มะเร็งและโรคร้าย

โรคมาลาเรีย (ไข้จับสั่น) โรคติดต่อโดยการกัดของยุง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
โรคมาลาเรีย (ไข้จับสั่น) โรคติดต่อโดยการกัดของยุง

โรคมาเลเรีย หรือไข้จับสั่นเป็นโรคติดต่อโดยการกัดของยุงเป็นโรคที่มีชุกชุมในป่าทั่วประเทศไทย โรคมาเลเรียเป็นหนึ่งใน 6 โรคที่สำคัญที่องค์การอนามัยโลก พยายามจะขจัดให้หมดไปจากโลกนี้ เมื่อ 20 ปีก่อน โรคมาเลเรียเป็นโรคหนึ่งที่คร่าชิตประชาชนไทยไปมากที่สุด

a10.gif ยุงก้นปล่องเป็นตักลางนำโรค (พาหะ) ยุงก้นปล่องมีอยู่หลายพันธุ์ที่สามารถนำโรคนี้ได้ และมียุงอยู่ทั่วไปทั้งในป่า และในเมือง แต่ยุงก้นปล่องที่มีอยู่ในเมืองนั้น ไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับการนำโรค ฉะนั้นการถูกยุงกัด (ยุงทุกชนิด) ในเมืองจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดโรคมาเลเรีย หรือไข้จับสั่น การถูกยุงก้นปล่องกัดในขณะนอนค้างแรมในป่ามีโอกาสเป็นโรคได้มาก ชาป่าชาวดอย ชาวบ้านที่มีชีวิตอยู่ในป่า หรือนักทัศนาจรที่ค้างแรมในป่าจึงมีโอกาสเป็นโรคไข้จับสั่นได้สูง


อาการแสดงของโรคมาเลเรีย โดยทั่วไปจะมีอาการ 3 ระยะติดต่อกัน เริ่มต้นจากมีอาการหนาวสั่น หนาวมากถึงขนาดให้ผ้าห่มอย่างไรก็ไม่หายหนาว ระยะหนาวนี้จะเป็นอยู่ประมาณ 15 นาที ถึงครึ่งชั่วโมง และจะเข้าสู่ระยะร้อน ผู้ป่วยจะรู้สึกร้อนจัดไข้จะสูง ผู้ป่วยหน้าแดง ริมฝีปากแห้งมาก หิวน้ำ กระวนกระวาย กระสับกระส่าย ระยะนี้จะเป็นอยู่ราว 1 ชั่วโมง แล้วจะเช้าสู่ระยะเหงื่อออก อาการร้อนจะค่อย ๆ น้อยลง มีเหงื่อออกมากที่หน้าผากและตามตัว ไข้จะลดลงจนปกติ ผู้ป่วยจะอ่อนเพลีย และอาจหลับไปเพราะความเพลีย เมื่อตื่นขึ้นมาจะรู้สึกตัวเหมือนปกติทุกอย่าง (อาจเพลียเล็กน้อย) และสามารถจะทำงานหรือดำเนินชิตตามปกติได้ อาการทั้ง 3 ระยะนี้จะเกิดขั้นทุกวันเว้นวัน (ประมาณ 48 ชั่วโมง) หรือทุกวันเว้น 2 วัน (ประมาณ 72 ชั่วโมง) แล้วแต่ชนิดของเชื้อไข้มาเลเรีย กล่าวคือ เชื้อไข้มาเลเรียจะมี 3 ชนิดแต่ชนิดที่เป็นบ่อยที่สุดคือ ชนิดจับไข้ทุกวัน และรองลงมาคือชนิดจับไข้ทุกวันเว้นวัน

ผู้ป่วยเป็นโรคมาเลเรีย เมื่อป่วยนาน ๆ จะพบว่าผิวหนังเหลืองซีด ตาเหลือง ผอม ท้องป่องเนื่องจากมีตับ และม้ามโต ผู้ป่วยที่เป็นโรคมาเลเรียนาน ๆ นี้มักจะเป็นชาวป่าชาวดอย หรือชาวบ้านที่ทำมาหากินกับป่า ในกรณีชาวเมือง หรือนักทัศนาจรที่ไปค้างแรมในป่าและป่วยเป็นโรค คนกลุ่มนี้มักมีอาการรุนแรงและมีโรคแทรกซ้อนถึงตายได้ โรคแทรกซ้อนที่สำคัญได้แก่มาเลเรียขึ้นสมอง และภาวะไตวายจากไข้มาเลเรีย ผู้ป่วยจะเสียชีวิตโดยรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

a10.gif การวินิจฉัยโรค อาศัยประวัติการค้าแรมในป่าหรือมีอาชีพทำมาหากินกับป่าการตรวจเลือดจะพบเชื้อไข้มาเลเรียได้
a10.gif การรักษาโรคมาเลเรีย ควรเป็นหน้าที่ของแพทย์ หรืออย่างน้อยเป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์มาเลเรีย

การป้องกันโรค

  1. หากจำเป็นต้องเข้าไปค้างแรมในป่า ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอยากินป้องกันโรค สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติ (กินยา) ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  2. หากไม่จำเป็นจริง ๆ ควรนอนในมุ้งเวลานอนในป่า
  3. ใช้ยาจุดรมควันเพื่อไล่ยุงเวลานอนในป่า อาจช่วยลดการถูกยุงกัดได้
  4. วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการทายากันยุง โดยเฉพาะชนิดที่ป้องกันได้นาน ๆ
  5. ภายหลังกลับจากค้างแรมในป่าในระยะหนึ่งเดือน หากมีไข้ควรรีบปรึกษาแพทย์

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่