addictions

LSD แอลเอสดีหรือกระดาษเมา

เผยแพร่ครั้งแรก 20 ก.พ. 2018 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 2 นาที
LSD แอลเอสดีหรือกระดาษเมา

แอลเอสดีคืออะไร

แอลเอสดี เป็นตัวย่อของ d-lysergic acid diethylamide มีฤทธิ์หลอนประสาทอย่างแรง LSD เป็นสารที่ผลิตขึ้นมาจาก lysergic acid ของสารจำพวก ergot ซึ่งเป็นรา (fungus) ที่ขึ้นอยู่ตามเมล็ดข้าวไร ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น มีรสขมเล็กน้อย การเสพแอลเอสดีจะทำให้เกิดอาการประสาทหลอน เกิดภาพลวงตา และมีอารมณ์แปรปรวน แอลเอสดีจะมีลักษณะเป็นของเหลวใสไม่มีกลิ่นหรือสี บางครั้งมาในรูปแบบกระดาษแผ่นเล็กๆ ชุบแอลเสดีแล้วแปะลิ้น กระดาษดังกล่าวอาจมีสีขาว พิมพ์รูปภาพหรือลายการ์ตูนต่างๆ นอกจากนี้ แอลเอสดีอาจมาในรูปของเม็ดแคปซูล ก้อนน้ำตาล หรือชิ้นเจลาติน เป็นต้น

ผลข้างเคียงระยะสั้น

เป็นการยากที่จะบอกได้ว่าแอลเอสดีส่งผลต่อสมองอย่างไร ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าแอลเอสดีจะส่งผลต่อสารเซโรโทนินในสมองที่ส่งผลถึงกระบวนการรับรู้และพฤติกรรม ซึ่งแอลเอสดีจะไปรบกวนสารดังกล่าวทำให้ไม่สามารถทำงานตามปกติได้ และยาอาจออกฤทธิ์ได้นานถึง 12 ชั่วโมงหรือมากกว่า

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ตรวจสารเสพติดวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 285 บาท ลดสูงสุด 5%

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

183

ผู้เสพจะมีอาการมึนเมาหลังจากการเสพแอลเอสดีไปแล้วประมาณ 30-90 นาที ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นจากการเสพยานั้นขึ้นอยู่กับหลายสาเหตุ เช่น ปริมาณยา ผู้คนที่อยู่รายล้อม หรือพฤติกรรมและอารมณ์ของผู้เสพเอง บางคนอาจมีอาการมึนเมาไม่มากนัก แต่จะมีอารมณ์แปรปรวนอย่างรวดเร็ว และหากมีอาการมึนเมาหนักขึ้น ผู้เสพจะมีอาการประสาทหลอน หูฝาด เกิดภาพลวงตา ระบบการรับรู้ของสมองผิดปกติ เกิดอาการสับสน และหลงผิด

ยากที่จะคาดเดาได้ว่าอาการมึนเมาจะอยู่ได้นานแค่ไหนหรือผลข้างเคียงจะเกิดขึ้นแบบใดบ้าง แต่แน่นอนที่ว่า อาการข้างเคียงรุนแรงสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ทำให้ผู้เสพเกิดอาการหวาดกลัว ซึมเศร้า เกิดภาวะสับสน ควบคุมตนเองไม่ได้ หรือขาดสติ เป็นต้น ซึ่งร่างกายจะไม่สามารถควบคุมอาการที่เกิดขึ้นได้จนกว่าฤทธิ์ยาจะหมดลงไปเอง ลักษณะเช่นนี้จะทำให้ผู้เสพมีปัญหาทางจิตจนไม่สามารถกลับมาเป็นปกติแม้จะไม่ได้เสพยา

นอกจากผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นกับสภาพทางจิตแล้ว การเสพแอลเอสดีอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงทางด้านร่างกายด้วยเช่นกัน ดังนี้

ในบางกรณี การเสพแอลเอสดีเกินขนาดจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายจนทำให้เกิดอาการชัก หมดสติ และเสียชีวิตในที่สุด 

ผลข้างเคียงระยะยาว

ผู้ที่เสพแอลเอสดีอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานานยังคงมีอาการข้างเคียงแม้จะไม่ได้เสพยาหรือเมายาก็ตาม โดยอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้นจะไม่แสดงสัญญาณเตือนใดๆ และจะยังเกิดขึ้นอยู่ 2-3 วันหรืออาจนานเป็นปีหลังจากการเสพแอลเอสดี นอกจากนี้อาการข้างเคียงอาจเกิดขึ้นได้แม้จะมีการเลิกเสพยาไปแล้ว ซึ่งจะรบกวนการดำเนินชีวิตของพวกเขาเป็นอย่างมาก

แม้ผู้เชี่ยวชาญจะไม่ได้พิจารณาให้แอลเอสดีเป็นยาเสพติด เนื่องจากการใช้ยาจะไม่ทำให้ผู้นั้นติด แต่การใช้แอลเอสดีปริมาณมากจะทำให้ผู้เสพมีอาการดื้อยาและพวกเขาต้องใช้ยาในปริมาณที่มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อจัดการกับความเครียดและทำให้พวกเขารู้สึกเพลิดเพลิน และลักษณะการเสพเช่นนี้ย่อมเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย

ผู้ที่เสพแอลเอสดีมากเกินขนาดมีความเสี่ยงที่จะทำให้มีปัญหาทางจิตเรื้อรัง เช่น โรคจิตเภทหรือโรคซึมเศร้า เป็นต้น 

ปัญหาอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น

การเสพแอลเอสดีจะทำให้ผู้เสพมีปัญหาด้านการรับรู้และการคิดตัดสินใจของสมอง หากมีการเสพเกินขนาดอาจนำมาซึ่งเหตุรุนแรงที่กระทบต่อทั้งตนเองและผู้อื่นได้ เช่น เกิดอุบัติเหตุทางถนนหรือการทำร้ายตนเองและผู้อื่นเนื่องจากเกิดภาพหลอนจากการเสพยา

แอลเอสดีถูกจัดอยู่ในกลุ่มยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เพราะถือเป็นยาเสพติดที่ให้โทษและผลข้างเคียงรุนแรง โดยผู้ที่ผลิต ขาย นำเข้า ส่งออก หรือเสพ จะต้องระวางโทษปรับและจำคุก 


3 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
LSD: Effects, Hazards & Extent of Use. Drugs.com. (https://www.drugs.com/illicit/lsd.html)
Lysergic acid diethylamide: a drug of ‘use’?. National Center for Biotechnology Information. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4910402/)
Lysergic Acid Diethylamide (LSD). National Center for Biotechnology Information. (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK482407/)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ตั้งกระทู้ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม