มะเร็งและโรคร้าย

ยาและการรักษาโรคของต่อมไทรอยด์

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
Istock 647583866 %281%29

การรักษาโรคของต่อมไทรอยด์มีอยู่หลายวิธีขึ้นอยู่กับโรคที่เป็น และสภาวะของผู้ป่วย ตัวอย่างเช่น กรณีต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป จะรักษาด้วยยายับยั้งการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมน การผ่าตัด หรือการใช้กัมมันตรังสีไอโอดีน ถ้าเป็นกรณีต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป จะรักษาด้วยยาไทรอยด์ฮอร์โมนสังเคราะห์ เป็นต้น

ยารักษาโรคต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป (Medications for Hyperthyroidism)

  • เบต้าบล็อกเกอร์ (Beta-blockers): ยาในกลุ่มนี้จะยับยั้งการตอบสนองของร่างกายหลายๆ อย่างที่มีต่อภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป ยาจะลดอาการมือสั่น, กระวนกระวายใจ, กระสับกระส่าย และทำให้หัวใจที่เต้นเร็วจากภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไปให้เต้นช้าลงได้ แพทย์จะสั่งยาเบต้าบล็อกเกอร์รูปแบบเม็ดให้ผู้ป่วยที่มีอาการในระดับรุนแรงน้อยถึงรุนแรงปานกลาง แต่ถ้ามีอาการในระดับรุนแรง (thyrotoxic crisis) แพทย์จะสั่งเป็นยาชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำแทน แม้ว่ายาในกลุ่มเบต้าบล็อกเกอร์จะยับยั้งการตอบสนองของร่างกายที่มีต่อภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป แต่ไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุของการเกิดโรค
  • โพรพิลไทโอยูราซิล (propylthiouracil): ยานี้คือยาต้านไทรอยด์ (antithyroid drug) ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ ซึ่งต้องใช้เวลาหลายเดือนนับตั้งแต่เริ่มรับประทานยากว่าจะได้ผลการรักษาเต็มที่ องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (US FDA) ให้คำแนะนำไว้ว่า ในกรณีที่ตั้งครรภ์ ควรใช้ยานี้เฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์เท่านั้น หรือใช้เฉพาะกรณีที่แพ้ยา เมทิมาโซล (methimazole) สำหรับอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยของยานี้คือ ผื่นคัน ส่วนอาการข้างเคียงที่พบได้น้อยกว่า แต่มีอาการรุนแรงมากกว่าคือ การลดลงของเม็ดเลือดขาว ทำให้ความสามารถในการต่อสู้กับเชื้อโรคลดน้อยลง ดังนั้นหากมีไข้สูงระหว่างรับประทานยานี้ให้ไปพบแพทย์
  • เมทิมาโซล (methimazole): ยานี้เป็นยาต้านไทรอยด์ที่แนะนำให้ใช้เป็นตัวแรกสำหรับผู้ป่วยทุกคน ยกเว้นในผู้หญิงตั้งครรภ์ไตรมาสแรก โดยยานี้จะยับยั้งการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ และเป็นยาที่อาจใช้ระยะเวลานานกว่ายาโพรพิลไทโอยูราซิล กว่าจะได้ผลการรักษาเต็มที่ สำหรับผลข้างเคียงของยานี้คล้ายกับยาโพรพิลไทโอยูราซิล
  • ไอโอดีน (Lugol's solution, Strong iodine): ยานี้ออกฤทธิ์โดยยับยั้งการหลั่งไทรอยด์ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์ที่ทำงานมากเกินไป ยานี้ต้องใช้ร่วมกับยาต้านไทรอยด์ เพราะไอโอดีนที่เป็นส่วนประกอบของยานี้อาจเพิ่มการสร้างฮอร์โมนไทรอยด์และทำให้อาการของภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไปแย่ลงได้ สำหรับผลข้างเคียงที่พบบ่อยของยานี้ ได้แก่ คลื่นไส้ และในปากจะรู้สึกรับรสโลหะ
  • กัมมันตรังสีไอโอดีน (Radioactive iodine): แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่อมไร้ท่อ หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์สามารถรักษาภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไปด้วยการให้ กลืนกัมมันตรังสีไอโอดีน การรักษานี้จะใช้เวลาหลายเดือน โดยจะไปทำให้ต่อมไทรอยด์ฝ่อเล็กลง และมักพบภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อย (hypothyroidism) ตามหลังการรักษาด้วยวิธีนี้

ยารักษาโรคต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป (Medications for Hypothyroidism)

  • ลีโว-ไทรอกซิน (L-thyroxine): ยานี้เป็นยาหลักเพื่อทดแทนฮอร์โมนในผู้ที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป โดยยานี้เป็นรูปแบบฮอร์โมนไทรอกซินที่สังเคราะห์ขึ้นมา โดยมีโครงสร้างเหมือนกับไทรอยด์ฮอร์โมนที่ร่างกายสร้างขึ้น โดยร่างกายจะเปลี่ยนฮอร์โมนสังเคราะห์นี้ให้อยู่ในรูปที่ออกฤทธิ์ได้ คือ ลีโว-ไทรไอโอโดไทโรนิน (L-triiodothyronine) ต่อไป ส่วนผลข้างเคียงของยานี้พบได้น้อย และยานี้มีความปลอดภัยเป็นอย่างมาก 
  • ไทรไอโอโดไทโรนิน (triiodothyronine): ยารูปแบบนี้มักไม่ใช้เป็นยาเดี่ยวในการทดแทนไทรอยด์ฮอร์โมน เพราะมีฤทธิ์สั้นกว่า ลีโว-ไทรอกซิน การใช้ยานี้สามารถเพิ่มระดับความเข้มข้นของไทรไอโอโดไทโรนินในเลือดได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัญหาโรคหัวใจ ยานี้อาจถูกใช้ร่วมกับยาลีโว-ไทรอกซินในผู้ที่ไม่สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการใช้ยาลีโว-ไทรอกซินเพียงตัวเดียว
  • ไทรอยด์ฮอร์โมนสกัด หรือ ไทรอยด์ฮอร์โมนธรรมชาติ: เป็นยาไทรอยด์ฮอร์โมนในรูปแบบผงแห้งที่ได้จากต่อมไทรอยด์ของสุกร (หมู) แต่ฮอร์โมนสกัดชนิดนี้ไม่บริสุทธิ์และปริมาณฮอร์โมน T4 และ T3 ไม่แน่นอน จึงไม่แนะนำให้ใช้ในการรักษาเพื่อทดแทนไทรอยด์ฮอร์โมน ฮอร์โมนสกัดนี้จะมีสัดส่วนของฮอร์โมน T3 มากกว่าปกติ

ยารักษาก้อนที่ต่อมไทรอยด์และคอพอก (Medications for Thyroid Nodules and Goiter)

  • ถ้าต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติแบบทำงานมากไป หรือทำงานน้อยไป การรักษาในกรณีนี้ได้อธิบายไว้ด้านบนแล้ว
  • ถ้าต่อมไทรอยด์ทำงานปกติแต่มีก้อนที่ต่อมไทรอยด์เกิดขึ้น ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาใดดีที่สุดในการลดขนาดของต่อม และมักแนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัด หลายปีมาแล้วที่การรักษามาตรฐานแนะนำให้ใช้ยา ลีโว-ไทรอกซิน เพื่อลดขนาดของก้อนที่ต่อมไทรอยด์ แต่หลังจากวิจัยอย่างรอบคอบแล้วพบว่าการให้ยาไทรอยด์ฮอร์โมนไม่ค่อยมีผลลดก้อนขนาดใหญ่ที่ต่อมไทรอยด์ได้
  • การรักษาฉุกเฉินสำหรับต่อมไทรอยด์โตแบบไม่เป็นพิษ (nontoxic goiters/nodules) คือการใช้กัมมันตรังสีไอโอดีนรักษา แต่ไมได้ทำในผู้ป่วยทุกราย โดยจะพิจารณารักษาด้วยวิธีนี้เมื่อผู้ป่วยมีคอพอกขนาดใหญ่และมีปัญหาทางสุขภาพที่ไม่สามารถผ่าตัดได้

