ความรู้สุขภาพ

โรคไมเกรน อาการปวดศีรษะ ไวต่อสิ่งกระตุ้น

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 23, 2017 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที

สภาพปัจจุบันที่คนเราต้องเจอสิ่งต่าง ๆ มากมายในการดำเนินชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน ความเป็นอยู่ในชีวิตครอบครัว ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุหนึ่งที่อาจทำให้เกิดความเครียดและมีความกังวลใจ ส่งผลทำให้บางครั้งอาจทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ ไม่สบาย หรือมีอาการอื่น ๆ แทรกซ้อน และอาจทำให้เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดโรคไมเกรนได้ โรคไมเกรนเป็นอย่างไร มีสาเหตุมาจากความเครียดอย่างเดียวหรือไม่ และมีวิธีรักษาหรือป้องกันอย่างไร มาติดตามรายละเอียดกัน

สาเหตุของโรคไมเกรน

ยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคไมเกรน จากการศึกษาพบแต่ว่าทุกครั้งที่ไมเกรนมีอาการกำเริบ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมอง ส่งผลถึงการเปลี่ยนแปลงของหลอดเลือดและกลไกของประสาทภายในสมอง และบริเวณใบหน้า เมื่อหลอดเลือดภายในหดตัว ในขณะที่หลอดเลือกภายนอกพองตัว มีประสาทไวต่อสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดการเจ็บปวด ประสาทไวต่อสิ่งกระตุ้นทำให้มีอาการปวดศีรษะ

อาการของโรคไมเกรน

ผู้ที่เป็นโรคไมเกรน จะมีอาการปวดศีรษะข้างเดียว และปวดมากขึ้น มากขึ้นเมื่อขยับร่างกาย บางครั้งอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย มักทนแสงแดดจ้าหรือเสียงดังไม่ได้ อย่างไรก็ตามหากพบอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น การมีอาการปวดศีรษะและมีอาการทั้งไข้สูง ตาเหล่ ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ตาเห็นภาพซ้อน ซึ่งเป็นความผิดปกติทางระบบประสาท หรือมีอาการแขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก พูดไม่ได้ หากพบว่ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยควรรีบไปพบแพทย์ทันที

วิธีการรักษาโรคไมเกรน

การรักษาโรคนี้มีแนวทางการรักษาอยู่ที่การรับมือกับอาการป่วยที่เกิดขึ้น โดยแพทย์จะพิจารณาอาการและความรุนแรงของอาการ หากพบว่ามีอาการปวดศีรษะบ่อยมาก จะมีการใช้ยาบรรเทาอาการและยาสำหรับป้องกันอาการ ซึ่งยาสำหรับป้องกันอาจจะต้องรับประทานทุกวัน แบ่งเป็นกลุ่มยา 4 กลุ่มคือ ยาความดันโลหิตบางตัวขนาดต่ำ ๆ ยากันชักบางตัวขนาดต่ำ ๆ ยาต้านอาการซึมเศร้า และยาต้านแคลเซียม และสำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องการรับประทานยาทุกวัน แพทย์จะแนะนำให้ป้องกันโดยการปรับเปลี่ยนวิธีปฏิบัติตัว

วิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเป็นโรคไมเกรน

ผู้ป่วยสามารถดูแลปฏิบัติตัวด้วยตัวเองในการบรรเทาอาการโรคไมเกรนได้ ดังนี้

  1. หลีกเลี่ยงปัจจัยที่เป็นการกระตุ้นการเกิดโรคไมเกรน เช่น การรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด
    การรับประทานอาหารบางชนิดที่เป็นตัวกระตุ้น เช่น น้ำตาลเทียม ผงชูรส ชา กาแฟ ชีส และไวน์แดง
  2. การกระตุ้นทางประสาทสัมผัส เช่น กลิ่นควันบุหรี่ เสียงดัง อยู่ท่ามกลางแสงแดด
    นอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือนอนมากจนเกินไป
  3. ไม่อยู่ในบริเวณที่มีสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดี เช่น สิ่งแวดล้อมที่มีฝุ่นควัน และอากาศร้อน มีสารเคมี
    ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และช่วยลดความเครียดต่าง ๆ ได้

เมื่อต้องเจอกับสภาวะการเป็นโรคไมเกรน อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีความทรมานจากการอาการป่วย ไม่ว่าจะเป็นความเครียด ความกังวลใจ หรือมีอาการปวดศีรษะเป็นระยะเวลานาน หากเรารู้จักเรียนรู้การปรับตัวและปฏิบัติตัวในการดูแลตนเองอย่างสม่ำเสมอแล้ว เชื่อว่า หากเจอกับไมเกรนก็จะสามารถรับมือจัดการไมเกรน เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตประจำวันของคุณโดยตรง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่