ้แลคโตส จะมีอาการที่เกิดจากลำไส้เล็กมีเอนไซม์สำหรับย่อยสลายแลคโตสไม่เพียงพอ ทำให้แลคโตสที่ไม่ได้ผ่านการย่อยเคลื่อนไปยังลำไส้ใหญ่และไปทำปฏิกิริยากับแบคทีเรียต่างๆ จนทำให้มีอาการ เช่น ท้องอืด ท้องเสีย และท้องร่วง

ภาวะนี้ไม่ใช่ ภาวะร้ายแรง เพียงแต่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายตัวเท่านั้น ดังนั้น ผู้ที่มีอาการแพ้แลคโตสควรหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารประเภทนม หรือใช้ยาที่ประกอบด้วยเอนไซม์แลคเตส (Lactase) ก่อนรับประทานอาหารประเภทดังกล่ว

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 370 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

อาการแพ้แลคโตสมีอยู่ 3 ประเภทหลัก แต่ละประเภทเกิดจากสาเหตุที่ต่างกัน ดังน้

  1. อาการแพ้แลคโตสปฐมภูมิ เป็นประเภทของอาการแพ้แลคโตสที่พบได้มากที่สุด ผู้คนส่วนมากจะเกิดมาพร้อมกับแลคเตสที่เพียงพอ เพราะตอนเป็นทารกจะต้องใช้เอนไซม์นี้ในการย่อยนมจากมารดา แต่เมื่อพวกมีอายุมากขึ้น แลคเตสที่มีจะลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีการรับประทานอาหารหลากหลายมากขึ้นและดื่มนมน้อยลง
  2. อาการแพ้แลคโตสทุติยภูมิ โรคที่เกิดกับลำไส้ เช่น โรคเซลิแอค (Celiac Disease) โรคลำไส้อักเสบ (Inflammatory Bowel Disease) หรือการผ่าตัดที่ลำไส้เล็กสามารถทำให้เกิดอาการแพ้แลคโตสขึ้นได้ แต่ก็สามารถกลับสู่สภาวะปกติได้ในเวลาไม่นานหากมีการรักษาภาวะนั้นๆ สำเร็จ
  3. อาการแพ้แลคโตสตั้งแต่กำเนิด อาการแพ้แลคโตสอาจเป็นภาวะทางพันธุกรรมก็ได้ โดยเกิดจากยีนผิดปกติที่ส่งต่อจากพ่อแม่สู่ลูก ทำให้ร่างกายของเด็กไม่มีแลคเตสอยู่เลย (Congenital Lactose Intolerance) กรณีนี้ทารกจะแพ้นมที่มาจากเต้ามารดา เมื่อดื่มเข้าไปจะทำให้ท้องร่วงทันที และหากไม่รีบรักษาก็อาจทำให้อันตรายถึงชีวิตได้จากภาวะขาดน้ำ (Dehydration) และเสียสมดุลอีเล็กโทรไลท์ (Electrolyte Loss)

อาการของภาวะแพ้แลคโตส

ผู้ที่มีภาวะแพ้แลคโตส จะเริ่มแสดงอาการผิดปกติหลังบริโภคอาหารจำพวกนมเข้าไป 30 นาที - สองชั่วโมง อาการที่เกิดขึ้น ได้แก่ ปวดท้อง ท้องอืด มีแก๊สในกระเพาะอาหาร คลื่นไส้ และท้องร่วง

อาการที่เกิดขึ้นอาจเป็นได้ทั้งไม่รุนแรงจนถึงรุนแรงมาก โดยระดับความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับว่ามีแลคโตสเข้าสู่ร่างกายมากน้อยเพียงใด และร่างกายบุคคลนั้นมีปริมาณแลคเตสที่ผลิตได้เท่าใด

การวินิจฉัยอาการแพ้แลคโตส

หากพบว่าตนเองมีอาการปวดท้อง ท้องอืด และท้องร่วงหลังดื่มนมหรือรับประทานอาหารที่มีนมเป็นส่วนผสม แพทย์อาจพิจารณาให้มีการทดสอบภาวะแพ้แลคโตส ที่จะช่วยยืนยันผลวินิจฉัย ดังนี้

