การกินเพื่อสุขภาพ

แมงกานีส โมลิบดีนัม และฟอสฟอรัส

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
แมงกานีส โมลิบดีนัม และฟอสฟอรัส

แมงกานีส โมลิบดีนัม และฟอสฟอรัส

อ่านข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับแมงกานีส โมลิบดีนัม และฟอสฟอรัส แร่ธาตุเหล่านี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไรและโรคที่เกิดขึ้นหากคุณขาดแร่ธาตุนี้ รวมถึงแหล่งจากธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ศัตรู ข้อมูลเกี่ยวกับอาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานแร่ธาตุเหล่านี้มากไป ตลอดจนคำแนะนำที่น่าสนใจต่างๆมากมายสามารถอ่านต่อได้ที่นี่

แมงกานีส

ข้อเท็จจริง

  • ช่วยกระตุ้นเอนไซม์ที่จำเป็นต่อกระบวนการนำไบโอติน บี 1 และวิตามินซีมาใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย
  • มีความจำเป็นต่อโครงสร้างของกระดูก
  • มีหน่วยวัดเป็นมิลลิกรัม (มก.)
  • มีความสำคัญต่อการสร้างไทรอกซิน ฮอร์โมนหลักของต่อมไทรอยด์
  • มีความสำคัญต่อกระบวนการย่อยและนำอาหารมาใช้ให้เป็นประโยชน์
  • ไม่มีขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันอย่างเป็นทางการ แต่สถาบันวิจัยแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา แนะนำให้รับประทาน 2-5 มก. สำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป
  • มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์และระบบประสาท

แร่ธาตุนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร

  • ช่วยลดอาการอ่อนล้า
  • มีส่วนช่วยในกระบวนการตอบสนองของกล้ามเนื้อ
  • ป้องกันโรคกระดูกพรุน
  • ช่วยให้ความจำดีขึ้น
  • ลดอาการหงุดหงิดง่าย

โรคจากการขาดแร่ธาตุ

ภาวะเดินเซ

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด

ซีเรียลแบบโฮลเกรน ถั่ว ผักใบเขียว ถั่วลันเตา หัวบีต

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

พบมากในผลิตภัณฑ์วิตามินรวมและแร่ธาตุ ในขนาด 1-9 มก.

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป

พบได้น้อยมาก นอกจากได้รับแมงกานีสปริมาณมากจากแหล่งอุตสาหกรรม

ศัตรู

การรับประทานแคลเซียมและฟอสฟอรัสปริมาณมาก จะยับยั้งการดูดซึมได้ เช่นเดียวกับเส้นใยอาหารและกรดไฟติกในรำข้าวและถั่ว

คำแนะนำส่วนตัว

  • หากคุณมีอาการมึนศีรษะบ่อยๆ อาจลองพยามรับประทานแมงกานีสจากอาหารต่างๆ ให้มากขึ้น
  • ผมขอแนะนำให้ผู้ที่มักมีอาการใจลอย หรือมีปัญหาด้านความจำ รับประทานแร่ธาตุนี้ให้เพียงพอ
  • ผู้ที่ดื่มนมหรือบริโภคเนื้อสัตว์เป็นปริมาณมาก ควรรับประทานแมงกานีสให้มากขึ้น

โมลิบดีนัม

ข้อเท็จจริง

  • ช่วยในกระบวนการเผาผลาญอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตและไขมัน เป็นส่วนสำคัญของเอนไซม์ที่ทำหน้าที่นำธาตุเหล็กมาใช้
  • ไม่มีขนาดที่แนะนำให้รับประทานในแต่ละวัน แต่ประมาณการว่าการรับประทาน 75-250 มคก. น่าจะเป็นปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของมนุษย์

แร่ธาตุนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร

  • ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง
  • ส่งเสริมให้สุขภาพดีขึ้นโดยรวม

โรคจากการขาดแร่ธาตุ

ยังไม่พบ

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด

ผักใบเขียวเข้ม ธัญพืชไม่ขัดสี พืชฝักตระกูลถั่ว

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

ไม่มีวางจำหน่ายทั่วไป

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป

พบได้น้อยมาก แต่ขนาด 5-10 มก. ต่อวันอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

คำแนะนำส่วนตัว

แม้โมลิบดีนัมจะสำคัญต่อร่างกายของคุณก็ตาม แต่โดยทั่วไปแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรับประทานเสริมอีก นอกเสียจากว่าอาหารทุกประเภทที่คุณรับประทานปลูกมาจากดินที่ขาดแร่ธาตุ