อาหารเสริมสำหรับรักษาโรคของต่อมไทรอยด์

อาจเป็นอันตรายมากที่จะใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับโรคของต่อมไทรอยด์โดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาหารเสริมที่มีไอโอดีนเป็นส่วนประกอบปริมาณมากสามารถทำให้ระดับไทรอยด์ฮอร์โมนสูงขึ้นเป็นอย่างมากหากคุณเป็นคอพอก หรือทำให้ระดับไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำลงอย่างมาก หากคุณมีประวัติของโรคต่อมไทรอยด์ที่มาภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง (autoimmune thyroid condition) เช่น Hashimoto's thyroiditis หรือ โรคเกรฟ (Graves' disease)

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากสมุนไพร, การรักษาด้วยวิธีธรรมชาติใดๆ ที่จะช่วยให้ต่อมไทรอยด์กลับมาทำงานเป็นปกติ

อาหารเสริมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับการควบคุมอย่างเข้มงวด ดังนั้นจึงไม่มีการควบคุมคุณภาพของอาหารเสริมอย่างเข้มงวด ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้รับประทานอาหารเสริมเพื่อรักษาโรคของต่อมไทรอยด์

การผ่าตัดต่อมไทรอยด์

การผ่าตัดต่อมไทรอยด์สำหรับผู้ที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป (thyroidectomy), ผู้ที่ก้อนโตที่ต่อมไทรอยด์ขนาดใหญ่ หรือเป็นคอพอกไม่เป็นพิษ โดยการผ่าตัดนี้อาจทำการตัดเนื้อเยื่อจำนวนมากของต่อมไทรอยด์ออก แต่จะคงเหลือเนื้อเยื่อของต่อมไทรอยด์ไว้บางส่วนเพื่อให้สามารถผลิตไทรอยด์ฮอร์โมนสำหรับร่างกายต่อไปได้

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัด คือ เกิดความเสียหายต่อเส้นประสาทที่ควบคุมเส้นเสียง (vocal cords), ความเสียหายต่อต่อมพาราไทรอยด์ซึ่งอยู่ด้านหลังของต่อมไทรอยด์ (ทำให้ระดับแคลเซียมในร่างกายต่ำลง) และมีเลือดออก เมื่อทำการผ่าตัดต่อมไทรอยด์แล้วอาจเกิดภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไปตามมาได้ แต่พบได้น้อยกว่าการรักษาด้วยกัมมันตรังสีไอโอดีน โดยทั่วไปประสบการณ์ของศัลยแพทย์ผู้ทำการผ่าตัดมีส่วนสำคัญต่อประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากการรักษาด้วยวิธีนี้

ประมาณ 70% ของผู้ป่วยที่ยังคงเหลือต่อมไทรอยด์ไว้หลังผ่าตัดครึ่งหนึ่ง จะมีการทำงานของต่อมไทรอยด์กลับมาเป็นปกติหลังการผ่าตัด แต่ในผู้ที่ผ่าตัดเอาต่อมไทรอยด์ออกทั้งหมด จะต้องรักษาด้วยไทรอยด์ฮอร์โมนเสริมตลอดชีวิต ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์จะต้องได้รับการรักษาด้วยวิธีพิเศษและสแกนต่อมด้วยกัมมันตรังสีไอโอดีน ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยมะเร็งต่อมไทรอยด์จะได้รับการรักษาด้วยแพทย์เฉพาะทางต่อมไร้ท่อ ไม่ใช่แพทย์ด้านมะเร็ง

การติดตามการรักษา

ในผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเกรฟ (Graves’ disease) ควรหยุดสูบบุหรี่ทันที เพราะการสูบบุหรี่จะเพิ่มความเสี่ยงให้อาการทางตาที่เกิดจากโรคเกรฟแย่ลง

ให้รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และอย่าลืมสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นจากยาที่ได้รับ และให้สอบถามแพทย์ด้วยว่าหากมีอาการใดขึ้นต้องรีบมาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที

การป้องกันโรคของต่อมไทรอยด์

ยังไม่ทราบว่ามีวิธีใดที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกินไป หรือน้อยเกินไป และยังไม่มีวิธีในการป้องกันคอพอกหรือก้อนที่ต่อมไทรอยด์ นอกจากพื้นที่ที่มีการขาดไอโอดีน ควรมีการเพิ่มการบริโภคไอโอดีน เช่น ใช้เกลือเสริมไอโอดีนในการปรุงอาหาร แต่โดยทั่วไปไม่แนะนำให้รับประทานอาหารเสริมไอโอดีนเป็นพิเศษ เพราะอาหารเสริมส่วนใหญ่มักมีไอโอดีนเป็นส่วนประกอบ ดังนั้นให้อ่านฉลากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมก่อนว่ามีไอโอดีนเป็นส่วนประกอบแล้วหรือไม่

รังสีสามารถเหนี่ยวนำให้เกิดก้อนที่ต่อมไทรอยด์ทั้งชนิดไม่ใช่มะเร็งและชนิดที่เป็นมะเร็ง ดังนั้นแนะนำให้หลีกเลี่ยงการได้รับรังสีมากเกินไป หรือการทำ CT scan ที่ศีรษะและลำคอโดยไม่จำเป็น และให้ใช้แผ่นกั้นต่อมไทรอยด์ (thyroid shield) ขณะทำการ X-rays ฟัน ด้วย

การพยากรณ์โรคของต่อมไทรอยด์

คนส่วนใหญ่ที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไป, มากเกินไป, และผู้ที่มีก้อนเนื้อที่ต่อมไทรอยด์ชนิดไม่ใช่มะเร็งและชนิดที่เป็นมะเร็ง หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม จะสามารถควบคุมอาการของโรคและไม่มีผลในระยะยาวรวมถึงจะมีอายุขัยเฉลี่ยเท่ากับคนทั่วๆ ไป อย่างไรก็ตามในผู้ที่ไม่ได้รับการรักษาอาจมีอาการรุนแรงเป็นโคม่า (hypothyroid coma) หรือ thyrotoxic crisis (thyroid storm) ได้ ซึ่งจะมีอัตราการเสียชีวิตราวๆ 50%

อาการทางตาจากโรคเกรฟ (Graves' eye disease) จะรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ (corticosteroid), การฉายรังสี และการผ่าตัด ซึ่งมีอัตราประสบความเสร็จแตกต่างกัน

ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์จะมีอัตราการตายต่ำมาก (น้อยกว่า 5%) แต่ความเสี่ยงโดยรวมจะขึ้นอยู่กับอายุของผู้ป่วย, ชนิดของมะเร็งต่อมไทรอยด์ และขอบเขตการแพร่กระจายของเนื้องอก แพทย์เฉพาะทางด้านต่อมไร้ท่อจะเป็นผู้วินิจฉัยและรักษาโรคมะเร็งต่อมไทรอยด์มากกว่าแพทย์ด้านโรคมะเร็ง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่

บทความต่อไป
นักแสดง Sofia Vergara รอดชีวิตจากการเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ได้อย่างไร
นักแสดง Sofia Vergara รอดชีวิตจากการเป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์ได้อย่างไร

นักแสดงที่มีชื่อเสียงจากเรื่อง The Modern Family คนนี้รอดชีวิตจากมะเร็งก่อนจะมีชื่อเสียง

ฉันสามารถรับประทานอะไรได้บ้างหลังการผ่าตัดต่อมไทรอยด์
ฉันสามารถรับประทานอะไรได้บ้างหลังการผ่าตัดต่อมไทรอยด์

ควรรับประทานหรือระวังอะไรหลังการผ่าตัดต่อมไทรอยด์