ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบและการติดเชื้อในระบบประสาทในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ ส.ค. 26, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,024,536 คน

สุนัขนั้นมีเยื่อหุ้มระบบประสาทส่วนกลางเช่นเดียวกับในมนุษย์ ซึ่งเยื่อหุ้มนี้อาจเกิดการอักเสบได้ นอกจากนั้นยังอาจเกิดภาวะที่มีการอักเสบของเยื่อหุ้มสมองร่วมกับสมอง หรือการอักเสบที่เยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังได้อีกด้วย

ภาวะเยื่อหุ้มสมองอักเสบนั้นมักจะทำให้เกิดการอักเสบที่สมองและ/หรือไขสันหลังตามมา ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท การอักเสบเรื้อรังนั้นอาจจะทำให้การไหลเวียนของน้ำไขสันหลังนั้นเกิดการอุดตันซึ่งทำให้เกิดการคั่งในสมองและส่งผลให้เกิดอาการชักหรือเป็นอัมพาตได้

อาการที่พบ

อาการทางระบบประสาทที่มักพบร่วมกับภาวะเหล่านี้เช่นไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ สับสน การรับรู้ตัวผิดปกติ และชัก นอกจากนั้นยังอาจพบอาการต่อไปนี้ร่วมด้วยได้ เช่น

  • ซึมเศร้า
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • มีไข้
  • อาเจียน
  • ไวต่อสิ่งเร้าต่างๆ

สาเหตุ

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการเกิดเยื่อหุ้มสมองอักเสบนั้นคือการติดเชื้อแบคทีเรียในสมองและ/หรือไขสันหลังซึ่งเริ่มมาจากการติดเชื้อในส่วนอื่นของร่างกาย ในขณะที่ภาวะเยื่อหุ้มสมองและสมองอักเสบนั้นมักเกิดจากการอักเสบภายในหู ตา หรือโพรงจมูก ภาวะเยื่อหุ้มสมองและไขสันหลังอักเสบนั้นมักเกิดตามหลังการอักเสบของกระดูก ในลูกสุนัขและสุนัขที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องมักจะมีเชื้อในกระแสเลือดซึ่งเดินทางเข้าสู่สมองและไขสันหลัง

การวินิจฉัย

คุณจะต้องให้ประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับสุขภาพของสุนัข และอาการที่เกิดขึ้น ก่อนที่สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเช่นตรวจเลือด สารเคมีในเลือดและตรวจปัสสาวะเพื่อช่วยระบุชนิดของการติดเชื้อที่เกิดขึ้น

ตัวอย่างเช่น การตรวจสารเคมีในเลือดนั้นอาจจะระบุว่ามีปัญหาที่ตับและไตหรือไม่ ในขณะที่การตรวจเลือดนั้นจะทำให้ทราบว่ามีเม็ดเลือดขาวสูงขึ้นหรือไม่ซึ่งจะแสดงว่ามีการติดเชื้อ การตรวจปัสสาวะอาจพบหนองและเชื้อแบคทีเรียซึ่งแสดงว่ามีการติดเชื้อในบริเวณดังกล่าว

การตรวจอื่นๆ ที่อาจช่วยระบุการติดเชื้อที่เกิดขึ้นเช่นการตรวจเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงที่ช่องท้อง เอกซเรย์ช่องปอดและช่องท้อง รวมถึงการเก็บตัวอย่างจากผิวหนัง ตา น้ำมูกและเสมหะ

การตรวจที่สำคัญที่สุดนั้นคือการนำน้ำไขสันหลังไปวิเคราะห์

การรักษา

ในรายที่มีอาการรุนแรง จะต้องให้สุนัขเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เมื่อสามารถระบุเชื้อที่ก่อนโรคได้แล้ว สัตวแพทย์จะให้ยาปฏิชีวนะทางเส้นเลือดเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด อาจมีการให้ยากันชักและยาในกลุ่ม corticosteroid เพื่อช่วยควบคุมอาการชักและลดการอักเสบ สุนัขที่มีการขาดน้ำอย่างรุนแรงจะต้องได้รับสารน้ำชดเชย

การดูแลจัดการหลังการรักษา

การรักษาที่เหมาะสมอย่างรวดเร็วนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญและส่งผลต่อผลลัพธ์หลังการรักษา แม้ว่ายังมีปัจจัยอื่นๆ ที่สามารถส่งผลต่อผลการรักษาได้ก็ตาม มีสุนัขหลายตัวที่เสียชีวิตจากการติดเชื้อเมื่อเชื้อเข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลางแม้ว่าจะได้รับการรักษาแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หากการรักษานั้นประสบความสำเร็จ อาจจะต้องใช้เวลานานกว่า 4 สัปดาห์ก่อนที่อาการที่พบนั้นจะหายไป ในช่วงนี้จำเป็นต้องจำกัดกิจกรรมที่สุนัขทำจนกว่าอาการจะอยู่ในภาวะปลอดภัย

การป้องกัน

ควรรักษาการติดเชื้อในหู ตา และจมูกให้เหมาะสมเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อเหล่านี้แพร่เข้าสู่ระบบประสาทส่วนกลาง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม