Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS

พยาธิในปอดในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 1 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,397,270 คน

การติดเชื้อพยาธิในปอดในแมว

พยาธิใบไม้ในปอดนั้นเป็นพยาธิชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาทางระบบทางเดินหายใจ แมวที่อาศัยอยู่นอกบ้านและชอบจับหนูและนกนั้นจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อพยาธิชนิดนี้ได้มากกว่าปกติ

อาการที่พบและชนิดของพยาธิ

มีพยาธิหลายชนิดที่สามารถเดินทางเข้าสู่ปอดได้ เช่น Capillariaaerophila และ Aelurostrongylusabstrusus ซึ่งจัดเป็นพยาธิที่พบได้บ่อยที่สุดในแมว พยาธิเหล่านี้มักทำให้เกิดอาการไอ และหายใจลำบาก

อาการไอดังกล่าวนั้นเกิดจากตัวอ่อนของพยาธิที่อาศัยอยู่ในทางเดินหายใจและทำให้เกิดอาการหายใจลำบากตามมาและมีมูกมาก ซึ่งถ้าหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดการทำลายทางเดินหายใจและเกิดโรคอื่นๆ ที่ร้ายแรงตามมาได้เช่นโรคถุงลมโป่งพอง, โรคปอดอักเสบ และในบางกรณีอาจทำให้น้ำหนักลดได้

สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้

แมวจะติดพยาธิเหล่านี้ได้จากเวลาที่พวกมันกินน้ำหรือกินเหยื่อที่มีตัวอ่อนของเชื้อพยาธิอาศัยอยู่ ตัวอ่อนเหล่านี้จะเดินทางออกจากลำไส้ เข้าสู่กระแสเลือดก่อนที่จะเข้าปอดและเจริญเป็นตัวเต็มวัยก่อนจะวางไข่ในปอดภายในเวลา 40 วัน แมวจะไอเอาไข่เหล่านี้ออกมา หรือไข่อาจจะออกมาทางอุจจาระซึ่งนก หนู หอยทาก และสัตว์อื่นๆ สามารถกินเข้าไปได้ต่อไป

การวินิจฉัย

การทดสอบที่ช่วยบอกว่าแมวมีการติดเชื้อพยาธิที่ปอดประกอบด้วย

  • การตรวจร่างกายและการซักประวัติ
  • การเอกซเรย์ช่องปอด
  • การตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่ของพยาธิ
  • การตรวจเลือด
  • การตรวจตัวอย่างสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ

การรักษา

พยาธิเหล่านี้สามารถรักษาได้ด้วยการกินยาถ่ายพยาธิเช่น

  • Fenbendazole
  • Albendazole
  • Ivermectin
  • Praziquantel
  • Levamisole

ยาเหล่านี้จะค่อยๆ ถ่ายพยาธิออกจากร่างกายจนหมด ในรายที่มีอาการรุนแรง, มีการติดเชื้ออื่นๆ แทรกซ้อนและปอดถูกทำลายอาจมีการให้ยาอื่นๆ ร่วมในการรักษาเช่น Corticosteroid หรือยาปฏิชีวนะ

การดูแลและการจัดการหลังการรักษา

โดยส่วนมากการติดพยาธิที่ปอดนั้นจะเกิดขึ้นไม่นานเพราะแมวสามารถกำจัดพยาธิเหล่านี้ออกมาเองได้ผ่านการไอหรือถ่ายออกมาทางอุจจาระ ดังนั้นภายหลังจากการรับประทานยาถ่ายพยาธิแล้ว หากแมวไม่มีโรคแทรกซ้อนทางปอดเช่นปอดอักเสบ แมวเหล่านี้ก็มักจะมีผลการรักษาที่ดี

ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจจะต้องมีการตรวจเอกซเรย์หรือตรวจอุจจาระติดตามการรักษา

การป้องกัน

คุณสามารถป้องกันการติดเชื้อพยาธิเหล่านี้ได้โดยการให้แมวอาศัยอยู่ในบ้านและไม่สัมผัสกับสัตว์ฟันแทะ, นก หรือสัตว์อื่น ๆ ที่อาจเป็นพาหะของพยาธิ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม