ชวิน รวิทิวากุล
เขียนโดย
ชวิน รวิทิวากุล
นพ.พิสุทธิ์ พงษ์ชัยกุล
ตรวจสอบความถูกต้องโดย
นพ.พิสุทธิ์ พงษ์ชัยกุล
สุขภาพจิต

จัดการความเครียดอย่างไรในช่วง COVID-19 ระบาด

วิธีจัดการความวิตกกังวลสำหรับคนที่กำลังเครียดเรื่อง COVID-19
เผยแพร่ครั้งแรก 27 มี.ค. 2020 อัปเดตล่าสุด 18 เม.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 7 เม.ย. 2020 เวลาอ่านประมาณ 5 นาที
จัดการความเครียดอย่างไรในช่วง COVID-19 ระบาด

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • ในสถานการณ์ที่โรค COVID-19 กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้อาจทำให้หลายคนเกิดความวิตกกังวล ความเครียดได้เนื่องจากไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เสพข่าวร้ายมากเกินไป ไม่ไว้ใจการแพทย์
  • เสพข่าวดีๆ รายการที่ชื่นชอบ รายการเบาสมอง ดูซีรีส์ ออกกำลังกาย เพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการเสพข่าวโรค COVID-19 มากเกินไป บางคนอาจถือโอกาสนี้ทำในสิ่งที่เคยตั้งใจว่า จะทำแต่ยังไม่มีเวลาได้ทำ อย่าตั้งสมมติฐานด้วยตนเองมากเกินไป
  • อย่าตั้งสมมติฐานด้วยตนเองมากเกินไป ระวังการเสพข่าวลวงที่อาจบั่นทอนจิตใจ แนะนำให้ติดตามข่าวจากหน่วยงานสาธารณสุขที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น องค์การอนามัยโลก ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค และกระทรวงสาธารณสุข
  • สำหรับผู้ป่วยโรคจิตเวช หรือผู้มีอาการทางจิต ควรมีวินัยในการรับประทานยา หากมีอาการหนักควรไปพบแพทย์  หรืออาจโทรปรึกษาสายด่วนหากมีความเครียดมาก 
  • การป้องกันโรค COVID-19 ที่ดีที่สุดคือ การหมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นไม่ต่ำกว่า 70% การสวมหน้ากากผ้า ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น และการรักษาระยะห่างทางสังคม (ดูแพ็กเกจตรวจเชื้อ COVID-19 ระบบไดร์ฟทรูได้ที่นี่)

มาตรการต่างๆ ในช่วงการระบาดของโรค COVID-19 ทำให้หลายคนเกิดความวิตกกังวลในการใช้ชีวิตมากขึ้น เนื่องจากไม่สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วได้

ดังนั้นควรทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีคลายความกังวล เพื่อลดผลกระทบทางจิตใจที่เกิดขึ้นในระหว่างการระบาดของโรค COVID-19

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

สาเหตุที่ทำให้เครียดในช่วงการระบาดของ COVID-19

การระบาดของโรค COVID-19 ทำให้หลายคนเกิดความวิตกกังวลและความเครียด สาเหตุเกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

1. มีผลกระทบกับกิจวัตรประจำวัน

หลายคนมีกิจวัตรประจำวันที่ต้องทำร่วมกับคนอื่นๆ อยู่เสมอ เช่น การออกกำลังกายที่ฟิตเนส การพบปะพูดคุยกันในร้านกาแฟ การทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานในบริษัท

แต่เมื่อรัฐบาลกำหนดให้หลีกเลี่ยงการรวมตัว รวมถึงบริษัทหลายแห่งมีนโยบายทำงานจากที่บ้าน (Work from home) จึงทำให้หลายคนไม่สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันตามปกติได้ 

ส่งผลให้ผู้คนรู้สึกสูญเสียอิสรภาพและขาดการปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น ซึ่งขัดกับธรรมชาติของมนุษย์ ที่ต้องอยู่ร่วมกันเป็นสังคม

2. การเสพข่าวร้ายมากเกินไป

ในช่วงที่หลายคนอยู่ในบ้านเพื่อหลีกเลี่ยงที่ชุมชน ทำให้ใช้เวลาไปกับโทรทัศน์และสื่อโซเชียลมีเดียมากขึ้น จึงทำให้ได้รับข่าวสารเกี่ยวกับโรค COVID-19 อย่างต่อเนื่อง

นั่นจึงเห็นภาพในเหตุการณ์เดียวกันหลายๆ ครั้ง เช่น การกักตุนอาหารจนชั้นวางของโล่ง ไม่มีสินค้าวางอยู่ นำไปสู่ความตื่นตระหนกเกินจริง หรือการเสพข่าวลวงที่สร้างขึ้นมาเพื่อปั่นกระแส ก็สามารถทำให้วิตกกังวลมากขึ้นเช่นกัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

3. การเหยียดชนชาติ

เนื่องจากโรค COVID-19 เป็นโรคที่เกิดขึ้นในเมืองอู่ฮั่นประเทศจีน ทำให้หลายคนกลัวที่จะเข้าหา หรือมีปฏิสัมพันธ์กับคนจีน จนเกิดเป็นความวิตกกังวล

นอกจากนี้สถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศอิตาลีและสหรัฐอเมริกามีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สังคมไทยกลัวที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับชาวต่างชาติเช่นกัน

4. ไม่ไว้ใจการแพทย์

โรค COVID-19 ไม่ใช่โรคระบาดของโลกที่เกิดขึ้นครั้งแรก ในสมัยอดีตเองก็เคยเกิดโรคระบาดรุนแรง เช่น ไข้หวัดสเปน (Spanish flu) ไข้ทรพิษ (Smallpox) ไข้หวัดใหญ่ (Influenza) โรคซาส์ (SARS) มาแล้ว

ทุกครั้งที่เกิดโรคระบาดขึ้น หลายคนเกิดความไม่ไว้วางใจการแพทย์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ และเกิดความวิตกกังวลจนนำไปสู่การป้องกันโรคแบบผิดๆ

ดังในกรณีของโรค COVID-19 ที่มีให้เห็นหลายตัวอย่าง เช่น การดื่มเหล้าวอดก้าเพื่อฆ่าเชื้อ การใช้ผ้าอนามัยปิดจมูกแทนหน้ากากทางการแพทย์ ซึ่งการกระทำเหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลเสียมากกว่าเดิม

วิธีจัดการกับความเครียดในระหว่าง COVID-19 ระบาด

หากมีความวิตกกังวลมากขึ้นในช่วงการระบาดของ COVID-19 อาจลองทำตามคำแนะนำของนักจิตวิทยา ดังต่อไปนี้

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

1. ให้โอกาสตัวตัวเองดูข่าวดีๆ หรือเรื่องดีๆ บ้าง

การดูแต่ข่าวร้ายต่อเนื่องหลายชั่วโมงอาจเพิ่มความวิตกกังวล ดังนั้นควรแบ่งเวลาให้ตัวเองไปดูสื่อประเภทอื่นบ้าง เช่น ภาพยนตร์ สารคดี รายการตลก หรือรายการเกมส์โชว์ที่ตนเองชื่นชอบ

แต่หากต้องการรู้ความเคลื่อนไหวของโรค COVID-19 ให้กลับมาดูย้อนหลัง โดยไม่ใช้เวลานานเกินไป

2. ทำทุกอย่างให้เหมือนกิจวัตรปกติ

โดยการประยุกต์มาทำที่บ้าน เช่น ตื่นนอนและเข้านอนในเวลาเดิม รับประทานอาหารเวลาเดิม หากคุณเป็นคนชอบเข้าสังคม ให้หาทางติดต่อกับเพื่อนสนิทอยู่เสมอ 

