โรคเบาหวาน

ระดับน้ำตาลในเลือดบอกอะไรคุณ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ย. 2, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
ระดับน้ำตาลในเลือดบอกอะไรคุณ

การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด หรือระดับกลูโคสในเลือด เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของการดูแลรักษาโรคเบาหวาน  ข้อมูลในหน้านี้จะช่วยบอกคุณเกี่ยวกับ:

  • ทำไมคุณถึงต้องรู้ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณ
  • วิธีในการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด
  • ค่าเป้าหมายในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดคือเท่าใด
  • หากระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำเกินไปจะต้องทำอย่างไร
  • จะจ่ายเงินสำหรับการตรวจได้อย่างไร

ทำไมจึงจำเป็นต้องรู้ระดับน้ำตาลในเลือดของตนเอง

ระดับน้ำตาลในเลือดจะสะท้อนให้เห็นถึงการควบคุมโรคเบาหวานของคุณว่าอยู่ในเกณฑ์เหมาะสมหรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้คุณจัดการดูแลโรคเบาหวานเพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงได้ เช่น โรคไต และปัญหาการมองเห็นลดลง

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

คลิก

การตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นประจำ จะทำให้คุณรู้ได้ว่าอะไรที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และอะไรที่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคุณมีความเครียดหรือรับประทานอาหารบางอย่าง จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นได้ และเมื่อคุณได้รับยารักษาโรคเบาหวาน และยาออกฤทธิ์ได้ดี ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณจะลดต่ำลง  ข้อมูลต่อไปนี้จะช่วยให้คุณรู้ว่าอะไรที่เหมาะสมสำหรับคุณ และอะไรที่คุณจำเป็นจะต้องเปลี่ยนแปลง

จะวัดระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างไร

มีสองวิธีในการวัดระดับน้ำตาลในเลือด

  • ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง การตรวจนี้จะช่วยให้คุณรู้ระดับน้ำตาลกลูโคสของตัวเอง ณ เวลาที่ทำการตรวจ
  • การตรวจระดับน้ำตาลสะสม (A1C) การตรวจนี้จะต้องทำการตรวจที่สถานพยาบาลโดยห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะช่วยบอกระดับน้ำตาลเฉลี่ยในเลือดในช่วง 2 – 3 เดือนที่ผ่านมา

จะตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองได้อย่างไร

การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด้วยตนเองจะใช้เครื่องวัดระดับน้ำตาลขนาดเล็กพกพาได้ ซึ่งจะใช้เลือกปริมาณเล็กน้อยจากการเจาะปลายนิ้วมือ คุณสามารถหาซื้อเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองและอุปกรณ์ต่างๆ จากร้านขายยา

อ่านวิธีการใช้เครื่องที่แนบมาพร้อมกับเครื่องเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีใช้เครื่องในการวัดระดับน้ำตาลในเลือด   ทีมบุคลากรทางแพทย์สามารถแนะนำวิธีใช้เครื่องให้กับคุณได้  และให้จดบันทึกวัน เวลา และค่าระดับน้ำตาลในเลือดที่ตรวจวัดได้ไว้เสมอ และนำผลการตรวจที่จดบันทึกนี้ไปให้แพทย์ดูทุกครั้งที่ไปพบแพทย์

เป้าหมายของระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานคือเท่าไร

เป้าหมายในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วย คือค่าเป้าหมายที่คุณควรจะควบคุมให้ได้ ซึ่งโดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำค่าเป้าหมายดังนี้

  • ระดับน้ำตาลก่อนอาหาร: 80 – 130
  • ระดับน้ำตาลหลังอาหาร 2 ชั่วโมง: ต่ำกว่า 180

โปรดปรึกษาแพทย์ของคุณเกี่ยวกับค่าเป้าหมายในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดที่เหมาะสมสำหรับคุณ เพราะบางครั้งค่าเป้าหมายสำหรับแต่ละคนอาจแตกต่างกันได้

ต้องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองบ่อยแค่ไหน

จำนวนครั้งในการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองจะขึ้นกับประเภทของโรคเบาหวานที่เป็น และยาที่กำลังใช้รักษาโรคเบาหวาน ตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่ใช้ยาฉีดอินซูลินอาจจำเป็นต้องตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดบ่อยกว่าผู้ที่ไม่ได้ใช้ยาฉีดอินซูลิน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความถี่ในการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด

โดยทั่วไปเวลาที่แนะนำให้ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดคือ เมื่อตื่นนอน, ก่อนอาหาร, หลังอาหาร 2 ชั่วโมง และก่อนนอน  แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยเอง

ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไปควรทำอย่างไร

ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป หรือเรียกว่าภาวะ hyperglycemia หมายถึงระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสูงกว่าค่าเป้าหมาย หรือสูงกว่า 180  การมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไปเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรง

หากคุณรู้สึกอ่อนเพลียมาก กระหายน้ำ มองเห็นไม่ชัด หรือปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ อาจหมายถึงระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสูงเกินไป

หากตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองแล้วพบว่าสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดสำหรับคุณหรือสูงกว่า 180 นั่นหมายถึงมีภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง วิธีหนึ่งในการลดระดับน้ำตาลก็คือการดื่มน้ำแก้วใหญ่ และออกกำลังกายโดยการเดินเร็ว  ให้ปรึกษาแพทย์หรือทีมแพทย์ที่ดูแลคุณ หากระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่า  3 ครั้งในช่วง 2 สัปดาห์  โดยไม่ทราบสาเหตุ

ถ้าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป ควรทำอย่างไร

ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ หรือภาวะ hypoglycemia หมายถึงร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่า 70  ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายได้ และต้องได้รับการรักษาทันที ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถเกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำได้ ซึ่งจะพบมากหากใช้ยาฉีดอินซูลินหรือยารักษาเบาหวานบางชนิด

อย่าลืมที่จะพกลูกอมไว้ติดตัวเสมอสำหรับแก้ไขภาวะดังกล่าว ถ้าคุณรู้สึกมือสั่น เหงื่อออก หิวมาก ให้เช็คระดับน้ำตาลในเลือด และถึงแม้คุณไม่มีอาการดังกล่าวข้างต้น แต่คุณคิดว่าคุณอาจมีภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ก็แนะนำให้เจาะวัดด้วยตนเองเสมอ

ถ้าผลการตรวจด้วยตนเองพบว่าระดับน้ำตาลต่ำกว่า 70 ให้ปฏิบัติตามวิธีด้านล่างนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง

  • เคี้ยวเม็ดน้ำตาลกลูโคส 4 เม็ด
  • ดื่มน้ำผลไม้ประมาณ 120 มิลลิลิตร
  • ดื่มน้ำหวานอัดลมประมาณ 120 มิลลิลิตร (ไม่ใช่ชนิดปราศจากน้ำตาล) หรือ
  • อมลูกอม โดยเคี้ยวให้เป็น 4 ส่วน

หลังจากปฏิบัติตามวิธีข้างต้น 1 วิธีแล้ว  ให้รอ 15 นาที และตรวจระดับน้ำตาลในเลือดซ้ำอีกครั้ง  และให้ทำซ้ำวิธีข้างต้นจนกว่าระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงกว่า 70 และหากมื้ออาหารถัดไปยังต้องรอนานตั้งแต่ 1 ชั่วโมงขึ้นไป ให้รับประทานอาหารว่างรองท้องก่อนด้วย

ถ้าคุณมีภาวะระดับน้ำตาลต่ำบ่อยครั้ง แนะนำให้ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดก่อนขับรถ และหากพบว่าต่ำจะต้องรักษาให้เป็นปกติก่อนขับรถเสมอ

ฉันจำเป็นต้องรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการตรวจระดับน้ำตาลสะสม

การตรวจระดับน้ำตาลสะสมจะช่วยบอกคุณและทีมแพทย์ที่ดูแลรักษาว่าระดับน้ำตาลเฉลี่ยของคุณในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาเป็นเท่าใด ซึ่งจะช่วยให้ทีมแพทย์ตัดสินใจเลือกชนิดและปริมาณของยารักษาโรคเบาหวานให้กับคุณได้

เป้าหมายในการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมที่เหมาะสมคือเท่าใด

ผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่จะมีค่าระดับน้ำตาลสะสมเป้าหมายที่น้อยกว่า 7 ค่าระดับน้ำตาลสะสมจะต่างจากระดับน้ำตาลที่คุณตรวจทุกวัน ทีมแพทย์ที่ดูแลคุณจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าเป้าหมายในการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมที่เหมาะสมสำหรับคุณคือเท่าใด

ต้องตรวจค่าระดับน้ำตาลสะสมบ่อยแค่ไหน

คุณจำเป็นต้องตรวจระดับน้ำตาลสะสมอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง และต้องตรวจถี่ขึ้นถ้า:

  • ค่าที่ตรวจได้สูงกว่าเป้าหมายของคุณ
  • การรักษาโรคเบาหวานของคุณมีการเปลี่ยนแปลง

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมาย

หากพบว่าคุณไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในอยู่ในเกณฑ์เป้าหมายที่กำหนดได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณล้มเหลว แต่หมายถึงคุณและทีมแพทย์ที่ดูแลรักษาคุณจะต้องมีการปรับเปลี่ยนการรักษาถ้าจำเป็น แนะนำให้ไปพบแพทย์ทันทีหากระดับน้ำตาลในเลือดของคุณสูงหรือต่ำกว่าเป้าหมายบ่อยครั้ง การปฏิบัติตามขั้นตอนที่แนะนำต่างๆ ที่กล่าวมานี้จะช่วยให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งในวันนี้และในอนาคต

เรื่องราวของจอห์น

ทุกครั้งที่จอห์นมาพบแพทย์ ทีมแพทย์ที่ดูแลรักษาจอห์นจะทำการตรวจระดับน้ำตาลสะสม และขอดูผลการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองที่บันทึกไว้ เพื่อดูว่าการรักษาที่จอห์นได้รับนั้นเหมาะสมแล้วหรือยัง  สำหรับการมาพบแพทย์ในวันนี้ ค่าระดับน้ำตาลสะสมของจอห์นและระดับน้ำตาลในเลือดในวันนี้มีค่าสูงกว่าปกติ ซึ่งทั้งจอห์นและทีมแพทย์จึงวางแผนร่วมกันว่าจะทำอย่างไรเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลสะสมและระดับน้ำตาลในเลือดใกล้เคียงกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ จอห์นได้ตัดสินใจที่จะออกกำลังกายมากขึ้น โดยเขาจะ:

  • เพิ่มการเดินอย่างน้อย 30 นาที ทุกวันหลังรับประทานอาหารเย็น
  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองตอนเช้าหลังตื่นนอน (fasting blood sugar) เพื่อที่จะดูว่าหลังการเพิ่มการออกกำลังกายแล้วสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีขึ้นหรือไม่
  • ไปพบแพทย์ภายใน 1 เดือนหลังจากปรับเปลี่ยนยา หากระดับน้ำตาลในเลือดยังคงสูงอยู่
  • ตรวจระดับน้ำตาลสะสมใน 3 เดือน เพื่อดูว่าการปรับเปลี่ยนแผนทั้งหมดนี้มีประสิทธิภาพหรือไม่

ข้อควรจำ

  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองทุกวัน ตามจำนวนครั้งที่ทีมแพทย์แนะนำ
  • ตรวจระดับน้ำตาลสะสมอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี
  • จดบันทึกค่าระดับน้ำตาลในเลือดและระดับน้ำตาลสะสมไว้เสมอ
  • นำผลการจดบันทึกค่าระดับน้ำตาลในเลือดที่ตรวจด้วยตนเองไปให้แพทย์ดูเสมอทุกครั้งที่ไปพบแพทย์
  • ไปพบแพทย์หากระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือต่ำกว่าเป้าหมายบ่อยครั้ง

วางแผนการรักษาร่วมกับทีมแพทย์ของคุณเพื่อตัดสินใจร่วมกันว่าควรปรับเปลี่ยนการรักษาอย่างไร เพื่อให้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นไปตามเป้าหมายได้

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่