มะเร็งและโรคร้าย

อาการต้องสงสัยเป็นไวรัสเมอร์ส (MERS-CoV) ควรพบแพทย์ด่วนที่สุด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 494,294 คน

อาการต้องสงสัยเป็นไวรัสเมอร์ส (MERS-CoV) ควรพบแพทย์ด่วนที่สุด

ไวรัสเมอร์สดูเป็นเรื่องไม่ไกลตัวเสียแล้ว เมื่อพบว่ามีผู้ป่วยติดเชื้อในประเทศไทย แม้กระทรวงสาธารณสุขจะยืนยันว่าไม่ควรตื่นตระหนก เพราะขณะนี้ยังไม่มีการระบาด แต่หากจะเพิกเฉยไม่สนใจเลยก็คงไม่ดีแน่ อย่างน้อยต้องรู้ว่า ไวรัสเมอร์ส คืออะไร และอาการที่ต้องสงสัยเข้าข่ายไวรัสเมอร์สคืออะไร เพราะเมื่อพบเจอขึ้นมาจะได้รักษาทัน

อาการเด่นๆของไวรัสเมอร์ส

  1. จะมีอาการป่วยคล้ายๆไข้หวัดทั่วไป หรือไข้หวัดใหญ่
  2. มีอาการไข้สูงมากกว่า 38 องศาเซลเซียส
  3. ไอ หอบ หายใจลำบากแล้วแต่ความรุนแรงของภาวะขาดออกซิเจน
  4. จะมีผู้ป่วยประมาณ 30-40% เกิดอาการท้องเสีย มวนท้อง หรือคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย ซึ่งจะเป็นอาการเด่นชัดที่ดูแตกต่างจากไข้หวัดธรรมดา
  5. มีอาการปอดบวมร่วมด้วย

ดังนั้นหากใครมีอาการในลักษณะนี้มากกว่า 2 ข้อขึ้นไป มีประวัติในการเดินทางกลับมาจากประเทศตะวันออกกลาง หรือสัมผัสใกล้ชิดกับคนที่เดินทางมาจากตะวันออกกลาง ก็ควรรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที เพราะที่โรงพยาบาลจะมีเครื่องมือตรวจสอบที่ดีกว่าคลินิก นอกจากนี้หากใครมีอาการและไปช้าจนมีอาการขั้นรุนแรงแล้ว อาจจะเสียชีวิตจากปอดอักเสบรุนแรง หรือไตวายได้

ใครคือกลุ่มเสี่ยง

เนื่องจาก ไวรัสเมอร์สจะสามารถติดต่อผ่านทางการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย ดังนั้นผู้ที่มีความเสี่ยงสูงคือ

  1. สมาชิกที่อยู่ในครอบครัวเดียวกับผู้ป่วยไวรัสเมอร์ส
  2. เจ้าหน้าที่ที่ทำการดูแลผู้ป่วย แพทย์ หรือ พยาบาล
  3. ผู้ที่ต้องเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคนี้
  4. ผู้ที่เดินทางกลับมาจากการประกอบพิธีฮัจญ์ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย เพราะจะมีคนหลายล้านคนทั่วโลกที่ไปร่วมงานและต้องอยู่ร่วมกันในพื้นที่แออัด

วิธีป้องกันไวรัสเมอร์ส

สำหรับวิธีการป้องกันไวรัสเมอร์สไม่แตกต่างจากอาการไข้หวัดทั่วไป ซึ่งก็คือการดูแลรักษาสุขภาพของตัวเองให้แข็งแรง สมบูรณ์ มีสุขอนามัยที่ดี ไม่ป่วยง่าย ได้แก่

  1. ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดบ่อย ๆ แต่หากไม่มีสบู่ก็สามารถใช้เจลล้างมือได้
  2. ถ้าหากมีอาการไอหรือจาม ควรใช้ทิชชูหรือผ้ามาปิดที่จมูกและปาก จากนั้นค่อยนำทิชชูนั้นทิ้งขยะ
  3. หลีกเลี่ยงการใช้มือไปสัมผัสที่ดวงตา จมูก และปาก หากยังไม่ได้ล้างมือให้สะอาด
  4. หลีกเลี่ยงการปฏิสัมพันธ์ เช่น จูบ หรือการมีสัมพันธ์ร่วมกันกับคนที่กำลังมีอาการป่วยอยู่
  5. ควรทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรคบริเวณที่ต้องมีการถูกสัมผัสอยู่บ่อย ๆ เช่น ประตู ลูกบิดหรือโทรศัพท์
  6. ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกเสร็จใหม่ ๆ และต้องใช้ช้อนกลางด้วย
  7. หากต้องไปยังสถานที่ที่ผู้คนอยู่จำนวนมากๆควรเตรียมหน้ากากอนามัยไปปิดปากด้วย
  8. ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวันหรืออย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 วัน เพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรง
  9. ไม่ควรคลุกคลีกับผู้ป่วยไข้หวัด หรือผู้ที่มีอาการปอดบวม
  10. หากมีความจำเป็นต้องเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดของโรค ก็ควรดูแลสุขอนามัยของตัวเองอย่างเคร่งครัด และควรหลีกเลี่ยงการเดินทางไปสถานที่เลี้ยงสัตว์ต่าง ๆ เช่น ฟาร์ม หรือ ตลาด เป็นต้น
  11. เมื่อเดินทางกลับจากต่างประเทศแล้วมีอาการไข้และไอเกิน 2 วัน ควรรีบเดินทางมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที และต้องแจ้งประวัติการเดินทางให้แพทย์ทราบด้วย

ทั้งนี้ก็อย่าตื่นตระหนกกับโรคไวรัสเมอร์สจนเกินไป ถึงแม้จะเป็นโรคที่ยังไม่มียาต้านไวรัสจำเพาะรักษาต่อเชื้อนี้ แต่หากมีอาการป่วยแล้วรีบออกไปพบแพทย์โดยเร็ว ก็จะสามารถรักษาตามอาการได้แบบประคับประคอง จนกว่าการอักเสบของระบบทางเดินหายใจจะลดน้อยและหายเป็นปกติ แค่นี้ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้โดยไม่ต้องกลัวโรคนี้มากจนเกินไป

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่