ยา

สารต้านการแข็งตัวของเลือดหรือละลายทรอมบินและไฟบริโนเจน 2

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
Istock 639928784 %281%29

อ่านข้อมูลที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์เรื่องสารต้านการแข็งตัวของเลือดหรือละลายทรอมบินและไฟบริโนเจน (Anticoagulants, thrombolytic and fibrinolytic agents) ได้แก่ Eptifibatide Fondaparinux Streptokinase Ternecteplate Ticlopidine และ Warfarin อ่านข้อมูลเกี่ยวกับชื่อสามัญ ชื่อการค้า ประเภท ข้อบ่งใช้ การออกฤทธิ์ ผลข้างเคียง และการพยาบาล หากคุณสนใจ สามารถอ่านต่อได้ที่นี่

Eptifibatide

ชื่อสามัญ            Eptifibatide

ชื่อการค้า           Integrilin

ประเภท             ยาต้านเกล็ดเลือด (Antiplatelet agents) ยาละลายทรอมบิน (Antithrombotic) โดยยับยังการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดที่ Glycoprotein llb/lla receptor (Glycoprotein llb/lla inhibitor)

ข้อบ่งใช้             รักษาผู้ป่วย Acute coronary syndrome (ACS) ทั้ง Unstable angina/non-Q-wave

myocardial infarction รวมทั้งผู้ป่วยที่รักษาด้วยยาและผู้ป่วยที่จะได้รับการทํา Percutaneous coronary intervention (PCI) ซึ่งอาจจะทํา Percutaneous transluminal angioplasty (PCTA) หรือ Atherectomy และใช้รักษาผู้ป่วยที่ได้รับการทํา PCI นอกจากนี้ยังใช้ร่วมกับการให้แอสไพรินและเฮพาริน

การออกฤทธิ์       ยับยั้งกระบวนการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือดอย่างรวดเร็ว โดยป้องกันการรวมตัวของFibinogen ต่อตัวรับที่ตําแหน่งของเกล็ดเลือด ที่ Glycoprotein llb/lla บนส่วนผิวของเกล็ดเลือด ผลในการรักษา คือ การยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ซึ่งมีผลลดการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายขึ้นใหม่ ลดการเสียชีวิต

ผลข้างเคียง        มีเลือดออกผิดปกติ ปวดหลัง ความดันโลหิตต่ำ คลื่นไส้ เจ็บหน้าอก อาเจียน ปวดศีรษะ

  • ประเมิน Patelet count, Hb, Hct Serum creatinine, PT/aPTT ก่อนการรักษา หาก Platelet count <90,000/mm3 ควรเพิ่ม Platelet count เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิด Thrombocytopenia
  • ติดตามตําแหน่งที่มีเลือดออก เช่น เลือดกําเดาออก มีเลือดออกบริเวณเหงือก ปัสสาวะมีเลือดปน อุจจาระเป็นเลือด มีเลือดสดๆ ออกมาจากกระเพาะอาหารหรือ บาดแผล มีรอยเป็นห้อเลือด เป็นต้น ประเมินการเสียเลือดภายในร่างกายจากความ ดันโลหิตต่ำ ชีพจรเต้นเร็ว หลีกเลี่ยงการเสียเลือดโดยไม่ฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อ

 Fondaparinux (Heparin analog)

ชื่อสามัญ            Fondaparinux sodium

ชื่อการค้า            Arixtra

ประเภท             เป็นสารเฮปารินที่มีน้ำหนักโมเลกุลต่ำมีตัวยับยั้งแฟคเตอร์ Xa (Factor Ka Inhibitor)และเป็นสารละลายทรอมบิน (Antithrombotic)

ข้อบ่งใช้             ป้องกันภาวะการอุดตันของหลอดเลือดดํา (Venous thromboombolism) ในผู้ป่วยที่เปลี่ยนสะโพก ผ่าตัดข้อสะโพกหัก หรือผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า และข้อสะโพก

การออกฤทธิ์       เลือกจับกับ Artithrombin แล้วทําให้มีการเปลี่ยนแปลงใน Anthrornbin โดยยับยั้ง FactorXa เพื่อหยุดการแข็งตัวของเลือด ผลการรักษา จะช่วยป้องกันการสร้าง Thrombin และทําให้เกิด Fibrin clot ในภายหลัง

ผลข้างเคียง        มีใช้ ตําแหน่งที่มีดมีห้อเลือด คลื่นไส้ ปลายมือปลายเท้าบวม

การพยาบาล       

  • ประเมิน CBC รวมทั้ง Fatelet count, BUN, Creatinine clearance
  • ตรวจอุจจาระดู Occult blood
  • ประเมินอาการของการเสียเลือด ตําแหน่งที่ผ่าตัด ปัสสาวะเป็นเลือด เลือดออกใน ยุจาระ เลือดออกตามไรฟัน จุดเลือดออก เลือดออกจากตําแหน่งที่ฉีดยาบันทึกความดันโลหิต หากมีความดันโลหิตต่ำอาจจะบ่งชี้ของการมีเลือดออก
  • เทคนิคการฉีดยา Fondaparinux เข้าใต้ผิวหนัง เช่นเดียวกับเทคนิคการฉีดยา Enoxaparin sodium
  • ปกติรักษานาน 5-9 วัน อย่าให้ยาร่วมกับ Aspirin, NSAIDs
  • หากมือและเท้าบวม แจ้งให้แพทย์ทราบ  

Streptokinase

ชื่อสามัญ            Streptokinase

ชื่อการค้า           Kabikinase, Streptase, Thromboflux

ประเภท             เป็น hrormbolytic enzyme เป็นยากลุ่ม Plasrminogen activator โดยยาจะออกฤทธิ์กระตุ้น Plasminogen ให้เปลี่ยนเป็น Plasmin ละลายลิ่มเลือด

ข้อบ่งใช้             การเกิดลิ่มเลือดในปอดชนิดเฉียบพลัน การเกิดการอุดตันในหลอดเลือดชั้นลึก (Deep vein thrombosis) การเกิดอุดตันในหลอดเลือดแดงเฉียบพลันและการเกิดอุดตันในหลอดเลือด แดงโคโรนารีอย่างเฉียบพลัน และใช้สําหรับ Chevr สาย Fluid arteriovenous cannula ไม่ให้อุดตัน นอกจากนี้ยานี้ยังใช้รักษาภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายอย่างเฉียบพลันด้วย

การออกฤทธิ์       ออกฤทธิ์ทําลาย Fibrin clot โดยช่วยส่งเสริมการออกฤทธิ์ของ Plasmin ซึ่งเป็นตัวละลาย

Clot รวมทั้งเอนไซม์อื่นๆ ที่จะไปละลาย Clot ได้แก่ Fibrinogen และองค์ประกอบอื่นๆ ของการแข็งตัวของเลือด

ผลข้างเคียง        ภาวะเลือดออก ปฏิกิริยาภูมิไว หรือการแพ้ ซึ่งพบได้บ่อย

การพยาบาล        

  • ต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจเลือดเพื่อการแข็งตัวของเลือด                
  • ให้ผู้ป่วยพักผ่อนอย่างเพียงพอ
  • ติดตามอาการแพ้หรือภาวะเลือดออก และเตรียมการช่วยเหลือเมื่อเกิดอาการขึ้น
  • หมั่นตรวจสอบค่าแข็งตัวของเลือด เช่น PT. PTT, Hut, จำนวนเกล็ดเลือด เป็นต้น ตรวจสอบสัญญาณชีพบ่อยๆ ติดตามดูเสมอว่ามีอาการแสดงของเลือดออกภายนอกและภาย ในหรือไม่ โดยสํารวจทุกๆ 15 นาทีในชั่วโมงแรกที่ให้ยา ทุกๆ 30 นาทีในชั่วโมงที่ 2-8 แล้วจึงค่อยยืดเวลาออกไปเป็นทุกๆ 8 ชั่วโมง     
  • หลังจากให้ยาแล้วให้ล้างสายยางด้วยการให้ 5%DW หรือ 0.9% NSS ทางหลอดเลือดดำ 

Tenecteplase

ชื่อสามัญ           Ternecteplate

ชื่อการค้า            Metalyse

ประเภท             เป็นยาละลายทรอมบิน (Thrornbolytic enzyme) กลุ่ม Plasminogen activator โดยยา

จะออกฤทธิ์กระตุ้น Plasminogen ให้เปลี่ยนเป็น Plasmin ละลายลิ่มเลือด

ข้อบ่งใช้             ลดการเสียชีวิตที่เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Acute myocardial infarction;

AMI)

การออกฤทธิ์       กระตุ้น Plasminogen activator ให้เปลี่ยนเป็น Plastmin ละลายลิ่มเลือด โดยออกฤทธิ์

ทําลาย Fibrin clot จากการช่วยส่งเสริมการทํางานของ Plasmin ซึ่งเป็นตัวละลายลิ่มเลือด

ผลข้างเคียง        มีเลือดออก มีปฏิกิริยาภูมิไวหรือการแพ้

การพยาบาล        

  • ก่อนให้ยา ให้วัดความดันโลหิต จับชีพจร ชั่งน้ำหนัก ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG 12 lead), CPK, CK-MB, Electrolyte, Hct, Platelet count. Thrombin (TT), Activated thromboplastin (APTT), Prothrombin time (PT), และ Fibrinogen level
  • ยานี้จะไม่ให้ในผู้ป่วยที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้
  • ติดตามการทํางานของหัวใจ โดยดูว่าหัวใจเต้นผิดจังหวะหรือไม่วัดความดันโลหิต จับชีพจร และนับอัตราการหายใจทุก 15 นาที จนกระทั่งคงที่ ต่อไปทุกชั่วโมง ตรวจสอบ ชีพจรส่วนปลาย ฟังเสียงหัวใจและปอด บันทึกอาการเจ็บหน้าอก ทั้งตําแหน่ง ชนิด และความรุนแรง ประเมินภาวะเลือดออก ติดตามค่า PT ระมัดระวังอุบัติเหตุที่จะเพิ่ม ความเสี่ยงการเกิดเลือดออก เช่น จากการฉีดยา การเจาะเลือด การโกนหนวด การโกนบริเวณผิวหนังเพื่อทําความสะอาด เป็นต้น ประเมินระบบประสาท
  • หากผู้ป่วยมีอาการแพ้ เช่น มีผื่น หายใจลําบาก เป็นต้น มีเลือดออก มีจําเลือด ให้แจ้งแพทย์ทราบ
  •  ให้ผู้ป่วยนอนพักบนเตียง อธิบายถึงเหตุผลว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับบาดเจ็บ ระมัดระวังการมีเลือดออกจากการโกนหนวด และการแปรงฟันอย่างรุนแรง

Ticlopidine

ชื่อสามัญ            Ticlopidine hydrochloride

ชื่อการค้า           Aplaket, Cenpidine, Siclot. Ticidine, Ticlid, Ticio, Ticlodin. Ticlopine. Tikol,

Tilopin, Tipidine. Viladil

ประเภท             ยาด้านเทคนิค (Antiplatelet)

ข้อบ่งใช้             ใช้ป้องกันเกล็ดเลือดเกาะกลุ่มกัน ซึ่งก่อให้เกิดเส้นเลือดอุดตัน ลดความเสี่ยงของการ เกิดการอุดตันในผู้ป่วย CVA ใช้กับผู้ป่วยที่ใช้ Aspirin ไม่ได้ เนื่องจากภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงของ Aspirin

การออกฤทธิ์       ออกฤทธิ์ด้านการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด โดยยับยั้งการจับของ ADP ที่ Low affinity stite

โดยไม่เปลี่ยนแปลงการจับที่ High affinity site และยานี้จะเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติของเมมเบรน ทําให้ไม่สามารถจับกับ Fibrinogan ได้เมื่อมีการกระตุ้นของ ADP

ผลข้างเคียง        อาการที่พบบ่อย คือ คลื่นไส้ ท้องเสีย ตื่นตามผิวหนัง พบน้อย คือ เกล็ดเลือดต่ำ Neutrophil ต่ำ ดีซ่าน ตับอักเสบ

การพยาบาล       

  •  รับประทานยาพร้อมอาหารหรือแบ่งขนาดเป็นครั้งละครึ่งเม็ด เช้าเย็น
  • แนะนําผู้ป่วยว่าหากต้องได้รับการผ่าตัดให้หยุดยาก่อนผ่าตัด 7 วัน
  • ระหว่างการได้รับยา ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจนับเม็ดเลือดทุก 2 สัปดาห์ ติดต่อกันใน 3 เดือนแรก จากนั้นควรติดตามเป็นระยะ และตรวจ LFT ถ้ามีอาการติดเชื้อ เช่น เจ็บคอ เป็นต้น ให้หยุดยา และตรวจนับเม็ดเลือดขาว

Warfarin

ชื่อสามัญ           Warfarin sodium

ชื่อการค้า            Befarin, Coumadin, Fargem, Maforan, Morfarin, Orfarin, Tufam, Zydarin

ประมาท             ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Autch Butsart Curricurin carnate) ยาละลายลิ่มเลือด

ข้อบ่งใช้             ป้องกันการเกิด Embol ในปอด ผู้ป่วยที่ไม่สิ้นหัวใจเทียม ผู้ป่วย Hhermatic heart data หรือ Embel ที่เกิดใน Deep in thrombols ยาจะออกฤทธิ์ไปยับยั้งการใช้วิตามินเค ของตับในการสร้าง Factor 11, VI, X และ X

การออกฤทธิ์       วัดขวางวงจรการเปลี่ยนแปลงการสังเคราะห์วิตามินเค ซึ่งเป็น Coenzyme สําคัญในการ

สร้าง Cloting factors การแข็งตัวของเลือดจึงช้ากว่าปกติ

ผลข้างเคียง        มักเป็นสาเหตุของ Bleeding โดยเริ่มด้วยการเกิดอาการเลือดตามตัวขึ้นก่อน หลังจากนั้นอาจเกิดเลือดออกในอวัยวะต่างๆ เช่น มีเลือดออกในปัสสาวะ ทางเดินอาหาร สมอง เป็นต้น

การพยาบาล       

  • ติดตามอาการผู้ป่วยบ่อยๆ ว่ามีเลือดกําเดาออก มีเสียดออกบริเวณเหงือก ปัสสาวะมีเลือดปน อุจจาระเป็นเลือด หรือมีเลือดสดๆ ออกมาจากกระเพาะอาหารหรือบาดแผล มีรอยช้ำเป็นห้อเลือด ความดันโลหิตต่ำ หรือชีพจรเต้นเร็ว
  • ติดตามผล PT, Bleeding time, INR (International normalized ratio) โดย PT ประมาณ20 วินาที และ INR = 1.5-2.5 และเก็บยาให้พ้นแสงโดยใส่ซองสีชา
  • ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผักใบเขียว ซึ่งมีวิตามิน K มาท ได้แก่ ผักกาดหอม กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักขม หน่อไม้ฝรั่ง เนื่องจากวิตามิน K สามารถต้านฤทธิ์ยา ทําให้เกิดการ แข็งตัวของลิ่มเลือด ซึ่งเป็นสาเหตุให้หลอดเลือดอุดตันได้

 หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุนผู้แต่ง รองศาสตราจารย์ปราณี ทู้ไพเราะ  ได้โดยการซื้อหนังสือ “คู่มือยา (Handbook of Drugs)”

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่