สุขภาพผู้ชาย

ระบบสืบพันธุ์เพศชาย Male Reproductive System

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 8 นาที
Istock 896018986 %281%29

ระบบสืบพันธุ์เพศชายเป็นอย่างไรและพัฒนาอย่างไร? แล้วจะมีความผิดปกติเกิดขึ้นได้หรือไม่? ค้นหาคำตอบได้จากข้อมูลเหล่านี้

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกนนี้ต่างต้องสืบพันธุ์และขยายพันธุ์ โดยกระบวนการดังกล่าวเป็นกระบวนการที่เกิดกับสิ่งมีชีวิตเท่านั้น ทำให้สิ่งมีชีวิตแตกต่างจากสิ่งไม่มีชีวิตอื่นๆ แม้ระบบสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตจะมีความสำคัญต่อการรักษาสายพันธุ์ให้ดำรงอยู่ แต่ระบบสืบพันธุ์ของร่างกายมนุษย์นั้นแตกต่างไปเพราะไม่ได้มีความสำคัญเฉพาะเพื่อการสืบพันธุ์เพื่อให้แต่ละชีวิตดำรงอยู่เท่านั้น

ในกระบวนการสืบพันธุ์ของมนุษย์นั้นเกิดจากส่วนประกอบ 2  ส่วนของเซลล์เพศหรือเซลล์สืบพันธุ์ คือ เซลล์สืบพันธุ์เพศชายหรืออสุจิ และเซลล์สืบพันธุ์เพศหญิงหรือไข่ ซึ่งกระบวนการสืบพันธุ์จะเกิดขึ้นในระบบสืบพันธุ์ของเพศหญิง โดยกระบวนการของระบบสืบพันธุ์ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการสืบสายพันธุ์มนุษย์เป็นอย่างยิ่ง

มนุษย์นั้นมีลักษณะเหมือนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ คือ เมื่อสืบสายพันธุ์จะมีการส่งผ่านลักษณะและยีนของตัวเองสู่ลูก ซึ่งมีลักษณะการสืบสายพันธุ์เฉพาะแบบมนุษย์ ทำให้ลูกที่เกิดมามีลักษณะคล้ายคลึงกันกับคนในครอบครัว

อย่างไรก็ตาม พบว่าแต่ละคนจะมีลักษณะเฉพาะตัวของตนด้วยเช่นกัน ซึ่งยีนของลูกเกิดจากอสุจิของพ่อและไข่ของแม่ที่เกิดจากระบบสืบพันธุ์ชายและหญิงของพ่อและแม่นั่นเอง

ระบบสืบพันธุ์เพศชายคืออะไร

สิ่งมีชีวิตเกือบทั้งหมดจะมี 2 เพศ นั่นคือเพศหญิงและเพศชาย โดยแต่ละเพศจะมีลักษณะเฉพาะของระบบสืบพันธุ์ซึ่งมีความแตกต่างกัน ทั้งโครงสร้างและรูปร่าง ทว่าทั้ง 2 เพศถูกกำหนดมาให้มีหน้าที่ในการสืบพันธุ์ หล่อเลี้ยงชีวิต และนำส่งไข่หรืออสุจิ

โดยระบบสืบพันธุ์เพศหญิงนั้น ส่วนของอวัยวะเพศเกือบทั้งหมดจะอยู่ภายในกระดูกเชิงกราน ในขณะที่ระบบสืบพันธุ์เพศชาย ส่วนของอวัยวะจะปรากฏทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ซึ่งส่วนของอวัยวะเพศชาย มีดังนี้

  • ถุงอันฑะ
  • ระบบท่อซึ่งประกอบด้วย หลอดเก็บอสุจิ (epididymis) และหลอดนำตัวอสุจิ (vas deferens)
  • ต่อมต่างๆ ซึ่งรวมถึงถุงผลิตน้ำเลี้ยงอสุจิ (seminal vesicles) และต่อมลูกหมาก (prostate gland)
  • องคชาต

ถุงอัณฑะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ทำหน้าที่สร้างและบรรจุเซลล์อสุจิไว้หลายล้านตัว โดยถุงอัณฑะ มีลักษณะเป็นถุงรูปทรงไข่ มีความยาวประมาณ 2 นิ้วหรือ 5 ซม. และมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้วหรือ 3 ซม.

ลูกอัณฑะถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบต่อมไร้ท่อ ทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนต่างๆ รวมถึงฮอร์โมนเทสโตสเทอโรน (testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศชาย เป็นฮอร์โมนที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ของชายทุกคน ทำให้เด็กชายที่กำลังเข้าสู่วัยหนุ่มมีเสียงทุ้มต่ำ มีการสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดขนตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย และทำหน้าที่กระตุ้นการผลิตอสุจิด้วย

ด้านหลังของลูกอัณฑะจะมีกลุ่มของหลอดเล็กๆ จำนวนมากขดไปขดมาคือหลอดเก็บอสุจิและหลอดนำตัวอสุจิ ทำหน้าที่เป็นตัวนำระบบท่อต่างๆ ของระบบสืบพันธุ์เพศชาย โดยหลอดนำตัวอสุจิมีลักษณะเป็นกล้ามเนื้อท่อที่เชื่อมต่อหลอดเก็บอสุจิกับหลอดปัสสาวะในต่อมลูกหมาก ทำหน้าที่ส่งผ่านของเหลวจากถุงอัณฑะ เรียกว่า น้ำอสุจิ (semen)

หลอดเก็บอสุจิและลูกอัณฑะนั้นเป็นส่วนที่ยื่นออกมาจากร่างกาย อยู่ในถุงที่ห่อหุ้มไว้เรียกว่า ถุงอัณฑะ (scrotum) โดยถุงดังกล่าวจะช่วยรักษาอุณหภูมิในถุงอัณฑะให้คงที่ โดยทั่วไปภายในถุงอัณฑะจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าอุณหภูมิร่างกายประมาณ 1.5 – 2.0 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะกับการสร้างอสุจิ เพราะเมื่อร่างกายมีอุณหภูมิลดลง ถุงอัณฑะจะหดตัวและตึงขึ้นเพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกาย และเมื่อร่างกายอุ่นขึ้นถุงอัณฑะก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นและอ่อนตัวลงเพื่อขจัดความร้อนออกไป คุณไม่อาจสังเกตได้ว่ามีกระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นกระบวนการที่เกิดจากการสั่งงานของสมองและระบบประสาทสู่ถุงอัณฑะโดยตรงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนาดขึ้นนั่นเอง

ต่อมขนาดเล็กต่างๆ ซึ่งรวมถึงถุงผลิตน้ำอสุจิ (seminal vesicles) และต่อมลูกหมาก (prostate gland) ทำหน้าที่กระตุ้นให้เกิดการผลิตของเหลวเพื่อลำเลียงสู่ระบบท่อและสร้างสารอาหารเลี้ยงอสุจิ โดยถุงผลิตน้ำอสุจิมีลักษณะเป็นถุงที่เชื่อมติดกับหลอดเก็บอสุจิและอยู่บริเวณข้างกระเพาะปัสสาวะ ในขณะที่ต่อมลูกหมากทำหน้าที่ผลิตของเหลวสีขาวคล้ายน้ำนมมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนเข้าผสมกับอสุจิในท่อปัสสาวะ ซึ่งต่อมลูกหมากตั้งอยู่ล้อมรอบท่อฉีดน้ำอสุจิบริเวณใต้ท่อปัสสาวะด้านล่างของกระเพาะปัสสาวะ โดยท่อปัสสาวะทำหน้าที่ส่งผ่านอสุจิให้สามารถออกสู่ภายนอกร่างกายได้ผ่านทางองคชาต ซึ่งท่อปัสสาวะนั้นเป็นส่วนหนึ่งของระบบทางเดินปัสสาวะที่เป็นช่องทางในการขับถ่ายของเสียหรือน้ำปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะออกนอกร่างกายนั่นเอง

อวัยวะเพศชายประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนลำที่เป็นกล้ามเนื้อและส่วนปลายองคชาต ซึ่งส่วนลำที่เป็นกล้ามเนื้อนั้นจะเป็นส่วนหลักของอวัยวะเพศ ในขณะที่ส่วนปลายจะอยู่ที่บริเวณหัวขององคชาต ซึ่งตรงกลางของส่วนปลายสุดองคชาตจะเป็นรูเปิดของท่อปัสสาวะและอสุจิ ส่วนด้านในประกอบด้วยเนื้อเยื่อลักษณะคล้ายฟองน้ำสามารถยืดหดได้

เด็กผู้ชายทุกคนจะเกิดมาพร้อมกับหนังหุ้มปลายองคชาต ซึ่งแพทย์อาจทำการ “ขลิบ” บริเวณนี้ตั้งแต่เกิดมาได้เพียง 2-3 วัน หรือขณะที่ยังเป็นทารกอยู่ แม้ว่าการขลิปหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศนั้นไม่ได้มีความจำเป็นทางการแพทย์ แต่ผู้ปกครองที่ต้องการให้ลูกชายของตนขลิบหนังหุ้มปลายนั้นมักเกิดจากความเชื่อทางศาสนา

ความกังวลในเรื่องของความสะอาด หรือวัฒนธรรมทางสังคมซะมากกว่า ซึ่งระบบการทำงานต่างๆ ของอวัยวะเพศก็ยังคงทำงานตามปกติแม้จะมีการขลิบหรือไม่มีการขลิบก็ตาม

ระบบสืบพันธุ์เพศชายทำงานอย่างไร

อวัยวะเพศชายจะทำงานโดยการสืบพันธุ์และปล่อยอสุจิเข้าสู่ระบบสืบพันธุ์เพศหญิงในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ ระบบสืบพันธุ์เพศชายยังสามารถผลิตฮอร์โมนเพศเพื่อให้เด็กผู้ชายพัฒนาไปสู่วัยเจริญพันธุ์หรือวัยหนุ่มได้อย่างเต็มตัว

เมื่อเด็กทารกชายเกิดมา เขาจะมาพร้อมกับระบบสืบพันธุ์เพศชายที่สมบูรณ์แล้ว แต่จะยังไม่สามารถใช้งานเพื่อการสืบพันธุ์ได้จนกว่าจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ซึ่งจะอยู่ที่ช่วงอายุประมาณ 9 – 15 ปี โดยต่อมใต้สมองจะหลั่งฮอร์โมนที่กระตุ้นอัณฑะให้เกิดการผลิตฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งกระบวนการผลิตฮอร์โมนเพศชายนี่แหละที่ส่งผลให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในช่วงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์

แม้ช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของเด็กผู้ชายแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน แต่ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์โดยปกติจะเป็นไปตามลำดับ ดังนี้

  • ถุงอัณฑะและอัณฑะจะโตขึ้นในระยะแรกของการเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์
  • ต่อมา อวัยวะเพศชายจะยาวขึ้น และถุงน้ำอสุจิรวมไปถึงต่อมลูกหมากจะมีขนาดใหญ่ขึ้น
  • มีขนขึ้นบริเวณหัวหน่าว หลังจากนั้นจะมีหนวดเคราบนใบหน้าและมีขนใต้วงแขน ในช่วงเวลานี้เสียงของเด็กหนุ่มจะทุ้มต่ำลงด้วย
  • ช่วงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ เด็กผู้ชายจะอยู่ในภาวะที่เติบโตเร็วมาก ทำให้พวกเขามีส่วนสูงและน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน

เมื่อเด็กผู้ชายเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์อย่างเต็มตัวแล้ว พวกเขาจะสามารถผลิตอสุจิได้เป็นล้านๆ ตัวในแต่ละวัน ซึ่งอสุจิจะมีขนาดที่เล็กมากเพียง 1/600 นิ้วหรือยาวประมาณ 0.05 มม.เท่านั้น โดยอสุจิจะถูกผลิตขึ้นในหลอดสร้างอสุจิในอัณฑะ เมื่อแรกเกิดหลอดสร้างอสุจิเหล่านี้จะบรรจุไปด้วยเซลล์ทั่วไป  แต่เมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เซลล์เหล่านี้จะกลายเป็นอสุจิซึ่งเกิดจากการกระตุ้นของฮอร์โมนเพศและฮอร์โมนอื่นๆ โดยตัวอสุจิแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนหัวและส่วนหาง มีลักษณะคล้ายลูกอ๊อด ส่วนหัวจะประกอบไปด้วยยีนและหางจะทำหน้าที่แหวกว่ายเคลื่อนตัวอสุจิสู่หลอดน้ำอสุจิ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 4 – 6 สัปดาห์ในการเคลื่อนตัวดังกล่าว