ฟอสฟอรัส

ข้อเท็จจริง

  • พบได้ในทุกเซลล์ของร่างกายเรา วิตามินดีและแคลเซียมมีส่วนสำคัญต่อการทำงานของฟอสฟอรัส
  • อัตราส่วนของแคลเซียมต่อฟอสฟอรัสควรเท่ากับ 2:1 เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ (ควรรับประทานแคลเซียมเป็นสองเท่าของฟอสฟอรัส)
  • เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางเคมีของร่างกายเราในเกือบทุกส่วน
  • มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อโครงสร้างของกระดูกและฟัน
  • ไนอะซินจะไม่สามารถถูกดูดซึมได้หากขาดฟอสฟอรัส
  • มีความสำคัญต่อการทำงานที่เป็นปกติสม่ำเสมอของหัวใจ
  • สำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของไต
  • ร่างกายจำเป็นต้องใช้ในกระบวนการส่งต่อสัญญาณประสาท
  • ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันสำหรับผู้ใหญ่คือ 800-1,200 มก. หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตรจะต้องการมากกว่านี้
  • แร่ธาตุนี้ดีต่อร่างกายคุณอย่างไร
  • ช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย
  • ช่วยให้ร่างกายมีพลังงานและกระปรี้กระเปร่า เนื่องจากมันมีส่วนช่วยในกระบวนการเผาผลาญไขมันและแป้ง
  • บรรเทาอาการปวดจากข้ออักเสบ
  • ส่งเสริมสุขภาพเหงือกและฟัน

โรคจากการขาดแร่ธาตุ

โรคกระดูกอ่อนในเด็ก เหงือกอักเสบ

แหล่งจากธรรมชาติที่ดีที่สุด

ปลา สัตว์ปีก เนื้อสัตว์ ธัญพืชไม่ขัดสี ไข่ ถั่ว เมล็ดพืช

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

โบนมีล (Bonemeal) เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากธรรมชาติที่มีฟอสฟอรัสสูง (ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการเติมวิตามินดีลงไป เพื่อให้ดูดซึมได้ดีขึ้นหรือไม่ และที่สำคัญคือ ต้องไม่มีสารตะกั่วเจือปน!)

อาการเป็นพิษและสัญญาณเตือนว่ารับประทานมากไป

ยังไม่พบว่ามีอันตรายต่อร่างกาย

ศัตรู

การรับประทานธาตุเหล็ก อะลูมิเนียม และแมกนีเซียมมากเกินไป อาจทำให้ฟอสฟอรัสด้อยประสิทธิภาพลงได้

คำแนะนำส่วนตัว

  • หากคุณรับประทานฟอสฟอรัสมากเกิน จะทำให้แร่ธาตุในร่างกายเสียสมดุล และยังส่งผลให้ระดับแคลเซียมลดลงด้วย โดยทั่วไปอาหารที่เรารับประทาน มีฟอสฟอรัสสูงอยู่แล้ว เนื่องจากฟอสฟอรัสมีอยู่ในอาหารตามธรรมชาติเกือบทุกชนิด ดังนั้น แนวโน้มที่เราจะขาดแคลเซียมจึงพบได้บ่อย คุณควรระวังในประเด็นนี้ และพยายามปรับการรับประทานอาหารให้เหมาะสม
  • หากคุณอายุมากกว่าสี่สิบปี คุณควรรับประทานเนื้อสัตว์ในแต่ละวันให้น้อยลง และพยายามรับประทานผักใบเขียวหรือดื่มนมแทน เนื่องจากว่า เมื่อคนเราอายุเกินสี่สิบปี ไตจะไม่สามารถขับฟอสฟอรัสออกได้ดีเท่าที่ควร จึงส่งผลให้แคลเซียมต่ำได้ ระมัดระวังในการรับประทานอาหารสำเร็จรูปที่มีการเติมฟอสเฟตเพื่อกันเสีย และอย่าลืมนับเป็นส่วนหนึ่งของฟอสฟอรัสที่คุณรับประทานด้วย

หากคุณเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์และอยากอ่านเกี่ยวกับหัวข้อนี้เพิ่มเติม สามารถสนับสนุน ดร.เอิร์ล มินเดลล์ (ผู้แต่ง) พญ. ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล (แปล) ได้โดยการซื้อหนังสือวิตามินไบเบิล

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่