ความรู้สุขภาพ

ความดันต่ำ สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาป้องกันอย่างเหมาะสม

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 5 นาที
Istock 882327156 %281%29

โดยปกติแล้ว หลายคนมักจะคุ้นเคยกันดีกับโรคความดันสูง แต่ในที่นี้เราจะมาพูดถึง "ความดันต่ำ" กันบ้าง ความดันต่ำ เป็นอีกหนึ่งภาวะความดันเลือดที่มีค่าระดับต่ำกว่าปกติ ซึ่งตรงกันข้ามกับความดันสูงนั่นเอง ทว่าความดันต่ำเมื่อเกิดแล้วจะมีอาการร้ายแรงหรือไม่ สาเหตุการเกิดมาจากอะไร และจะมีวิธีป้องกันหรือดูแลตนเองในผู้ป่วยได้อย่างไร ไปติดตามข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับความดันต่ำที่เรานำมาฝากดังต่อไปนี้ได้เลย

ความดันต่ำ คืออะไร?

ความดันต่ำ (Low Blood Pressure/Hypotension) คือ ภาวะที่ความดันของเลือดต่ำ โดยมีระดับอยู่ที่ 90/60 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งถือเป็นรูปแบบของความดันต่ำทั่วไป แต่หากเป็นอาการความดันต่ำในผู้สูงอายุ ก็จะอยู่ที่ 100/70 มิลลิเมตรปรอท ภาวะความดันต่ำยังไม่มีการบันทึกอุบัติการณ์ เพราะหากเกิดความดันต่ำในระดับที่ไม่มาก ร่างกายก็อาจจะไม่แสดงอาการใดๆ

สาเหตุของความดันต่ำ

มีหลากหลายสาเหตุด้วยกันที่ทำให้เป็นความดันต่ำ ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้

1.พันธุกรรม

เป็นสาเหตุอันดับแรกของการเกิดภาวะความดันต่ำ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเกิดกับผู้ที่มีรูปร่างผอมบาง มีร่างกายอ่อนแอ คนกลุ่มนี้มีโอกาสที่จะเป็นความดันต่ำได้มากกว่า โดยอาการของภาวะความดันต่ำจะมีอาการแสดงออกมา เมื่อผู้ป่วยอยู่ในที่ที่มีอุณหภูมิสูง

2.ยา

ยารักษาโรคบางชนิดก็มีส่วนทำให้เป็นความดันต่ำได้เช่นกัน อย่างเช่น ยารักษาโรคพาร์กินสัน ยาขับปัสสาวะ ในบางรายก็อาจจะแสดงอาการออกมาได้มาก โดยเฉพาะผู้ที่ทานยาควบคู่กับการดื่มแอลกอฮอล์หรือเสพสารเสพติด หรือแม้แต่การรับประทานร่วมกับยารักษาโรคความดันสูง

3.ภาวะร่างกายขาดน้ำ

โดยจะเกิดก็ต่อเมื่อร่างกายสูญเสียน้ำในปริมาณมาก เช่น อาการท้องเสีย หรือร่างกายขับน้ำในปริมาณมากผ่านทางเหงื่อ จนทำให้ร่างกายขาดน้ำ ผู้ป่วยก็จะเป็นความดันต่ำได้

4.อาการป่วยต่างๆ

การป่วยเป็นโรคต่างๆ ก็สามารถที่จะส่งผลต่อการเป็นภาวะความดันต่ำได้ เพราะความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับอวัยวะในร่างกาย จะมีผลต่อภาวะความดันต่ำโดยตรง โดยโรคหรือปัญหาสุขภาพที่ที่ส่งผล มีดังนี้

  • ระบบสื่อสารระหว่างสมองและหัวใจผิดพลาด โดยอาจจะมาจากการยืนนานจนเกินไป เพราะเมื่อร่างกายประมวลผลออกมาว่ามีความดันสูง เมื่อนั้นหัวใจก็จะลดอัตราการเต้นให้ช้าลง
  • ระบบประสาทผิดปกติ โดยเกิดจากระบบประสาทที่เรียกว่า ระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System) ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของร่างกายทั้งหมดเกิดความผิดปกติ
  • โรคโลหิตจาง เป็นสาเหตุสำคัญเช่นเดียวกัน เนื่องจากการเป็นโรคโลหิตจางจะส่งผลให้ปริมาณฮีโมโกลบินลดลง เพราะฉะนั้น เมื่อร่างกายสูญเสียเลือดปริมาณมากจากการบาดเจ็บ ก็ย่อมทำให้เกิดภาวะขาดน้ำ หรือแม้กระทั่งภาวะเลือดออกภายในก็สามารถที่จะทำให้เกิดภาวะความดันต่ำตามมาได้
  • ภาวะการทำงานของหัวใจผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นภาวะหัวใจล้มเหลว ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ก็สามารถที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อการสูบฉีดเลือด ให้เป็นไปอย่างไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายได้
  • ภาวะช็อกจากหัวใจทำงานผิดปกติ (Cardiogenic Shock) คือ ภาวะที่หัวใจสูบฉีดเลือดไปใช้ได้อย่างไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • ภาวะติดเชื้อรุนแรงในกระแสเลือด (Toxic Shock Syndrome) คือ ภาวะติดเชื้อที่แบคทีเรียเข้าสู่กระแสเลือด ทำให้น้ำไหลออกไปอยู่บริเวณเนื้อเยื่อโดยรอบ
  • ภาวะช็อกจากอาการแพ้ (Anaphylactic Shock) คือ ปฏิกิริยาภูมิแพ้เฉียบพลัน ทำให้มีปัญหาด้านการหายใจ รวมกับอาการคัน คอบวม และเกิดผื่นลมพิษตามร่างกาย
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
  • ไม่ควรเปลี่ยนท่าทางเร็วมากเกินไป
  • รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยทานในปริมาณที่เพียงพอเหมาะสม
  • หมั่นตรวจความดันอย่างสม่ำเสมอ
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยควรเลือกรูปแบบการออกกำลังกายที่ไม่รุนแรงเกินไป อาจจะเดิน ว่ายน้ำ เล่นโยคะหรือรำไท่เก็กก็ได้

5.ภาวะช็อก

เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ สำหรับภาวะช็อกนั้นก็มีอยู่อย่างหลากหลาย เช่น

อาการของความดันต่ำ

อาการของภาวะความดันต่ำ หากผู้ป่วยอยู่ในภาวะปกติก็จะไม่มีอาการอะไรแสดงออกมามากนัก ยกเว้นผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่ แต่กลับมีความดันที่ลดลง ก็ถือว่าเกิดเป็นภาวะความดันต่ำ สำหรับอาการของภาวะความดันต่ำที่ผิดปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการที่สามารถสังเกตได้ดังนี้

  • การมองเห็นไม่ชัดเจน
  • มีอาการใจสั่น
  • มีอาการวิงเวียนศีรษะ
  • รู้สึกกระหายน้ำ
  • ร่างกายมีอาการอ่อนเพลีย
  • ผิวซีด/ตัวเย็น

ภาวะแทรกซ้อน

ภาวะความดันต่ำ ไม่ได้มีอาการแทรกซ้อนที่รุนแรง แต่อาจจะต้องมีการระมัดระวังในผู้สูงอายุ เนื่องจากอาการทั่วไปของความดันต่ำจะมีอาการวิงเวียน เพราะฉะนั้นสามารถที่จะทำให้เกิดการล้มได้ แต่ในกรณีที่มีความดันต่ำมากเกินไป ย่อมส่งผลทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน ไม่ว่าจะเป็นทางสมองและหัวใจซึ่งสามารถที่จะทำให้เกิดความเสียหายต่ออวัยวะดังกล่าว อีกทั้งในบางรายก็อาจเสี่ยงที่จะเสียชีวิตได้

การวินิจฉัยความดันต่ำ

โดยทั่วไปแล้ว การวินิจฉัยความดันต่ำ แพทย์จะทำการสอบถามประวัติของผู้ป่วยเป็นหลัก เช็คอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น และอาจตรวจร่างกายทั่วไป แต่ในบางรายที่มีอาการรุนแรงมาก หรือผู้ป่วยเกิดภาวะความดันต่ำบ่อยครั้ง ก็จะต้องใช้ผลตรวจจากทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม คือ

1.การตรวจเลือด (Blood Tests)

โดยจะมีการเก็บตัวอย่างเลือดไปใช้เพื่อหาผลลัพธ์ด้วยการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งผลของการตรวจเลือดนี้ ยังทำให้แพทย์สามารถค้นพบโรคอื่นๆ เพิ่มได้อีกด้วย

2.ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (Electrocardiogram)

เป็นการทดสอบโดยใช้คลื่นไฟฟ้า เพื่อจับจังหวะอัตราการเต้นของหัวใจว่ามีความผิดปกติหรือไม่

3.ตรวจคลื่นฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter and Event Monitors)

จะมีรูปแบบการตรวจคล้ายคลึงกับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ แต่วิธีนี้จะใช้ระยะเวลา 24 ชั่วโมงในการตรวจจังหวะหัวใจว่ามีความผิดปกติหรือไม่ โดยผู้ป่วยยังคงสามารถทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

4.ตรวจระบบประสาทอัตโนมัติ (Autonomic Nervous System)

เป็นการตรวจที่มีความคล้ายคลึงกับการตรวจด้วยคลื่นไฟฟ้า แต่จะใช้รูปแบบการตรวจจังหวะการเต้นของหัวใจในการทำกิจกรรม เพื่อเป็นการวัดค่าความดัน

5.ตรวจปัสสาวะ 24 ชั่วโมง (24 Hour Urine Test)

โดยจะให้ผู้ป่วยเก็บปัสสาวะของตนเองภายในเวลา 24 ชั่วโมง เมื่อครบตามกำหนดจึงนำปัสสาวะที่เก็บได้นำมาตรวจทางห้องปฏิบัติการต่อไป (ปัสสาวะที่เก็บ ควรนำมาเก็บไว้ในที่เย็น)

วิธีรักษาความดันต่ำ

การรักษาภาวะความดันต่ำ สามารถที่แบ่งได้ 2 รูปแบบคือ ภาวะความดันต่ำที่ไม่รุนแรง และภาวะความดันต่ำที่รุนแรง โดยการดูแลรักษาแต่ละรูปแบบสามารถแบ่งได้ดังนี้

ภาวะความดันต่ำที่ไม่รุนแรง

1.เมื่อมีอาการที่มาจากภาวะความดันต่ำ อย่างเช่น อาการเวียนศีรษะ แนะนำให้ผู้ป่วยหยุดทำกิจกรรมทุกอย่างตรงหน้า แล้วรีบนั่งพักเพื่อให้อาการดีขึ้น

2.หลีกเลี่ยงการยืนเป็นเวลานาน

3.แบ่งอาหารไว้รับประทานเป็นมื้อย่อยเล็กๆ

ภาวะความดันต่ำที่รุนแรง

1.รักษาด้วยยา

สำหรับการรักษาด้วยยานั้นจะต้องเป็นยาที่แพทย์สั่ง หรืออยู่ในความดูแลของแพทย์เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน โดยยาที่ใช้ในการรักษา เช่น ยาเพิ่มความดันโลหิต ยาทางจิตเวช และสเตียรอยด์

2.ให้น้ำเกลือ

เมื่อเกิดภาวะความดันต่ำ ก็จะมีภาวะร่างกายขาดน้ำและเกลือแร่ เพราะฉะนั้นการให้น้ำเกลือจึงเป็นการรักษาอีกรูปแบบหนึ่ง โดยจะช่วยปรับให้ระดับความดันโลหิตสูงขึ้นได้

วิธีป้องกัน/ดูแลตัวเองเมื่อเป็นความดันต่ำ

สำหรับภาวะความดันต่ำ ไม่ว่าใครก็ล้วนมีความเสี่ยงที่จะเป็นได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นแล้ว การดูแลสุขภาพร่างกายตนเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการที่จะเกิดภาวะความดันต่ำ ตลอดจนผู้ป่วยที่เป็นความดันต่ำก็สามารถดูแลตนเองเพื่อให้อาการดีขึ้น โดยสามารถที่จะปฏิบัติตนได้ดังนี้

จะเห็นได้ว่าความดันต่ำ ถึงแม้จะดูเป็นภาวะที่ไม่อันตราย แต่ก็สามารถทำให้เกิดผลข้างเคียงอื่นๆ ตามมาจากอาการของความดันต่ำ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพ ผู้ป่วยจึงควรที่จะต้องดูแลตัวเองให้เหมาะสมอยู่เสมอ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่