  • การทดสอบภาวะแพ้แลคโตส (Lactose Intolerance Test) เป็นการตรวจเลือดเพื่อวัดปฏิกิริยาของร่างกายที่มีต่อของเหลวที่มีแลคโตสปริมาณสูง
  • การทดสอบไฮโดรเจนทางลมหายใจ (Hydrogen Breath Test) การทดสอบนี้จะวัดปริมาณไฮโดรเจนในลมหายใจหลังบริโภคเครื่องดื่มที่มีแลคโตสปริมาณสูง หากร่างกายไม่สามารถย่อยแลคโตสได้ แบคทีเรียในลำไส้จะรับหน้าที่ย่อยแลคโตสแทน แต่กระบวนการย่อยนี้จะเข้าไปหมักหมมน้ำตาลแลคโตสที่ลำไส้ ซึ่งจะปล่อยไฮโดรเจนกับก๊าสอื่นๆ ออกมา จึงทำให้ปริมาณไฮโดรเจนออกมาพร้อมกับลมหายใจในปริมาณที่มากกว่าปกติ
  • การทดสอบความเป็นกรดของอุจจาระ (Stool Acidity Test) การทดสอบนี้มักดำเนินการกับทารกและเด็ก เป็นการวัดปริมาณกรดแลคติกในตัวอย่างอุจจาระ กรดชนิดนี้จะสะสมมากขึ้นเมื่อแบคทีเรียในลำไส้หมักกับแลคโตสที่ร่างกายไม่สามารถย่อยสลายได้

การรักษาอาการแพ้แลคโตส

ยังไม่มีวิธีใดที่ทำให้ร่างกายผลิตแลคเตสออกมามากขึ้น ดังนั้น การรักษาภาวะแพ้แลคโตสที่ดีที่สุดในขณะนี้ คือการลดหรือหลีกเลี่ยงอาหารที่มีนมเป็นส่วนประกอบ

ผู้ที่มีภาวะนี้ยังคงสามารถดื่มนมได้สูงสุดประมาณครึ่งถ้วยโดยไม่มีอาการใดๆ และสามารถรับประทานผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีสแข็ง หรือโยเกิร์ต ได้เล็กน้อย แต่ถ้าไม่แน่ใจก็ ก็ควรรับประทานยาที่มีเอนไซม์แลคเตสก่อนรับประทานอาหารจำพวกนม หรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากแลคโตสซึ่งมีให้เลือกมากมายในปัจจุบัน

ผู้ที่มีภาวะแพ้แลคโตสที่ใช้วิธีเลิกรับประทานผลิตภัณฑ์จากนมอาจประสบกับภาวะขาดแคลเซียม วิตามิน D Riboflavin และโปรตีน ดังนั้น จึงควรรับประทานอาหารเสริมแคลเซียม หรือรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมตามธรรมชาติสูงเพื่อช่วยชดเชยสารอาหารที่ขาดหายไป

วิธีป้องกันภาวะแพ้แลคโตส

ภาวะแพ้แลคโตสไม่สามารถป้องกันได้ แต่อาการจากภาวะนี้สามารถป้องกันได้ด้วยการรับประทานอาหารจำพวกนมให้น้อยลง และลองเปลี่ยนไปบริโภคนมทางเลือกอื่นๆเช่น นมอัลมอนด์ นมถั่วเหลือง นมข้าว และนมปราศจากแลคโตส


1 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
Jacquelyn Cafasso, milk intolerance (https://www.healthline.com/symptom/lactose-intolerance), 29 มกราคม 2016

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
บทความต่อไป
กล้วย และประโยชน์ของกล้วยแต่ละชนิด
กล้วย และประโยชน์ของกล้วยแต่ละชนิด

สรรพคุณของกล้วยแต่ละชนิด ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ประโยชน์ที่คุณไม่ควรพลาดในปริมาณแค่ 105 แคลอรี่