จากนั้น อสุจิก็จะเคลื่อนที่สู่หลอดนำอสุจิหรือท่ออสุจิ โดยถุงผลติน้ำอสุจิและต่อมลูกหมากจะผลิตของเหลวสีขาว เรียกว่า น้ำอสุจิ ที่ผสมรวมกับตัวอสุจิเมื่อผู้ชายถูกกระตุ้นทางเพศ และองคชาตที่โดยปกติแล้วจะอ่อนตัวก็จะแข็งตัวขึ้นเมื่อมีอารมณ์ทางเพศ เนื่องจากองคชาตนั้นประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดและจะสามารถยืดหดตัวได้ และเมื่อแข็งตัวก็จะสามารถสอดใส่เข้าไปในระบบสืบพันธุ์เพศหญิงในขณะมีเพศสัมพันธ์ เมื่อองคชาตที่แข็งตัวถูกกระตุ้น กล้ามเนื้อบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ก็จะบีบให้มีการปล่อยน้ำอสุจิผ่านออกมาทางท่อปัสสาวะนั่นเอง

น้ำอสุจิที่ถูกบีบออกจากร่างกายผ่านท่อปัสสาวะ เรียกว่า การหลั่งน้ำอสุจิ ทุกครั้งที่ชายหนึ่งคนมีการหลั่งน้ำอสุจิออกมานั้น จะมีการขับอสุจิออกมามากถึง 500 ล้านตัวต่อครั้ง และเมื่อมีการหลั่งอสุจิในขณะมีเพศสัมพันธ์ อสุจิจะถูกปล่อยในช่องคลอดผู้หญิง จากนั้นอสุจิจะเดินทางผ่านปากมดลูก เข้าสู่มดลูก และเดินทางสู่ไข่ที่สุกเต็มที่ที่อยู่บริเวณท่อนำไข่ ซึ่งจะมีอสุจิเพียงหนึ่งตัวเท่านั้นที่จะสามารถปฏิสนธิกับไข่ของผู้หญิงและทำให้เกิดการตั้งครรภ์ได้ในที่สุด ไข่ที่ได้รับการปฏิสนธิแล้วนี้ เรียกว่า ไซโกต (zygote) ซึ่งประกอบด้วยโครโมโซม 46 ตัว โดยโครโมโซมครึ่งหนึ่งมาจากไข่และอีกครึ่งหนึ่งมาจากอสุจิ นอกจากนี้ การรวมกันของสารพันธุกรรมชายและหญิงส่งผลให้เกิดการสร้างสิ่งมีชีวิตใหม่ขึ้นมาได้ โดยไซโกตจะแบ่งตัวออกมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นทวีคูณจนเจริญเติบโตในโพรงมดลูกผู้หญิง ซึ่งจะกลายเป็นตัวอ่อนในครรภ์และเป็นทารกในที่สุด

สิ่งที่อาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์เพศชาย

บางครั้งคุณผู้ชายอาจพบเจอกับปัญหาเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ได้เช่นกัน อาการหรือปัญหาทางสุขภาพต่อไปนี้เป็นตัวอย่างบางส่วนที่อาจส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์เพศชาย

ความผิดปกติของถุงอัณฑะ อัณฑะ และหลอดเก็บอสุจิ โดยสภาวะต่อไปนี้ที่อาจส่งผลต่อความผิดปกติดังกล่าว

  • การบาดเจ็บที่ลูกอัณฑะ แม้อาการบาดเจ็บจะเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง ช้ำหรือบวมได้ ซึ่งอาการบาดเจ็บที่อัณฑะส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการถูกตี เตะ หรือถูกทับ โดยมักเกิดจากการออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการบาดเจ็บได้
  • ภาวะอัณฑะบิดตัว คือ การที่อัณฑะซึ่งปกติจะอยู่ในแนวดิ่งในถุงอัณฑะ เกิดการบิดตัวมาอยู่ในตำแหน่งตามแนวขวางในถุงอัณฑะ ทำให้อัณฑะขาดเลือด ซึ่งภาวะดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้กับบางท่านและหากเกิดขึ้นแล้วจำเป็นต้องได้รับการดูแลและรักษาโดยแพทย์
  • ภาวะหลอดเลือดอัณฑะขอด คือ อาการหลอดเลือดดำที่เดินทางจากอัณฑะขอดซึ่งหลอดเลือดมีอาการบวมผิดปกตินั่นเอง โดยภาวะนี้มักเกิดกับเด็กผู้ชายที่กำลังเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ และอาการที่เกิดขึ้นนั้นไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด แต่อาจส่งผลทำให้ลูกอัณฑะเสียหายและปริมาณการผลิตอสุจิลดจำนวนลงได้ ดังนั้นหากหนุ่มๆ กำลังกังวลเกี่ยวกับภาวะดังกล่าว สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสมได้
  • มะเร็งลูกอัณฑะ ถือเป็นมะเร็งชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในเพศชายที่มีอายุน้อยกว่า 40 ปี โดยมะเร็งจะเกิดขึ้นเมื่อเซลล์ในอัณฑะเกิดการแบ่งตัวอย่างผิดปกติและมีการสร้างเนื้องอกขึ้นมา ซึ่งมะเร็งชนิดนี้สามารถแพร่กระจายไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ แต่หากมีการตรวจพบได้เร็วก็จะมีโอกาสรักษาให้หายได้ แนะนำว่าให้ชายทุกคนมีการตรวจอัณฑะด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะหากพบความผิดปกติใดๆ จะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีได้
  • อัณฑะอักเสบ เป็นการอักเสบที่เกิดขึ้นกับหลอดเก็บอสุจิซึ่งเชื่อมต่อกับอัณฑะและท่อนำอสุจิ โดยอาการอักเสบเกิดจากการติดเชื้อ เช่น โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ อย่างหนองในเทียม และส่งผลให้เกิดอาการปวดบวมบริเวณลูกอัณฑะข้างใดข้างหนึ่ง
  • ภาวะถุงน้ำอัณฑะ เกิดขึ้นเมื่อมีของเหลวสะสมในเยื่อหุ้มรอบๆ ถุงอัณฑะ ซึ่งภาวะดังกล่าวจะส่งผลให้อัณฑะบวมแต่มักไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ ทว่าในบางกรณีอาจจำเป็นต้องใช้วิธีผ่าตัดเพื่อทำการรักษาด้วยเช่นกัน
  • ภาวะไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ เกิดขึ้นเมื่อลำไส้ได้เคลื่อนที่ออกจากช่องท้องมายังบริเวณขาหนีบ โดยสาเหตุอาจเกิดจากรอยแผลผ่าตัดและผังผืดที่อ่อนแอ ซึ่งไส้เลื่อนจะมีลักษณะเป็นก้อนหรือบวมบริเวณขาหนีบ สามารถรักษาภาวะนี้ได้ด้วยการผ่าตัด

ความผิดปกติขององคชาต โดยความผิดปกติที่มีต่อองคชาต ดังนี้

  • การอักเสบขององคชาต ซึ่งจะทำให้มีอาการของการอักเสบ ได้แก่ อาการปวด บวม แดง และคัน โดยอาการอักเสบของปลายองคชาตจะเกิดขึ้นเมื่อปลายองคชาตเกิดการติดเชื้อ นอกจากนี้ การอักเสบบริเวณหนังหุ้มปลายองคชาตนั้นเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือยีสต์บางชนิด
  • ภาวะท่อปัสสาวะเปิดต่ำกว่าปกติ เป็นภาวะที่รูของท่อปัสสวะเปิดผิดปกติหรือไม่ได้เปิดที่ปลายสุดของอวัยวะเพศ

หากคุณกังวลว่าคุณอาจมีอาการผิดปกติต่างๆ ดังที่กล่าวมาเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์เพศชาย หรือคุณอาจมีคำถามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับพัฒนาการทางเพศ แนะนำให้ปรึกษาพ่อแม่ผู้ปกครองหรือแพทย์ ซึ่งไม่จำเป็นต้องวิตดกังวล เนื่องจากอาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับระบบสืบพันธุ์เพศชายนั้นมีทางแก้ไขและสามารถรักษาให้เป็นปกติได้

ที่มาของข้อมูล http://kidshealth.org/en/teens/male-repro.html


ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่