โรคไลม์ (Lyme) ในสุนัข โรคร้ายจากเห็บ: สาเหตุ อาการ การรักษา

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 26, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 706,881 คน

โรคไลม์ (Lyme) จากเห็บ

โรคอันตรายในสุนัขที่มีเห็บกวางเป็นตัวนำโรค อาการของโรคในสุนัข ได้แก่ มีไข้ ไม่อยากกินอาหาร ตัวเกร็งแข็ง และอื่น ๆ เรามาเรียนรู้เกี่ยวกับโรคนี้และหาวิธีการป้องกันและรักษาได้จากบทความนี้

Lyme Borreliosis ในสุนัข

โรคไลม์เป็นโรคที่มีเห็บเป็นตัวนำโรค โดยมีสาเหตุของโรคคือแบคทีเรียรูปร่างเกลียว (spirochete) ในกลุ่ม Borrelia burgdorferi อาการที่พบได้เป็นหลักคือขาเจ็บเนื่องจากการอักเสบในข้อต่อ อาการอื่นๆ ที่สามารถพบได้ ได้แก่ เบื่ออาหาร และซึม อาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่สามารถพบได้ ได้แก่ ไตเสียหาย และที่พบได้น้อยคือโรคเกี่ยวกับหัวใจและระบบประสาทโรคไตมีแนวโน้มที่จะพบได้บ่อยในสุนัขพันธุ์ Labrador retrievers, Golden retrievers, Shetland sheepdogs และ Berneses Mountain dogs จากการทดลองพบว่าสุนัขอายุน้อยมีแนวโน้มที่จะไวต่อโรคไลม์มากกว่าสุนัขอายุมาก พบรายงานการแพร่ของโรคในสุนัขทั่วประเทศอเมริกาและยุโรปแต่ความชุกของโรคสูงในแถบตะวันตกช่วงกลางของสหรัฐอเมริกา แอตแลนติกและบริเวณชายฝั่งของทะเลแปซิฟิก

อาการของโรคในสุนัข

สุนัขส่วนมากแสดงอาการเจ็บขาแบบเป็น ๆ หาย ๆ เนื่องจากการอักเสบของข้อต่อ บางครั้งแสดงอาการเจ็บขานาน 3-4 วันและกลับมาเป็นอีกภายใน 1-7 วันหลังจากอาการเจ็บขาหายไป ไม่ว่าจะเป็นขาเดิมหรือขาอื่น ๆ ซึ่งเป็นอาการที่เรียกว่า “การเจ็บขาแบบเปลี่ยนขาไปเรื่อย ๆ (shifting-leg lameness)” อาจพบข้อต่อบวม ร้อน และเจ็บปวดในข้อต่อเดียวหรือมากกว่านั้น

สุนัขบางตัวอาจพัฒนาอาการของโรคไตบางครั้งทำให้ไตอักเสบและตามมาด้วยการทำงานที่ผิดปกติของหน่วยกรองภายในไต หลังจากนั้นสุนัขอาจมีปัญหาไตวาย โดยสุนัขจะแสดงอาการ เช่น อาเจียน ท้องเสีย ไม่มีความอยากอาหาร น้ำหนักลดลง ปัสสาวะเพิ่มขึ้นและดื่มน้ำมากและพบการสะสมของของเหลวที่ผิดปกติ

อาการอื่นที่พบได้

  •  เดินตัวแข็งและหลังโก่ง
  •  ความรู้สึกไวต่อการสัมผัส
  •  หายใจลำบาก
  •  มีไข้ ไม่มีความอยากอาหาร และซึม
  •  ต่อมน้ำเหลืองโตในบริเวณที่ใกล้กับบริเวณที่ถูกเห็บกัด
  •  พบรายงานหัวใจทำงานผิดปกติ แต่พบได้น้อยมาก
  •  ปัญหาเกี่ยวกับระบบประสาท (พบน้อยมาก)

