Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
สุขภาพ

มะเร็งปอดชนิด Adenocarcinoma ในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,294,148 คน

มะเร็งปอดชนิด Adenocarcinoma ในแมว

มะเร็งปอดชนิด Adenocarcinoma ในแมว

มะเร็งปอดในแมว 75% มักพบว่าเป็นมะเร็งชนิด Adenocarcinoma ซึ่งมะเร็งชนิดนี้เป็นมะเร็งชนิดรุนแรง สามารถเจริญเติบโตและแพร่กระจายยังส่วนต่างๆของร่างกายได้ เช่น ต่อมน้ำเหลือง กระดูก สมอง และดวงตา เช่นเดียวกับมะเร็งชนิดรุนแรงชนิดอื่นๆที่มักพบในแมวที่มีอายุมาก ส่วนมากมักพบว่ามากกว่า 10 ปีขึ้นไป และมักพบได้ไม่บ่อยแมว

อาการ

อาการส่วนมากจะมีความเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ แต่ในกรณีที่มีการแพร่กระจายอาการจะขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเซลล์มะเร็งที่มีการแพร่กระจายไป อาการต่อไปนี้เป็นอาการที่สามารถพบได้

  • เจ็บ
  • หายใจลำบาก
  • หายใจเร็ว
  • ซึม
  • ไม่อยากอาหาร
  • น้ำหนักลด
  • มีเลือดออกจากการไอ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • ไข้
  • ท้องมาร

สาเหตุ

  • สาเหตุที่แน่ชัดนั้นยังไม่ทราบได้
  • ปัจจัยเสี่ยง ประกอบไปด้วย อาศัยอยู่ในแถบชนบทและมีการสูดดมควันบุหรี่ แต่ทั้งสองปัจจัยนี้ก็ยังไม่มีการพิสูจน์

การวินิจฉัย

คุณเจ้าของจำเป็นที่จะต้องบอกเล่าเกี่ยวกับประวัติสุขภาพทั้งหมดของแมวให้แก่สัตวแพทย์ ได้แก่ อาการต่างๆ จากนั้นสัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกาย และตรวจค่าต่างๆทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ การนับเม็ดเลือด การตรวจค่าเลือดทางชีวเคมี และการเอ็กซ์เรย์

การเอ็กซ์เรย์ช่องอกนั้นเป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัย รวมถึงการวินิจฉัยด้วยการ ultrasonography computed tomography (CT) scan และ magnetic resonance imaging (MRI) จะช่วยยืนยันการวินิจฉัยได้ด้วย การทำ CT scan และ MRI จะช่วยบอกความเป็นไปได้ในการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งสู่ส่วนต่างๆของร่างกาย 

การรักษา

ภายหลังจากการวินิจฉัยแล้วแมวจะถูกส่งตัวไปยังสัตวแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านมะเร็ง โดยจะมีวิธีการรักษาด้วยกันทั้งหมด 3 วิธี ได้แก่ การผ่าตัด การฉายแสง และเคมีบำบัด ซึ่งวิธีการเลือกการรักษานั้นจะขึ้นอยู่กับลักษณะของเนื้องอก ตำแหน่ง ขนาด และการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับอายุของแมวอีกด้วย ไม่มีการรักษาเพียงวิธีเดียวที่จะมีประสิทธิภาพ การรักษาด้วยการผ่าตัดจะเป็นการตัดก้อนเนื้อพร้อมกับเนื้อปอดบางส่วนที่มีเซลล์มะเร็ง แต่สำหรับการฉายแสงและการรักษาด้วยเคมีบำบัดจะเป็นการช่วยในเรื่องของการพยากรณ์โรคให้ดีขึ้นและเพิ่มอัตราการอยู่รอด ในช่วงที่ทำการรักษาด้วยเคมีบำบัดสัตวแพทย์จะต้องทำการตรวจเลือดเป็นระยะๆร่วมกับการเอ็กซ์เรย์ช่องอกร่วมด้วย

การจัดการและความเป็นอยู่

แมวที่มีการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งจะมีอายุอู่ต่อได้อีกประมาณ 1 ปี แต่การรักษาจะช่วยยืดระยะการอยู่รอดออกไปได้ ในช่วงนี้คุณเจ้าของสามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของแมวให้ดีขึ้นได้โดยการให้ความสะดวกสบายและความดูแลเอาใจใส่เท่าที่จะทำได้ อีกทั้งยังต้องสังเกตการณ์หายใจของแมวและป้องกันไม่ให้แมวสัมผัสกับควันบุหรี่ นอกจากนี้แมวจะต้องมาพบสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านมะเร็งอย่างเป็นประจำ ปฏิบัติตามคำแนะนำของสัตวแพทย์อย่างเคร่งครัดในการให้เคมีบำบัดที่บ้าน สารที่ใช้สำหรับเคมีบำบัดส่วนมากมักจะมีอันตรายต่อสุขภาพของเจ้าของ ดังนั้นควรทำการปรึกษาสัตวแพทย์ถึงวิธีการใช้อย่างถูกต้อง

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม