Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

โรคมาลาเรีย (ไข้จับสั่น) โรคติดต่อโดยการกัดของยุง

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,597,587 คน

โรคมาลาเรีย (ไข้จับสั่น) โรคติดต่อโดยการกัดของยุง

โรคมาเลเรีย หรือไข้จับสั่นเป็นโรคติดต่อโดยการกัดของยุงเป็นโรคที่มีชุกชุมในป่าทั่วประเทศไทย โรคมาเลเรียเป็นหนึ่งใน 6 โรคที่สำคัญที่องค์การอนามัยโลก พยายามจะขจัดให้หมดไปจากโลกนี้ เมื่อ 20 ปีก่อน โรคมาเลเรียเป็นโรคหนึ่งที่คร่าชิตประชาชนไทยไปมากที่สุด

ยุงก้นปล่องเป็นตักลางนำโรค (พาหะ) ยุงก้นปล่องมีอยู่หลายพันธุ์ที่สามารถนำโรคนี้ได้ และมียุงอยู่ทั่วไปทั้งในป่า และในเมือง แต่ยุงก้นปล่องที่มีอยู่ในเมืองนั้น ไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับการนำโรค ฉะนั้นการถูกยุงกัด (ยุงทุกชนิด) ในเมืองจึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดโรคมาเลเรีย หรือไข้จับสั่น การถูกยุงก้นปล่องกัดในขณะนอนค้างแรมในป่ามีโอกาสเป็นโรคได้มาก ชาป่าชาวดอย ชาวบ้านที่มีชีวิตอยู่ในป่า หรือนักทัศนาจรที่ค้างแรมในป่าจึงมีโอกาสเป็นโรคไข้จับสั่นได้สูง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง ในราคาสุดคุ้ม เพียง 2550 บาท ถึง 22 ต.ค. นี้เท่านั้น 🔥

มีอาการบางอย่างที่หาสาเหตุไม่ได้บ่อยๆ 😲 คุณอาจแพ้อาหารบางอย่างโดยไม่รู้ตัว

Foodintoleranceinternal ad

อาการแสดงของโรคมาเลเรีย โดยทั่วไปจะมีอาการ 3 ระยะติดต่อกัน เริ่มต้นจากมีอาการหนาวสั่น หนาวมากถึงขนาดให้ผ้าห่มอย่างไรก็ไม่หายหนาว ระยะหนาวนี้จะเป็นอยู่ประมาณ 15 นาที ถึงครึ่งชั่วโมง และจะเข้าสู่ระยะร้อน ผู้ป่วยจะรู้สึกร้อนจัดไข้จะสูง ผู้ป่วยหน้าแดง ริมฝีปากแห้งมาก หิวน้ำ กระวนกระวาย กระสับกระส่าย ระยะนี้จะเป็นอยู่ราว 1 ชั่วโมง แล้วจะเช้าสู่ระยะเหงื่อออก อาการร้อนจะค่อย ๆ น้อยลง มีเหงื่อออกมากที่หน้าผากและตามตัว ไข้จะลดลงจนปกติ ผู้ป่วยจะอ่อนเพลีย และอาจหลับไปเพราะความเพลีย เมื่อตื่นขึ้นมาจะรู้สึกตัวเหมือนปกติทุกอย่าง (อาจเพลียเล็กน้อย) และสามารถจะทำงานหรือดำเนินชิตตามปกติได้ อาการทั้ง 3 ระยะนี้จะเกิดขั้นทุกวันเว้นวัน (ประมาณ 48 ชั่วโมง) หรือทุกวันเว้น 2 วัน (ประมาณ 72 ชั่วโมง) แล้วแต่ชนิดของเชื้อไข้มาเลเรีย กล่าวคือ เชื้อไข้มาเลเรียจะมี 3 ชนิดแต่ชนิดที่เป็นบ่อยที่สุดคือ ชนิดจับไข้ทุกวัน และรองลงมาคือชนิดจับไข้ทุกวันเว้นวัน

ผู้ป่วยเป็นโรคมาเลเรีย เมื่อป่วยนาน ๆ จะพบว่าผิวหนังเหลืองซีด ตาเหลือง ผอม ท้องป่องเนื่องจากมีตับ และม้ามโต ผู้ป่วยที่เป็นโรคมาเลเรียนาน ๆ นี้มักจะเป็นชาวป่าชาวดอย หรือชาวบ้านที่ทำมาหากินกับป่า ในกรณีชาวเมือง หรือนักทัศนาจรที่ไปค้างแรมในป่าและป่วยเป็นโรค คนกลุ่มนี้มักมีอาการรุนแรงและมีโรคแทรกซ้อนถึงตายได้ โรคแทรกซ้อนที่สำคัญได้แก่มาเลเรียขึ้นสมอง และภาวะไตวายจากไข้มาเลเรีย ผู้ป่วยจะเสียชีวิตโดยรวดเร็ว หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

 การวินิจฉัยโรค อาศัยประวัติการค้าแรมในป่าหรือมีอาชีพทำมาหากินกับป่าการตรวจเลือดจะพบเชื้อไข้มาเลเรียได้
 การรักษาโรคมาเลเรีย ควรเป็นหน้าที่ของแพทย์ หรืออย่างน้อยเป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์มาเลเรีย

การป้องกันโรค

  1. หากจำเป็นต้องเข้าไปค้างแรมในป่า ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอยากินป้องกันโรค สิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติ (กินยา) ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด
  2. หากไม่จำเป็นจริง ๆ ควรนอนในมุ้งเวลานอนในป่า
  3. ใช้ยาจุดรมควันเพื่อไล่ยุงเวลานอนในป่า อาจช่วยลดการถูกยุงกัดได้
  4. วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการทายากันยุง โดยเฉพาะชนิดที่ป้องกันได้นาน ๆ
  5. ภายหลังกลับจากค้างแรมในป่าในระยะหนึ่งเดือน หากมีไข้ควรรีบปรึกษาแพทย์

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป