โรคเบาหวาน

การจัดการดูแลรักษาโรคเบาหวาน

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 6 นาที
การจัดการดูแลรักษาโรคเบาหวาน

คุณสามารถจัดการดูแลรักษาโรคเบาหวานที่คุณเป็น และมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพดีได้ด้วยการดูแลตนเองในทุกๆ วัน

โรคเบาหวานสามารถส่งผลต่อทุกส่วนของร่างกาย คุณจึงจำเป็นต้องควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์เป้าหมายที่กำหนด นอกจากระดับน้ำตาลในเลือดแล้วยังต้องควบคุมความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอลด้วย ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาทางสุขภาพที่จะเกิดขึ้นจากการเป็นโรคเบาหวาน

ฉันจะจัดการดูแลรักษาโรคเบาหวานได้อย่างไร

คุณสามารถวางแผนการรักษาร่วมกับทีมแพทย์ที่ดูแลรักษาคุณ แผนการรักษาโรคเบาหวานจะประกอบไปด้วย

  • ใช้หลักการ ABCs
  • ปฏิบัติตามแผนการรับประทานอาหาร
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
  • ตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง
  • ร่วมมือกับทีมแพทย์ในการรักษาโรคเบาหวาน
  • รับมือกับโรคเบาหวานด้วยวิธีการทางสุขภาพที่ดี

ใช้หลักการ ABCs

การใช้หลักการ ABCs จะช่วยให้คุณควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคส ระดับความดันโลหิต และระดับคอเลสเตอรอลได้ หากคุณสูบบุหรี่ การเลิกบุหรี่จะช่วยให้คุณควบคุมโรคเบาหวานได้ การปฏิบัติตามเป้าหมายของหลักการ ABCs จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และปัญหาจากโรคเบาหวานอื่นๆ     

A = A1C test หมายถึง การตรวจระดับน้ำตาลสะสม

การตรวจระดับน้ำตาลสะสมหรือ A1C จะบอกค่าระดับน้ำตาลกลูโคสเฉลี่ยในเลือดในช่วงระยะเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา  ผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่จะมีค่าเป้าหมายของระดับน้ำตาลสะสมต่ำกว่า 7 %  ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอว่าเป้าหมายในการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมที่เหมาะสมสำหรับคุณคือเท่าใด

B = Blood pressure หมายถึงความดันโลหิต

เป้าหมายของการควบคุมความดันโลหิตในผู้ป่วยโรคเบาหวานทั่วๆ ไปคือ ต่ำกว่า 140/90 มิลลิเมตรปรอท  ให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับค่าเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับคุณ

C = cholesterol หมายถึง คอเลสเตอรอล

ในร่างกายจะมีไขมันคอเลสเตอรอลในเลือดอยู่ 2 ชนิด คือ แอลดีแอล (LDL) และ เอชดีแอล (HDL) ไขมัน  LDL คือไขมันเลว หรือไขมันคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี ซึ่งจะทำให้เกิดการอุดตันของหลอดเลือด การมีไขมันไม่ดีปริมาณมากจะทำให้เกิดหัวใจวาย หรือ โรคหลอดเลือดสมองตามมาได้  ส่วนไขมัน HDL คือไขมันดี เป็นไขมันคอเลสเตอรอลชนิดดี ที่มีหน้าที่ในการกำจัดไขมันชนิดไม่ดีออกจากเส้นเลือด

ให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับค่าระดับไขมันคอเลสเตอรอลที่เหมาะสมสำหรับคุณ  ถ้าคุณมีอายุมากกว่า 40 ปี คุณอาจจำเป็นต้องได้รับยาสะแตติน (statin) เพื่อสุขภาพหัวใจที่ดี

S = Stop smoking หมายถึง หยุดการสูบบุหรี่

การไม่สูบบุหรี่จะมีความสำคัญมากในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน เพราะการสูบบุหรี่และโรคเบาหวานจะทำให้เส้นเลือดตีบแคบ เมื่อเส้นเลือดตีบแคบ จะทำให้หัวใจทำงานหนัก  บุหรี่ไฟฟ้าก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยเช่นกัน

ถ้าคุณเลิกบุหรี่:

  • ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเหล่านี้จะลดลง ได้แก่ หัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง โรคทางระบบประสาท โรคไต เบาหวานขึ้นตา และการตัดขา
  • ระดับไขมันคอเลสเตอรอลและความดันโลหิตจะดีขึ้น
  • การไหลเวียนโลหิตจะดีขึ้น
  • คุณจะออกกำลังกายได้ง่ายขึ้น

ถ้าคุณสูบบุหรี่หรือใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบอื่นๆ ให้หยุดทันที  หากต้องการความช่วยเหลือแนะนำให้ปรึกษาสายด่วนเลิกบุหรี่เพื่อขอคำแนะนำ

การควบคุมระดับน้ำตาลสะสม ระดับความดันโลหิต และระดับไขมันคอเลสเตอรอลให้ใกล้ค่าเป้าหมายมากที่สุด และการหยุดสูบบุหรี่จะช่วยป้องกันโรคแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นจากการเป็นโรคเบาหวานในระยะยาวได้  โดยโรคแทรกซ้อน เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต การทำลายของเส้นประสาท และโรคตา  ให้ปรึกษาแพทย์ว่าเป้าหมายในการควบคุมดูแลรักษาโรคเบาหวานของคุณคือเท่าใด รวมถึงข้อแนะนำในการปฏิบัติตัว และบางครั้งคุณอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนแผนการรักษาให้เหมาะสมสำหรับคุณ

ปฏิบัติตามแผนรับประทานอาหาร

กำหนดแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับคุณร่วมกับทีมบุคลากรทางการแพทย์ การปฏิบัติตามแผนการรับประทานอาหารจะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระดับความดันโลหิต และระดับคอเลสเตอรอลได้

เลือกผักและผลไม้ ถั่ว ธัญพืชเต็มเมล็ด ไก่ หรือไก่งวงที่ไม่มีหนัง ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน และนมปราศจากไขมัน หรือนมไขมันต่ำ และชีส   ดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มรสหวานที่ใส่น้ำตาลทุกชนิด เลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณพลังงานต่ำ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว ไขมันทรานซ์ น้ำตาล และเกลือ

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

ตั้งเป้าหมายในการออกกำลังกาย  พยายามออกกำลังกายให้ได้ 30 นาที ให้มีจำนวนวันต่อสัปดาห์มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

การเดินเร็วและว่ายน้ำ เป็นวิธีที่ดีในการเพิ่มการออกกำลังกาย หากคุณไม่ใช่ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนการออกกำลังกายเสมอ เพื่อที่จะรู้ว่าการออกกำลังกายชนิดใดและปริมาณเท่าใดเหมาะสมสำหรับคุณ

การปฏิบัติตามแผนการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี ถ้าคุณมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐานหรืออ้วน แนะนำให้ปรึกษาทีมบุคลากรทางการแพทย์เพื่อออกแบบตารางการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคุณ

รับประทานยาตามแพทย์สั่ง

รับประทานยาสำหรับโรคเบาหวานและยาสำหรับโรคอื่นๆ ตามแพทย์สั่ง แม้ว่าคุณจะรู้สึกแข็งแรงดีหรือมีระดับน้ำตาลในเลือด ระดับความดันโลหิต และระดับคอเลสเตอรอลถึงเป้าหมายแล้วก็ตาม การใช้ยาจะทำให้คุณปฏิบัติตามหลักการ ABCs ได้  แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ถ้าคุณต้องการรับประทานยาแอสไพริน (aspirin) เพื่อป้องกันโรคหัวใจวาย หรือโรคหลอดเลือดเสมอ  และแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณไม่สามารถจ่ายค่ายารักษาโรคได้ หรือเมื่อคุณมีอาการข้างเคียงจากการใช้ยา

ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง

ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยโรคเบาหวาน การตรวจระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดด้วยตนเองทุกวันเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมดูแลรักษาโรคเบาหวาน  และจะยิ่งสำคัญมากหากคุณกำลังได้รับยาฉีดอินซูลิน  ผลที่ได้จากการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดจะช่วยตัดสินใจเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยาของคุณได้

วิธีในการตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองที่บ้านที่นิยมมากที่สุดคือการใช้เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองที่มีขายทั่วไปตามร้านขายยา  คุณจะต้องใช้เครื่องมือนี้เจาะเลือดที่บริเวณปลายนิ้ว จากนั้นจะใช้เลือดปริมาณเล็กน้อยหยดลงบนแผ่นตรวจ  ซึ่งเครื่องจะแสดงผลค่าระดับน้ำตาลในเลือด ณ ขณะนั้นให้คุณทราบ

ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความถี่ในการตรวจเช็คระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองที่บ้าน และให้จดบันทึกผลการตรวจทุกครั้ง และนำผลการตรวจระดับน้ำตาลนี้ไปให้แพทย์ดูทุกครั้งที่ไปพบแพทย์

เป้าหมายในการควบคุมระดับน้ำตาลกลูโคสในเลือดคือเท่าไร

ผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่จะต้องควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในช่วงค่าปกติคือ:

  • ระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหาร : 80-130 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
  • ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอาหาร 2 ชั่วโมง : น้อยกว่า 180 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

ปรึกษาแพทย์เสมอเกี่ยวกับค่าเป้าหมายที่เหมาะสมสำหรับคุณ เพื่อให้คุณสามารถแจ้งแพทย์ได้ว่าระดับน้ำตาลในเลือดของคุณขณะนี้สูงหรือต่ำกว่าเป้าหมายที่กำหนด

จะเกิดอะไรขึ้นหากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไป

บางครั้งระดับน้ำตาลในเลือดอาจต่ำกว่าค่าปกติที่ควรจะเป็น เราเรียกภาวะนี้ว่า ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำกว่าปกติ (hypoglycemia)  โดยทั่วไประดับน้ำตาลในเลือดที่ต่ำเกินไปจะหมายถึงต่ำกว่า 70 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

ภาวะระดับน้ำตาลในเลือดต่ำสามารถทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ และต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

จะเกิดอะไรขึ้นหากระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป

ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป เรียกว่า hyperglycemia

อาการแสดงถึงภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป ได้แก่

ถ้าคุณมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือมีอาการของระดับน้ำตาลในเลือดสูงบ่อยครั้ง ให้ปรึกษาแพทย์ เพราะคุณอาจจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย หรือยาที่กำลังใช้อยู่

ข้อควรรู้: เมื่อไรที่ควรเช็คระดับคีโตน

แพทย์อาจต้องการตรวจปัสสาวะของคุณเพื่อวัดปริมาณสารคีโตน ถ้าหากคุณมีอาการของภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตนที่เกิดจากโรคเบาหวาน เมื่อระดับคีโตนในร่างกายสูงขึ้น จะทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ อาการมีดังนี้

ภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตนจะพบได้มากในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 1

ร่วมมือกับทีมแพทย์ในการรักษาโรคเบาหวาน

ผู้ป่วยโรคเบาหวานส่วนใหญ่จะได้รับการรักษาโดยแพทย์ทั่วไป

นอกเหนือจากแพทย์ทั่วไปที่ดูแลคุณแล้ว ทีมแพทย์ยังอาจประกอบไปด้วย

  • แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคต่อมไร้ท่อ ซึ่งจะมีความเชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคเบาหวานเป็นพิเศษ
  • นักโภชนาการ
  • พยาบาล
  • เภสัชกร
  • ทันตแพทย์
  • จักษุแพทย์ (หมอตา)
  • แพทย์ที่ดูแลเท้า
  • ผู้ให้คำปรึกษา หรือ นักจิตวิทยา

เมื่อคุณต้องไปพบทีมบุคลากรทางการแพทย์ อย่าลืมที่จะถามคำถามที่คุณอยากรู้ ดังนั้นก่อนไปพบทีมบุคลากรทางการแพทย์ แนะนำให้จดข้อคำถามไปก่อน

คุณควรพบทีมบุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลคุณอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง หรือบ่อยกว่านั้นหากคุณมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพอื่นๆ หรือปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ระดับความดันโลหิต หรือระดับคอเลสเตอรอล ให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด  ทุกครั้งที่ไปพบแพทย์ ต้องมั่นใจว่าคุณได้รับการตรวจวัดระดับความดันโลหิต ตรวจเท้า และชั่งน้ำหนัก และการทบทวนแผนการรักษาของคุณ   ปรึกษาทีมแพทย์ที่ดูแลคุณเกี่ยวกับยาและการปรับเปลี่ยนที่ควรจะเป็น  การพบแพทย์เป็นประจำจะช่วยให้ตรวจพบปัญหาต่างๆ ได้รวดเร็ว หรือช่วยป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นได้

ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับวัคซีนที่คุณควรฉีดเพื่อป้องกันการเจ็บป่วย เช่น ไข้หวัดใหญ่ หรือโรคปอดอักเสบ การป้องกันการเจ็บป่วยถือเป็นส่วนสำคัญในการดูแลรักษาโรคเบาหวาน ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณจะสูงขึ้นได้ง่ายหากคุณกำลังเจ็บป่วย หรือมีการติดเชื้อเกิดขึ้น

รับมือกับโรคเบาหวานด้วยวิธีการทางสุขภาพที่ดี

ความเครียด อารมณ์เสียใจ หรือโกรธ เป็นปัญหาที่พบได้บ่อยร่วมกับการเป็นโรคเบาหวาน ความเครียดจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นได้ คุณจึงควรเรียนรู้วิธีการในการจัดการกับความเครียดที่เกิดขึ้น  พยายามหายใจเข้าออกลึกๆ  ทำสวน  การเดิน เล่นโยคะ นั่งสมาธิ ทำงานอดิเรก หรือพังเพลงที่คุณชอบ จะช่วยจัดการกับความเครียดได้

โรคซึมเศร้าเป็นโรคที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง  โรคซึมเศร้าอาจมีสาเหตุมาจากความพยายามในการรักษาโรคเบาหวานที่คุณเป็น  แนะนำให้ขอคำปรึกษาหากคุณกำลังมีอารมณ์ซึมเศร้า  ได้แก่ ปรึกษาจิตแพทย์ เพื่อน หรือคนในครอบครัว ซึ่งจะช่วยรับฟังคุณและทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น

พยายามนอนหลับพักผ่อนให้ได้ 7-8 ชั่วโมง  การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอจะช่วยให้คุณอารมณ์ดีขึ้นและช่วยให้คุณหายจากอาการอ่อนเพลีย หากคุณมีอาการง่วงนอนระหว่างวันบ่อยครั้ง คุณอาจเป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งมีการหยุดหายใจหลายๆ ครั้งตลอดคืน  ภาวะนี้พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หากคุณคิดว่าตัวคุณมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ

โปรดจำไว้ว่า การดูแลรักษาโรคเบาหวานไม่ง่าย แต่ก็คุ้มค่าที่จะทำ

 

https://www.niddk.nih.gov/health-information/diabetes/overview/managing-diabetes

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่