วิธีนี้จะทำให้ชีวิตประจำวันของคุณไม่เปลี่ยนไปมาก สามารถปรับตัวได้มากขึ้น และยังมีเวลามากขึ้นจากการลดเวลาเดินทางอีกด้วย 

3. ดูข้อมูลจากหน่วยงานทางการแพทย์ที่น่าเชื่อถือ

ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เช่น องค์การอนามัยโลก (World health organization: WHO) ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (Centers for disease control and prevention) และกระทรวงสาธารณสุข โดย HD ได้จัดทำแหล่งรวมข้อมูล โรค COVID-19 ไว้เช่นกัน สามารถกดดูได้ ที่นี่

การรู้วิธีป้องกันตัวเองจากโรค COVID-19 จะทำให้รู้สึกว่า คุณสามารถควบคุมสถานการณ์ที่อาจเกิดกับคุณ หรือคนในครอบครัวได้ ซึ่งจะลดความวิตกกังวลได้เป็นอย่างดี

4. อย่าตั้งสมมติฐานด้วยตัวเองมากเกินไป

แม้จะเป็นเรื่องที่ดีในการวางแผนป้องกัน แต่หลายคนมักคิดถึงกรณีร้ายแรงที่สุดเสมอ ดังนั้นให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เพราะจะทำให้คุณสามารถรับรู้ความเสี่ยงได้ดี เพียงแต่คุณอาจไม่ใช่ผู้ประเมินความเสี่ยงที่ดีเสมอไป

5. ทำกิจกรรมที่วางแผนไว้แต่ยังไม่เคยได้ทำ

หลายคนสร้างเงื่อนไขในการไม่ทำตามเป้าหมายของตนเอง เช่น ไม่จัดระเบียบบ้านเพราะไม่มีเวลา ไม่ได้อ่านหนังสือเพราะเหนื่อย

ดังนั้นในช่วงที่ต้องอยู่บ้านต่อเนื่องนานหลายสัปดาห์จึงเป็นโอกาสที่ดีในการทำตามเป้าหมาย เช่น อ่านหนังสือ ดูซีรี่ย์ เรียนภาษา สิ่งเหล่านี้จะทำให้รู้สึกสบายใจมากขึ้น

6. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

นี่คือหนึ่งในสิ่งสำคัญที่หลายคนละเลย มีงานวิจัยมากมายที่แสดงให้เห็นว่า การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายดีขึ้น 

การออกกำลังกายยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้ ฉะนั้นหากคุณไม่ค่อยมีโอกาสได้ออกกำลังกาย ควรถือโอกาสในช่วงนี้เริ่มออกกำลังกาย

7. หากมีเด็กเล็กในบ้านให้บอกกล่าวกันด้วยเหตุผล

หลายครอบครัวที่มีเด็กเล็กซึ่งมักไม่เข้าใจสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 และสงสัยว่า ทำไมจึงต้องหยุดเรียน รวมถึงทำไมจึงไม่สามารถออกไปเล่นกับเพื่อนได้

ดังนั้นการสื่อสารจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือบุคคลใกล้ชิด จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความกังวลของเด็กลงได้ ควรอธิบายถึงสถานการณ์และเหตุผลที่ต้องอยู่บ้านให้เด็กได้เข้าใจ เช่น การติดเชื้ออาจทำให้ทั้งตัวเด็ก ครอบครัว และเพื่อนๆ ได้รับผลกระทบไปด้วย

นอกจากนี้เด็กบางคนยังอาจมีความผิดปกติเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์แต่ละวันเร็วเกินไป พ่อแม่ควรเฝ้าดูและสังเกตว่า ลูกมีความผิดปกติไปหรือไม่

8. รักษาสุขภาพจิตของตนเอง

นักจิตวิทยามักให้คำแนะนำว่า สุขภาพจิตก็เหมือนลำไส้ของคุณ หากคุณป้อนอาหารที่ดีให้กับลำไส้ คุณก็จะสุขภาพดี แต่หากคุณป้อนอาหารที่ไม่ดี คุณก็อาจป่วยได้

ดังนั้นจึงควรบริหารจัดการอารมณ์ด้วยวิธีที่ทำให้ตัวเองสบายใจอยู่เสมอ เช่น นั่งสมาธิ คิดในแง่ดี ใช้เวลากับคนในครอบครัว

ผู้ป่วยจิตเวชควรทำอย่างไรในช่วงกักตัว?

หากผู้ป่วยจิตเวช หรือผู้ที่มีอาการทางจิต เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล กำลังอยู่ในช่วงกักตัว 14 วันเพื่อดูอาการ หรือทำงานจากที่บ้าน อาจทำให้ผู้ป่วยมีความกังวลมากกว่าคนปกติ

ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น ควรทำตามคำแนะนำของกรมสุขภาพจิต ดังนี้

  • มีวินัยในการรับประทานยา อาจปรึกษากับจิตแพทย์เพื่อรับยามารับประทานในระยะยาวเพื่อไม่ให้มีการขาดยา หากกำลังกักตัวอยู่แล้วยาหมด อาจให้ญาติไปคุยกับจิตแพทย์เพื่อรับยาแทน
  • หากมีอาการหนักควรไปพบแพทย์ ในกรณีที่อาการทางจิตรุนแรงขึ้นในระหว่างกักตัว ควรให้ญาติโทร.แจ้งสถานพยาบาลที่รักษาอยู่ประจำ เพื่อประเมินความเสี่ยงและเตรียมเจ้าหน้าที่ให้พร้อมหากต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วย
  • โทรปรึกษาสายด่วน หากไม่สบายใจจะแจ้งกับญาติสนิท สามารถโทรสอบถามอาการเกี่ยวกับโรค COVID-19 ได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้เนื่องจากผู้ป่วยโรคจิตเวชมักมีความกังวลมากขึ้นในช่วงโรค COVID-19 เพราะมีความลำบากในการปรับตัว ดังนั้นญาติ หรือคนใกล้ชิดควรพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม แม้โรค COVID-19 จะเป็นโรคระบาดระดับโลกและแพร่กระจายอย่างต่อเนื่อง แต่อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดโรคระบาดขึ้นในโลก บุคลากรทางการแพทย์จะต้องหาทางรักษาและป้องกันได้ในที่สุด

ดังนั้นในระหว่างนี้ควรปรับตัวเข้ากับมาตรการต่างๆ ของภาครัฐบาลและองค์การอนามัยโลก เพื่อชะลอการระบาดให้ได้มากที่สุด

ดูแพ็กเกจตรวจเชื้อ COVID-19 ระบบไดร์ฟทรู เปรียบเทียบราคา โปรโมชั่นล่าสุดจากโรงพยาบาลและคลินิกชั้นนำได้ที่นี่ หรือไม่พลาดทุกการอัปเดตแพ็กเกจต่างๆ เมื่อกดเป็นเพื่อนทางไลน์ @HonestDocs และกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
กรมสุขภาพจิต, กรมสุขภาพจิต แนะผู้ป่วยจิตเวช อย่าขาดยา ระหว่างกักตนเองเพื่อสังเกตอาการที่บ้าน, (http://www.prdmh.com/ข่าวสาร/ข่าวแจกกรมสุขภาพจิต/1490-กรมสุขภาพจิต-แนะผู้ป่วยจิตเวช-อย่าขาดยา-ระหว่างกักตนเองเพื่อสังเกตอาการที่บ้าน.html), 16 มีนาคม 2563.
Kristen Fuller, M.D., Is the Coronavirus Impacting Our Mental Health?, (https://www.psychologytoday.com/intl/blog/happiness-is-state-mind/202003/is-the-coronavirus-impacting-our-mental-health), 10 March 2020.
Arash Javanbakht M.D., How to Survive Anxiety in the Age of COVID-19, (https://www.psychologytoday.com/intl/blog/the-many-faces-anxiety-and-trauma/202003/how-survive-anxiety-in-the-age-covid-19), 19 March 2020.

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป