Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

การติดเชื้อ MRSA (Methicillin-Resistant Staph aureus) ในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,564,191 คน

เชื้อ Staphylococcus aureus บางสายพันธุ์นั้นมีการดื้อต่อยาปฏิชีวนะ และเมื่อพวกมันดื้อต่อยา methicillin และยาปฏิชีวนะในกลุ่ม beta-lactam ตัวอื่นๆ ก็จะถูกเรียกว่า MRSA (methicillin-resistant Staph aureus)

เชื้อ Staphylococcus aureus หรือเรียกสั้นๆ ว่า Staph aureus หรือ S. aureus นั้นเป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยและมักจะไม่ได้ก่อโรคยกเว้นว่าคนหรือสัตว์นั้นมีอาการป่วยหรือได้รับบาดเจ็บ ซึ่งจะทำให้เชื้อแบคทีเรียนั้นมีโอกาสทำการเกิดการติดเชื้อ

มนุษย์สามารถเป็นพาหะของเชื้อนี้ได้แม้ว่าจะไม่มีอาการแสดงใดๆ เลยก็ตาม และถึงแม้ว่าสุนัขนั้นมักจะไม่ค่อยเป็นพาหะของเชื้อนี้ แต่หากพวกมันอยู่กับผู้ที่เป็นพาหะหรือมีการติดเชื้อ ก็อาจจะเกิดการติดเชื้อหรือกลายเป็นพาหะได้เช่นเดียวกัน

อาการที่พบของการติดเชื้อ MRSA

อาการที่พบบ่อย

  • ไข้
  • มีหนองไหลจากแผล (แม้จะเป็นแผลขนาดเล็กแต่ก็สามารถติดเชื้ออย่างรุนแรงได้เช่นกันหากมีการติดเชื้อลงไปในผิวหนังชั้นลึก)
  • มีแผลที่ผิวหนัง
  • ผิวหนังบวม
  • แผลหายช้า
  • การติดเชื้อ MRSA ในสุนัขนั้นมักเกิดที่ผิวหนังและเนื้อเยื่ออ่อนส่วนต่างๆ ซึ่งอาจทำให้กลายเป็นหนองได้
  • นอกจากนั้น MRSA ยังอาจทำให้เกิดการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด หรือการติดเชื้อแทรกซ้อนบนแผลที่เกิดจากสาเหตุอื่นได้
  • MRSA ยังสามารถทำให้เกิดการติดเชื้อที่ระบบทางเดินปัสสาวะ หู ตา และข้อต่อได้ แต่พบได้น้อย

สาเหตุของการติดเชื้อ MRSA

สุนัขที่เป็นสัตว์เลี้ยงนั้นอาจจะเป็ฯพาหะหรือได้รับเชื้อนี้จากการที่อยู่กับมนุษย์ที่เป็นพาหะหรือมีการติดเชื้อ ปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะเพิ่มโอกาสในการติดเชื้อ ประกอบด้วยการผ่าตัด การนอนโรงพยาบาล และ/หรือการใช้ยาปฏิชีวนะ ดังนั้นสัตว์ที่ทำหน้าที่เป็นนักบำบัดหรืออยู่ในโรงพยาบาลนั้นอาจจะมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่สูงขึ้น

สุนัขเมื่อมีการสัมผัสกับเชื้อแล้วนั้นก็จะมีเชื้อเกาะอยู่ตามจมูกหรือรอบทวารหนัก และกลายเป็นพาหะแม้ว่าจะไม่มีอาการใดๆ ก็ตาม

นอกจากนั้นสุนัขยังอาจเกิดการติดเชื้อได้โดยเฉพาะหากพวกมันมีแผลอยู่เดิม สุนัขสามารถเป็นได้ทั้งพาหะและเกิดการติดเชื้อซึ่งขึ้นกับสภาพแวดล้อม

สุนัขส่วนมากนั้นติดเชื้อนี้ผ่านการสัมผัสมนุษย์ แต่เมื่อพวกมันมีเชื้อแล้ว มันก็อาจกลายเป็นผู้ที่แพร่เชื้อสู่สัตว์หรือคนอื่นๆ ได้

การวินิจฉัยโรค

สัตวแพทย์มักจะสามารถวินิจฉัยโรคนี้ได้จากการเพาะเชื้อจากสิ่งส่งตรวจ โดยจะทำการเก็บตัวอย่างจากในจมูกหรือรอบทวารหนักในสัตว์ที่สงสัยว่าเป็นพาหะ หรือเก็บจากแผลที่มีการติดเชื้อโดยตรง ซึ่งหากการเพาะเชื้อนั้นพบว่ามีเชื้อ Staph aureus ที่ดื้อต่อยา methicillin ก็จะสามารถระบุได้ว่าเป็นการติดเชื้อ MRSA ในชีวิตจริงนั้นมีการใช้ยา oxacillin (ซึ่งเป็นยาปฏิชีวนะที่คล้ายคลึงกับ methicillin) ในการทดสอบซึ่งหากมีการดื้อยา oxacillin ก็จะจัดว่าเป็นเชื้อกลุ่ม MRSA เช่นกัน

การรักษาการติดเชื้อ MRSA

สุนัขที่เป็นพาหะและไม่มีอาการนั้นอาจจะไม่ต้องรับการรักษา ส่วนใหญ่ หากสุนัขไม่ได้มีการสัมผัสกับแบคทีเรียซ้ำแล้ว พวกมันมักจะสามารถกำจัดเชื้อดังกล่าวออกไปได้เองภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ แต่คุณก็ควรจะต้องดูแลความสะอาดภายในบ้านเช่นการใช้น้ำยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดบริเวณต่างๆ

ในสุนัขที่มีการติดเชื้อ MRSA นั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการรักษาแผลดังกล่าว ซึ่งอาจจะประกอบด้วยการเจาะหนอง การทำความสะอาดแผลเป็นประจำ และทำตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ ส่วนมากมักจะมีการให้ยาปฏิชีวนะตามผลเพาะเชื้อที่พบเพื่อให้สามารถกำจัดเชื้อได้ สุนัขต้องได้รับปฏิชีวนะให้ครบตามที่แพทย์สั่งแม้ว่าพวกมันจะมีอาการเป็นปกติแล้วก็ตาม

การดูแลและการจัดการหลังการรักษา

มีหลายสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ

  • การล้างมือนั้นเป็นวิธีที่สำคัญที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อสู่สัตว์เลี้ยงตัวอื่นหรือสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัว ควรล้างมือให้สะอาดและบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ
  • ใส่ถุงมือเวลาที่สัมผัสกับบริเวณที่ติดเชื้อบนสุนัข และล้างมือให้สะอาดหลังจากทำแผลหรือเปลี่ยนผ้าพันแผลให้พวกมัน ทิ้งผ้าพันแผลดังกล่าวลงในถังขยะโดยตรงทันที
  • อย่าให้สัตว์เลี้ยงที่ติดเชื้อนั้นนอนกับคุณ
  • อย่าให้สุนัขที่มีเชื้อนั้นเลีย หรือจูบที่ใบหน้าหรือผิวหนังของคุณ
  • ใช้สายจูงสุนัขเวลาออกไปเดินนอกบ้านและเก็บอุจจาระขึ้นทันที
  • ทำความสะอาดที่นอนและของเล่นของสุนัขเป็นประจำ

การป้องกันการติดเชื้อ MRSA

การล้างมือนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญในการป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่สัตว์เลี้ยง หากคุณหรือสมาชิกในครอบครั้วนั้นกำลังมีการติดเชื้อ MRSA หรือเป็นพาหะ ให้ล้างมือให้สะอาดและบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ นอกจากนั้นควรหลีกเลี่ยงการจูบหรือให้พวกมันจูบ หรือสัมผัสกับแผลของคุณ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม


ดูในแอป