สาเหตุของโรค

แบคทีเรีย Borrelia burgodorferi เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคไลม์แพร่กระจายโดยเห็บแข็งในกวาง (Ixodes sp.) การติดเชื้อมักเกิดหลังจากถูกเห็บที่มีเชื้อเกาะดูดเลือดบนตัวสุนัขประมาณ 2-3 วัน

การวินิจฉัยโรค

สัตวแพทย์จะทำการซักประวัติสุขภาพของสุนัขอย่างละเอียด รวมถึงอาการ และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคประวัติจะช่วยให้สัตวแพทย์ทราบว่าอวัยวะใดได้รับผลกระทบบ้างอาจมีการตรวจเลือดทั้งการตรวจนับเม็ดเลือดและการตรวจค่าต่าง ๆ ในเลือดตรวจปัสสาวะ ตรวจอุจจาระ เอ็กซเรย์ และทดสอบที่จำเพาะต่อโรคไลม์ (เช่นการตรวจทางซีรัมวิทยา) และยังสามารถทำการตรวจวิเคราะห์ของเหลวจากข้อต่อที่มีปัญหาได้

ปัญหาข้อต่ออักเสบเกิดได้จากหลายสาเหตุซึ่งสัตวแพทย์จะต้องทำการแยกโรคไลม์ออกจากโรคอื่น ๆที่ทำให้เกิดปัญหาข้อต่ออักเสบ เช่น การบาดเจ็บ โรคข้อต่อเสื่อม หรือ Osteochondrosis dissecans (OCD; เป็นโรคที่พบได้ในลูกสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่โตเร็ว) โรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันอาจเป็นสาเหตุของปัญหาข้อต่ออักเสบได้การถ่ายภาพรังสีเอ็กซเรย์ในข้อต่อที่มีปัญหาจะช่วยให้สัตวแพทย์สามารถตรวจสอบความผิดปกติของกระดูกได้

การรักษา

หลังจากได้รับการวินิจฉัยแล้วสุนัขจะได้รับการรักษาและจะต้องพักในโรงพยาบาล เมื่อมีปัญหาสุขภาพย่ำแย่ (เช่น โรคไตรุนแรง) ยาdoxycycline เป็นยาปฏิชีวนะทั่วไปที่สัตวแพทย์มักจ่ายเพื่อรักษาโรค แต่ยาอื่นๆ ก็มีให้ใช้และได้ผลดีเช่นกัน ระยะเวลาการรักษาที่สัตวแพทย์แนะนำคือ 4 สัปดาห์ แต่อาจต้องยืดการรักษาออกไปในการกรณี สัตวแพทย์จะทำการจ่ายยาลดการอักเสบ (ยาแก้ปวด) หากจำเป็นยาปฏิชีวนะไม่สามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ก่อโรคได้หมด อาการอาจหายไปและอาจกลับมาเป็นอีกได้ ควรระวังการพัฒนาของโรคไตที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

การจัดการ

อาการเจ็บขาจากข้อต่ออักเสบควรจะดีขึ้นภายใน 3-5 วันหลังจากสุนัขได้รับยาปฏิชีวนะ หากอาการไม่ดีขึ้นภายในระยะเวลา 5 วัน ควรพาสุนัขไปให้สัตวแพทย์ตรวจซ้ำ

การป้องกัน

หากเป็นไปได้ ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้สุนัขเข้าไปเดินในที่ที่มีเห็บโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค เจ้าของควรตรวจดูบริเวณขนและผิวหนังของสุนัข และทำการกำจัดเห็บจากตัวสุนัข สัตวแพทย์สามารถแนะนำผลิตภัณฑ์สำหรับกำจัดเห็บหมัดทั้งในรูปแบบสเปรย์ปลอกคอ และยาหยอดหลัง ควรใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ภายในการดูแลของสัตวแพทย์และทำตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด มีวัคซีนสำหรับโรคนี้แต่ยังมีข้อโต้แย้งบางอย่างสำหรับการทำวัคซีนอยู่ ดังนั้นควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนที่จะทำวัคซีนโรคนี้ให้กับสุนัขของคุณ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ (1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม