Meningitis คืออะไร?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มี.ค. 11, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 500,814 คน

ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรียรักษาโดยการใช้ยาปฏิชีวนะ แต่ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากไวรัสยังไม่มีการรักษาเฉพาะทาง

หากแพทย์สงสัยว่าคุณมีภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ คุณจะได้รับยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อหลายชนิดเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากเชื้ออื่นที่ไม่ใช่ไวรัส หากทราบชนิดการติดเชื้อว่ามาจากไวรัส แบคทีเรีย หรือเชื้อราแล้ว แพทย์จะสามารถเลือกวิธีรักษาที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

การรักษาภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากไวรัส

เนื่องจากยาปฏิชีวนะไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัส หากคุณมีภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากไวรัส คุณจะต้องหยุดการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะทุกรูปแบบ

ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากไวรัสที่มักมีอาการค่อนข้างเบา ส่วนใหญ่คนจะหายจากโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากไวรัสโดยใช้เวลา 7-10 วัน ด้วยการนอนพัก การใช้ยาลดไข้ลดปวดที่ขายตามร้านขายยา และการดื่มน้ำอย่างพอเพียง แต่หากภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบนั้นเกิดจากเชื้อไวรัส herpes หรือ influenza แพทย์อาจเลือกรักษาด้วยการให้ยาต้านไวรัส เช่น gancyclovir (Cytovene) และ foscarnet (Foscavir) ที่นิยมใช้รักษาภาวะเยื่อบุหุ้มสมองอักเสบจาก Cytomegalovirus

ในกลุ่มคนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ (ผู้ป่วย HIV/AIDS หรืออื่นๆ) เด็กทารกที่เกิดมาพร้อมโรคติดเชื้อ หรือ คนที่ป่วยหนักมาก บางครั้งยา acyclovir (Zovirax) อาจใช้รักษาภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อ herpes simplex virus แม้ตัวยามีผลเฉพาะเมื่อใช้ในระยะต้นๆ ของโรค เชื้อ influenza อาจรักษาด้วยยาต้านไวรัสหลายตัว ได้แก่ peramivir (Rapivab) และ oseltamivir (Tamiflu)

การรักษาภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรีย

หากคุณมีภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากแบคทีเรีย คุณจะได้รับยาปฏิชีวนะหนึ่งหรือหลายตัวเพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรค

ยาปฏิชีวนะที่นิยมใช้ ได้แก่

  • Cephalosporin เช่น cefotaxime (Claforan) และ ceftriaxone (Rocephin) สำหรับเชื้อ Streptococcus pneumoniae และ Neisseria meningitidis
  • Ampicillin (ยาในกลุ่ม pennicillin) สำหรับเชื้อ Haemophilus influenzae type B และ Listeria monocytogenes
  • Vancomycin สำหรับเชื้อ Staphylococcus aureus สายพันธุ์ดื้อยา penicillin และ Streptococcus pneumoniae

อาจใช้ยาปฏิชีวนะตัวอื่น เช่น meropenem และ aminoglycoside ได้แก่ tobramycin (Tobi, Tobrex) และ gentamicin (Garamycin, Gentak) บางครั้งจะให้ยา ciprofloxacin (Cipro) และ rifampin (Rifadin) กับสมาชิกในครอบครัวของผู้ป่วยภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบเพื่อช่วงป้องกันการติดเชื้อ

โฆษณาจาก HonestDocs
ดูโปรแกรมตรวจสุขภาพราคาพิเศษที่นี่

ทั้งตรวจประจำปี คัดกรอง เฉพาะทาง ที่โรงพยาบาลชั้นนำ

Health checkup 02

การรักษาภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบอื่นๆ

ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อราจะรักษาด้วยยาต้านเชื้อราแบบฉีด โดยจะใช้โดสสูงๆ เป็นเวลานาน ยาเหล่านี้เป็นยาต้านไวรัสกลุ่ม azole เช่น fluconazole (Diflucan) ที่ใช้รักษาการติดเชื้อจาก Candida calbicans ซึ่งเป็นเชื้อที่ติดหลังติดเชื้อจากยีสต์ การเลือกยาต้านไวรัสมารักษาก็ขึ้นอยู่กับชนิดของการติดเชื้อ เช่น Amphotericin B (Ambisome, Amphotiec) ซึ่งเป็นที่นิยมสูงสุดของการติดเชื้อเยื่อบุหุ้มสมองอักเสบจาก Cryptococcus โดยเชื้อ Cryptococcus Neformans

นอกจากนี้ ยา Amphotericin B ยังนำมาใช้รักษาโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อปรสิต Naegleria fowleri หรืออาจเลือกใช้ยาต้านเชื้อรา miconazole และยาปฏิชีวนะ Rifampin ก็ได้เช่นกัน นอกจากจะใช้ยาข้างต้นแล้ว ยา Corticosteroids ก็สามารถช่วยลดการอักเสบที่เกิดขึ้นได้เช่นกัน ส่วนยา Diazepam (Valium) หรือ Phynytoin (Dilantin) สามารถรักษาอาการชักที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียและ N. fowleri

วัคซีนสำหรับภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

วัคซีนไม่สามารถป้องกันภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ เช่น มะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง และยาบางชนิด อย่างไรก็ตาม วัคซีนเหล่านี้จะสามารถป้องกันเชื้อแบคทีเรีย 3 ชนิดที่ก่อให้เกิดภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบในเด็กและผู้ใหญ่ ได้แก่ Neisseria meningitidis, Haemophilus influenzae type b (Hib) และ Streptococcus pneumoniae เช่นเดียวกับไวรัสที่ก่อโรคดังกล่าวบางตัว

วัคซีนสำหรับโรคไข้กาฬหลังแอ่น

โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal Disease) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ N. meningitidis

จากข้อมูลของ Immunization Action Coalition พบว่าปัจจุบันมีอย่างน้อย 13 ซีโรกรุ๊ปหรือสายพันธุ์ที่แตกต่างกันของ N. meningitidis โดยมี 5 สายพันธุ์ (A, B, C, Y และ W-135) ที่ทำให้เกิดโรคไข้กาฬหลังแอ่นรอบโลก

Centers for Disease Control and Prevention (CDC) พบว่าในประเทศสหรัฐอเมริกา วัคซีน Meningococcal Polysaccharide Vaccine (Menumune) ที่มีมาตั้งแต่ในช่วงปี ค.ศ. 1970 สามารถป้องกันสายพันธุ์ A, C, Y และ W-135 เป็นวัคซีนตัวเดียวที่จดสิทธิบัตรให้ใช้ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 55 ปี แม้บางครั้งอาจให้ในผู้ที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไป

วัคซีน Meningococcal Conjugate Vaccine (Mentactra, Meveo) ก็สามารถป้องกันทั้ง 4 สายพันธุ์ได้เช่นเดียวกัน วัคซีนจะนิยมให้ในทุกคนที่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 9 เดือน - 55 ปี (Menveo สามารถให้ได้ในเด็กที่อายุ 2 เดือนขึ้นไป) หากเข็มแรกให้ระหว่างช่วงอายุ 11 และ 12 ปี ก็จะได้รับเข็ม booster เมื่ออายุ 16 ปี แต่หากได้รับเข็มแรกหลังอายุ 16 ปี ก็ไม่ต้องฉีดเพิ่มอีก

ล่าสุดองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ขึ้นทะเบียนวัคซีน 2 ตัวแรกสำหรับเชื้อ N. meningitidis group B (Trumenba และ Bexsero) สำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 10-25 ปี

วัคซีนสำหรับ Hib และวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ

ปัจจุบันมีวัคซีนสำหรับ Hib อยู่ 6 ตัว โดยบางตัวต้องใช้ร่วมกับวัคซีนตัวอื่นๆ เช่น MenHibrix ป้องกันเชื้อ Hib และเชื้อไข้กาฬหลังแอ่น กลุ่ม C และ Y วัคซีนเหล่านี้จะให้ 3-4 เข็มขึ้นอยู่กับแต่ละยี่ห้อ แนะนำให้ในเด็กชาวอเมริกันที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ทุกคน โดยเข็มแรกจะให้เมื่อเด็กอายุ 2 เดือน

วัคซีน Pneumococcal Conjugate Vaccine (Prevnar 13) ที่ผ่านการรับรองในปี ค.ศ. 2010 ช่วยป้องกันโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย 13 สายพันธุ์ วัคซีนนี้แนะนำให้ฉีดในเด็กทุกคนที่อายุต่ำกว่า 5 ปี ผู้ใหญ่อายุมากกว่า 65 ปี และผู้ที่มีอายุมากกว่า 6 ปี ทุกคนที่มีปัจจัยเสี่ยงบางอย่างร่วมด้วย

วัคซีน Pneumococcal Polysaccharide Vaccine (Pneumovax) ที่ผ่านการรับรองในปี ค.ศ. 1983 ช่วยป้องกันโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย 23 สายพันธุ์ วัคซีนนี้แนะนำให้ฉีดในผู้ใหญ่ทุกคนที่อายุมากกว่า 65 ปี และผู้ที่อายุมากกว่า 2 ปี ทุกคนที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคไข้กาฬหลังแอ่นจากปัญหาสุขภาพและยาต่างๆ

วัคซีนโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากไวรัส

ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อกลุ่ม Non-polio Enterovirus ซึ่งเป็นเชื้อที่ก่อให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากไวรัสได้มากที่สุด แต่วัคซีนสำหรับเชื้อไวรัสอื่นๆ ที่ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมอง โรคคางทูม โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคสุกใส (Varicella)

วัคซีนป้องกันโรคคางทูม โรคไข้หวัดใหญ่ โรคหัดเยอรมัน และโรคสุกใส (MMRV: mumps-measles-rubella-varicella vaccine) ที่ผ่านการรับรองในปี ค.ศ. 2005 ช่วยป้องกันไวรัสที่ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ 3 ชนิด

นอกจากนี้ยังมีวัคซีน MMR และวัคซีน Varicella แยกต่างหากด้วย วัคซีนเหล่านี้แนะนำให้ฉีดในเด็กทุกคน โดย 2 เข็มแรกจะให้เมื่ออายุ 12 เดือนและ 15 เดือนตามลำดับ

CDC แนะนำให้ผู้ที่อายุมากกว่า 6 เดือนทุกคนได้รับวัคซีนป้องกันหวัดทุกฤดูกาล การได้รับวัคซีนเป็นประจำเป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากส่วนประกอบของวัคซีนจะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี เพื่อรับมือกับเชื้อไวรัสที่มีการวิวัฒนาการ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

คำถามเกี่ยวกับยาชนิดนี้? ถามทีมแพทย์ของเราทางออนไลน์เลยค่ะ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

สั่งซื้อยาออนไลน์

เป็นเพื่อนกับเราทาง LINE: "@honestdocs" คุณสามารถสั่งให้เราจัดส่งยาถึงบ้านได้แล้ววันนี้ จัดส่งฟรีด้วย "EMS ทั่วประเทศภายใน 3 วัน หรือค่าบริการส่งตามระยะทางสำหรับการ"ส่งด่วน"ภายใน 24 ชม. ใน กทม. คุณสามารถจ่ายโดยการโอนเงินผ่านทางธนาคาร หมายเหตุ: i) เราไม่ได้เป็นร้านขายยาเอง แต่เราให้ความสะดวกแก่คนไข้โดยมีบริการสั่งซื้อยาจากเภสัชกรแล้วจัดส่งให้แก่ท่าน ii) เราไม่สามารถบริการจัดส่งยาที่อยู่ในกลุ่มยาอันตราย และยาควบคุม (ซึ่งต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น)

เพิ่มเราเป็นเพื่อนทางไลน์