Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
ความรู้สุขภาพ

การทำเล็บ...ตัวช่วยเรื่องความงามที่ใครก็ทำได้

เล็บ สามารถบ่งบอกถึงบุคลิกภาพได้ ปัจจุบันมีทั้งหญิงและชายที่เข้าร้านทำเล็บ สิ่งสำคัญคือต้องเลือกสถานที่ที่ถูกสุขอนามัย ไม่เสี่ยงติดเชื้อโรค
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 873,325 คน

การทำเล็บ...ตัวช่วยเรื่องความงามที่ใครก็ทำได้

นอกจากหน้าที่ป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับปลายนิ้วแล้ว เล็บยังสามารถบอกอะไรได้อีกหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของสุขภาพ ผู้ที่มีสุขภาพเล็บดี จะมีเล็บสีชมพูอ่อน เนื้อเล็บแข็งแรงเรียบไม่เป็นคลื่น ซึ่งการมีเล็บเช่นนี้สามารถบ่งบอกถึงความใส่ใจในการดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี 

ปัจจุบันมีวิธีดูแลเล็บให้แข็งแรงมากขึ้น รวมถึงมีวิธีการทำเล็บมากมายเพื่อช่วยเสริมบุคลิกภาพ เช่น การทาสีเล็บ การต่อเล็บ การเพนต์เล็บ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม การทำเล็บที่มากเกินไป อาจทำให้เล็บเหลือง เปราะบาง ฉีกขาดง่าย และอาจเสี่ยงต่อการเกิดโรคเชื้อราในเล็บอีกด้วย ดังนั้นหากต้องการทำเล็บ ควรเลือกทำกับผู้เชี่ยวชาญ และควรดูแลรักษาเล็บด้วยวิธีที่ถูกต้อง จะช่วยทำให้เล็บมีสุขภาพดีตลอดไปได้

ความสำคัญของเล็บ

ก่อนจะพูดถึงการทำเล็บ ควรทำความรู้จักกับเล็บให้มากขึ้นก่อน โดยแผ่นเล็บแข็งๆ ที่ปกคลุมปลายนิ้วอยู่ เกิดจากเซลล์หนังกำพร้าที่ตายแล้ว สามารถงอกใหม่และยาวขึ้นเรื่อยๆ ตลอดเวลา หน้าที่หลักของเล็บ คือป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับผิวหนังบริเวณปลายนิ้ว ช่วยให้ความรู้สึกสัมผัสละเอียดขึ้น หากไว้เล็บยาวยังสามารถใช้ป้องกันตัวได้ตามธรรมชาติอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยแสดงให้เห็นถึงการเจ็บป่วยของร่างกาย เนื่องจากภาวะทางการแพทย์บางชนิด อาจทำให้เล็บหยุดการเจริญเติบโตได้

ไม่ใช่แต่เฉพาะในกลุ่มผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายจำนวนไม่น้อยก็นิยมทำเล็บ โดยเน้นที่การเพนต์ลวดลายที่ดูเท่ๆ ตามปกติการทำเล็บจะเริ่มจากแช่มือหรือเท้าที่จะทำเล็บลงไปในน้ำอุ่น เพื่อให้เลือดหมุนเวียนและทำให้เล็บนิ่มขึ้น จากนั้นจะมีการตัดแต่งเล็บให้เข้ารูปด้วยการตัดเล็บ ตัดหนังด้านข้างเล็บ และตะไบเล็บ ก่อนจะเริ่มทาสีและตกแต่งเล็บตามที่เลือกไว้ บางคนที่เล็บสั้นก็สามารถต่อเล็บให้ยาวเพิ่มขึ้น รวมถึงตะไบปลายเล็บให้มีรูปทรงตามต้องการได้

การทำเล็บมีกี่รูปแบบ แต่ละรูปแบบแตกต่างกันอย่างไร?

คนส่วนมากมักจะเข้าใจว่า การทำเล็บ คือการตัดแต่งเล็บและทาสีเล็บเพียงอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วการทำเล็บยังมีรูปแบบอีกมากมาย แม้แต่การทาสีเล็บ ก็มีให้เลือกหลายชนิด เช่น การทาสีธรรมดา การทาสีกึ่งเจล การทาสีเจล การทาสีเจลกลิตเตอร์ ซึ่งแต่ละรูปแบบก็มีลักษณะ ระยะเวลา และราคาที่แตกต่างกันไป

รูปแบบการทำเล็บหลักๆ ที่ได้รับความนิยม มีดังนี้

  • การทาสีเล็บ นอกจากมีสีให้เลือกมากมาย ยังมีสีให้เลือกหลายรูปแบบ ดังนี้
    • การทาสีธรรมดา เป็นรูปแบบที่พบได้ทั่วไป มีกลิ่นฉุนเล็กน้อย สีแห้งเร็ว สามารถทาและล้างด้วยตัวเองได้ มีข้อเสียคือสีลอกง่ายมาก และหากเลือกสีทาเล็บที่ไม่ได้มาตรฐานจะทำให้เล็บเหลือง 
    • การทาสีเจล จะให้ความทนทานกว่าทาสีเล็บแบบธรรมดา ใช้เวลานานเพราะหลังจากทาสีเจลแล้วต้องอบด้วยแสง UV การทำเล็บประเภทนี้บ่อยๆ ทำให้หน้าเล็บบางได้ เนื่องจากก่อนลงสีเจลจะต้องตะไบหน้าเล็บออกก่อนเพื่อให้เจลติดดี เวลาจะเปลี่ยนสีหรือเพนต์ลายใหม่ ก็ต้องตะไบหน้าเล็บทุกครั้ง)
    • การทาสีกึ่งเจล การทาสีกึ่งเจล มีความแวววาวและทนทานเหมือนสีเจล สามารถทาด้วยตัวเองได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องอบเจล และล้างออกได้ด้วยน้ำยาทาเล็บทั่วไป 
  • การต่อเล็บ ผู้ที่เล็บมือสั้น หรือหน้าเล็บบาง แต่อยากให้เล็บยาวสวยพร้อมสำหรับการทาสีเล็บ สามารถต่อเล็บได้ ด้วยรูปแบบที่ได้รับความนิยม ดังนี้
    • การต่อเล็บ PVC เป็นการนำเล็บปลอมที่ทำจากพลาสติก แปะทับลงไปบนเล็บจริงโดยใช้กาวติดให้แน่น การต่อเล็บรูปแบบนี้สามารถอยู่ได้นาน 5-7 วัน และสามารถต่อด้วยตัวเองได้ 
    • การต่อเล็บอะคริลิก การต่อเล็บวิธีนี้จะอยู่ได้นานกว่าแบบ PVC และสามารถทำได้หลายแบบ แต่ต้องทำโดยช่างทำเล็บเท่านั้น เนื่องจากต้องมีการฆ่าเชื้อพร้อมกับตะไบหน้าเล็บ และลง Primer ก่อนจะใส่ Paper Form เป็นฐานแล้วลงอะคริลิกบนเล็บ
    • การต่อเล็บโพลีเจล เป็นการต่อเล็บที่แข็งแรงและเงาสวยกว่าการต่อแบบ PVC แต่จะไม่สามารถต่อได้ยาวเท่าแบบอะคริลิก เมื่อต่อเสร็จจะคล้ายคลึงกับเล็บจริงมาก ข้อดีคือไม่มีสารเคมีที่กลิ่นฉุนรุนแรงอย่างอะคริลิก แต่มีข้อเสียคือราคาค่อนข้างแพง
  • สปามือและเท้า เริ่มจากการแช่มือและเท้าด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำผสมน้ำมันกลิ่นต่างๆ เพื่อให้หนังนิ่มขึ้น จากนั้นจะมีการตัดเล็บ ขูดหน้าเล็บที่เสียหายและตัดหนังส่วนเกินออก แล้วแช่มือและเท้าอีกครั้งพร้อมกับขัดด้วยเกลือและทาด้วยโลชั่น

หลังจากทาสีเล็บและต่อเล็บแล้ว ยังมีวิธีตกแต่งเล็บที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น การเพนต์ลายที่เล็บ การติดอะไหล่ที่เล็บ (เพชร ลูกปัด โบว์) การตกแต่งด้วยกลิตเตอร์ หรือการทาน้ำยาเคลือบเล็บเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและคงทนให้กับเล็บที่เพิ่งทำมา เป็นต้น

การทำเล็บ ใช้เวลานานแค่ไหน?

การทำเล็บส่วนมากจะใช้เวลาตั้งแต่ 1-1 ชั่วโมง 45 นาที ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการทำเล็บ หากทาสีเล็บแบบธรรมดาจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที แต่ถ้าทาสีเล็บแบบกึ่งเจลจะใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที ส่วนการทาเล็บเจล และทาเล็บเจลแบบกลิตเตอร์จะใช้เวลาตั้งแต่ 1 ชั่วโมงขึ้นไป

การต่อเล็บก็ใช้เวลาไม่แตกต่างกันมากนัก ในการต่อเล็บ PVC จะใช้เวลาประมาณ 30-45 นาที ส่วนการต่อเล็บอะคริลิกจะใช้เวลา 1-1.30 ชั่วโมง เช่นเดียวกับการทำสปามือและเท้า 

การทำเล็บอยู่ได้นานแค่ไหน?

การทาสีเล็บแบบทั่วไป จะอยู่ได้ประมาณ 1-3 วัน ซึ่งในระหว่างนี้หากมีการขีดข่วน เสียดสี หรือต้องทำกิจกรรมที่สัมผัสน้ำบ่อยๆ ก็มีโอกาสที่สีจะหลุดลอกเร็วกว่านี้ ส่วนการทาเล็บกึ่งเจลและการทาเล็บเจลจะได้อยู่ได้ 10-20 วันขึ้นไป อย่างไรก็ตาม บางครั้งแม้สีไม่ได้ถลอก แต่สำหรับผู้ทำเล็บที่เล็บยาวเร็ว ส่วนโคนเล็บก็จะโผล่ออกมาเห็นได้ชัดจนต้องทำสีใหม่เร็วกว่านั้นได้

การต่อเล็บแบบ PVC จะอยู่ได้ประมาณ 5-7 วัน ขึ้นอยู่กับกาวที่ใช้ ส่วนการต่อเล็บแบบอะคริลิกและแบบเจลสามารถอยู่ได้นาน 10-12 สัปดาห์ ซึ่งจะต้องมาเติมโคนทุกๆ 2-3 สัปดาห์เพื่อยืดระยะการใช้งาน 

ทำเล็บที่ไหนได้บ้าง?

ปัจจุบันมีคลินิกเสริมความงามและร้านทำเล็บมากมายที่ให้บริการทำเล็บครบทุกรูปแบบ ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับรูปแบบที่ทำและความชำนาญของช่างทำเล็บ ส่วนมากจะเริ่มต้นที่ราคา 500 บาทขึ้นไป 

สามารถดูแพ็กเกจทำเล็บและเปรียบเทียบราคาได้ ที่นี่

ที่สำคัญไม่ว่าจะเลือกทำเล็บในร้านใด ใช้เทคนิคไหน ก็ควรร้านที่สะอาด มีช่างผู้เชี่ยวชาญ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการติดเชื้อจากอุปกรณ์ทำเล็บ หรือเป็นโรคเชื้อราในเล็บได้

หลังทำเล็บ ควรดูแลรักษาเล็บอย่างไร?

หลังจากทำเล็บแล้ว ควรดูแลรักษาเล็บมือให้สะอาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะการต่อเล็บ เนื่องจากอาจมีเชื้อโรคเข้าไปขังอยู่จนทำให้เล็บติดเชื้อราได้ วิธีการดูแลรักษาเล็บง่ายๆ มีดังต่อไปนี้

  • ทาครีมบำรุง ยาทาเล็บบางชนิดอาจมีส่วนผสมของสารเคมีที่จะทำลายผิวเล็บ เพราะฉะนั้นจึงควรทาครีมบำรุงเพื่อป้องกันเล็บแห้งเป็นประจำ
  • ห้ามแกะสีเจลด้วยตัวเอง แม้สีจะเริ่มหลุดลอกออกไปบ้างแล้ว ก็ห้ามแกะเองโดยเด็ดขาด เพราะตัวเจลที่ค่อนข้างเหนียวอาจไปดึงผิวเล็บจนทำให้เล็บฉีก หรือเล็บบางลง
  • พักเล็บ หลังจากทาสีเจล หรือต่อเล็บ ควรพักเล็บอย่างน้อย 1 สัปดาห์ขึ้นไป เพื่อให้เล็บได้ฟื้นฟูตัวเอง โดยเฉพาะหน้าเล็บ ระหว่างนี้ให้แช่เล็บวันละ 10 นาทีด้วยน้ำอุ่นผสมมะนาวและน้ำมันกลิ่นต่างๆ ตามชอบ
  • ดูแลเล็บเหลือง หากพบว่าเล็บเหลืองซึ่งเกิดจากการทำเล็บ ให้หยุดทำเล็บทันที แล้วดูแลด้วยการใช้มะนาวถูที่เล็บเป็นประจำ หรือใช้ยาสีฟันขัดจนกว่าเล็บจะหายเหลือง
  • นวดนิ้วมือ เพื่อกระตุ้นเลือดลมและฟื้นฟูให้เล็บกลับมาแข็งแรงเร็วขึ้น

ที่มาของข้อมูล

http://cai.md.chula.ac.th/lesson/lesson4410/data/nails.htm

Grace Lindsay, The Difference Between Acrylic, Gel and Polygel Nails (https://lesalon.com/blog/difference-acrylic-gel-polygel-nails/), 11 June 2018.

Oxbridge Academy, The pros and cons of acrylic, gel and polygel nail care (https://www.oxbridgeacademy.edu.za/blog/the-pros-and-cons-of-acrylic-gel-and-polygel-nail-care/), 4 December 2018.

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล
ดูในแอป