Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
พฤติกรรม

การสูญเสียการทรงตัวในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,126,732 คน

การสูญเสียการทรงตัวในแมว

การสูญเสียการทรงตัว โรคเกี่ยวกับระบบการทรงตัวของแมว

อาการของการเดินเซแยกได้เป็น 3 ชนิด ได้แก่ การรับรู้การทรงตัว ระบบการทรงตัวรอบนอก (vestibular) และสมองส่วน cerebella ทั้งสามแบบนี้ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของความสัมพันธ์ในการใช้ขา แต่ความผิดปกติของระบบทรงตัวรอบนอกและสมอส่วน cerebella จะทำให้เกิดความผิดปตกิในการเคลื่อนไหวของหัวและคอ โดยทั่วไปอาการเดินเซจะเกี่ยวข้องกับความผิดปกติในการรับรู้ที่ทำให้สูญเสียความสัมพันธ์ในการทำงานของขา หัว และ/หรือระยางค์

การเดินเซจากความผิดปกติของการรับรู้การทรงตัว (proprioceptive ataxia) จะเกิดขึ้นเมื่อไขสันหลังถูกกดทับอย่างช้า ๆ อาการผิดปกติที่มักพบคือการวางเท้าผิดปกติ ร่วมกับเกิดภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงเมื่อการเกิดโรคดำเนินไป ความผิดปกติของการรับรู้การทรงตัวสามารถเกิดจากความผิดปกติของไขสันหลัง ก้านสมอง และสมองส่วน cerebrum

เส้นประสาท vestibulocochlear จะนำข้อมูลเกี่ยวกับการทรงตัวจากหูชั้นในไปยังสมอง ความเสียหายของเส้นประสาท vestibulocochlear จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการวางตำแหน่งของหัวและคอ สัตว์ที่ได้รับผลกระทบอาจมีการรับรู้ในการเคลื่อนไหวผิดไป หรืออาจมีปัญหากับการได้ยิน อาการที่แสดงให้เห็นชัดเจน ได้แก่ ยืนพิง สะดุด ล้ม หรือแม้กระทั่งกลิ้งไปเลย อาการผิดปกติของระบบการทรงตัวในสมองมักจะพบการเคลื่อนไหวของดวงตาเปลี่ยนแปลง การรับรู้ผิดปกติ ขาอ่อนแรง (ขาเดียว หรือซีกหนึ่งของร่างกาย) อาการเกี่ยวกับเส้นประสาทสมอง และง่วงซึม กึ่งสลบ หรือโคม่า อาการผิดปกติของระบบการทรงตัวรอบนอกจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาวะทางจิต การเคลื่อนที่ของตาในแนวนอน การรับรู้ผิดปกติ หรือขาอ่อนแรง

สภาวะสูญเสียการทรงตัวที่เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วน cerebellum จะแสดงอาการเกี่ยวกับการทำงานของขา หัว และคอไม่สัมพันธ์กัน เดินกว้างกว่าปกติ เดินแปลก หัวสั่น ร่างกายสั่น และเดินเหวี่ยงขาหลัง การแสดงออกของเส้นประสาทสั่งการผิดปกติ

อาการ

  • ขาอ่อนแรง
    • อาจส่งผลเพียงหนึ่งขา หรือมากกว่านั้น
    • อาจส่งผลเพียงขาหลัง หรือซีกใดซีดหนึ่งของร่างกาย
  • หัวเอียงไปด้านหนึ่ง
  • มีปัญหาเกี่ยวกับการได้ยิน ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียกในโทนปกติ
  • เดินกระแทกเท้า เดินสะดุด เดินเหวี่ยงขา
  • ซึมผิดปกติ หรืออยู่ในสภาวะกึ่งสลบ
  • พฤติกรรมเปลี่ยนแปลง
  • ตาเคลื่อนไหวผิดปกติ
  • สูญเสียความอยากอาหารเนื่องจากมีอาการคลื่นเหียน (อาการของการเมารถจากการสูญเสียสมดุลในการทรงตัว)

สาเหตุ

  • ระบบประสาท
    • Cerebellar
    • การเสื่อมสภาพ
      • Abiotrophy (การสูญเสียการทำงานของสมองส่วน cerebellum)
    • ความพิการ
      • การเจริญผิดปกติของตัวอ่อนที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้หัดในแมว
      • ถุงน้ำที่อยู่ใกล้โพรงสมองที่สี่
    • มะเร็ง
    • การติดเชื้อ โรคช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว (FIP)
    • การอักเสบ อาจไม่ทราบสาเหตุหรือเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง
    • สารพิษ
  • ระบบการทรงตัวในสมอง
    • การติดเชื้อ โรคช่องท้องอักเสบติดต่อในแมว (FIP) โรคพยาธิเม็ดเลือด
    • การอักเสบ อาจไม่ทราบสาเหตุหรือเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง
    • สารพิษ
  • ระบบการทรงตัวรอบนอก
    • การติดเชื้อ
      • หูชั้นกลาง
      • เชื้อรา
    • โรคที่ไม่ทราบสาเหตุ
    • ระบบการเผาผลาญของร่างกาย
    • มะเร็ง
    • การบาดเจ็บ
  • ไขสันหลัง
    • การเสื่อมของเส้นประสาทหลักและไขสันหลัง
    • โรคเกี่ยวกับหลอดเลือด
      • การขาดเลือดไปเลี้ยงระบบประสาทเนื่องจากากรอุดตันของหลอดเลือดจากลิ่มเลือด
    • พิการ
      • ไขสันหลังและกระดูกสันหลังเจริญเติบโตผิดปกติ
      • ถุงน้ำในไขสันหลัง
    • มะเร็ง
    • การติดเชื้อ
    • การบาดเจ็บ
  • ระบบเผาผลาญของร่างกาย
    • ภาวะโลหิตจาง
    • ภาวะอิเล็กโทรไลท์ไม่สมดุล โพแทสเซียมต่ำและน้ำตาลในเลือดต่ำ

การวินิจฉัย

เจ้าของจะต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติสุขภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างละเอียด ทั้งอาการและเหตุการณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติที่เกิดขึ้น สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายพื้นฐาน เช่น ตรวจเลือดทั้งหมดและตรวจปัสสาวะ

การใช้ภาพในการวินิจฉัยเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการประเมินโรคในระบบการทรงตัวรอบนอก ไขสันหลัง หรือสมองส่วน cerebellum การทำ CT-scan, MRI, myeolography และการ X-rays ไขสันหลังจะช่วยในการวินิจฉัยและไม่ทำให้เกิดความเสียกายต่อร่างกาย การ X-rays ช่องอกและช่องท้องเป็นสิ่งที่สำคัญในการประเมินโรคมะเร็งหรือการติดเชื้อราในร่างกาย การอัลตราซาวด์ช่องท้องควรทำเพื่อตรวจสอบการทำงานของตับ ไต ต่อมหมวกไต หรือตับอ่อน

หากสงสัยว่ามีความผิดปตกิของระบบประสาทจะต้องเก็บตัวอย่างจากน้ำไขสันหลังเพื่อนำไปวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการณ์

การรักษา

สัตว์ป่วยอาจสามารถกลับไปรักษาตัวที่บ้านได้หากอาการเสียการทรงตัวไม่รุนแรงหรือสาเหตุไม่ได้เป็นอันตรายถึงขีวิต หลีกเลี่ยงการให้ยาโดยไม่ปรึกษาสัตวแพทย์ก่อน เนื่องจากยาหลายชนิดอาจเป็นสาเหตุของความผิดปกติหรือบดบังสาเหตุของความผิดปกติ การรักษาควรรักษาจากสาเหตุที่ทำให้เกิดความผิดปกติ

การจัดการ

ควรลดหรือจำกัดการเคลื่อนไหวของแมวหากสงสัยโรคเกี่ยวกับไขสันหลัง แม้จะไม่มีการวินิจฉัยยืนยันโรคเกี่ยวกับไขสันหลังก็จะอาจต้องให้แมวพักฟื้นในกรงหรือพื้นที่จำกัดหากไม่สามารถจำกัดการเคลื่อนไหวของแมวได้ การจำกัดการเคลื่อนไหวเป็นสิ่งสำคัญเนื่องจากแมวมีนิสัยชอบปีนป่ายและอาจตกลงมาจนเกิดการบาดเจ็บมากขึ้น ควรสังเกตุลักษณะการเดินของแมวว่ามีความผิดปกติมากขึ้นหรือดูอ่อนแรงกว่าเดิมหรือไม่ หากอาการแย่ลงควรปรึกษาสัตวแพทย์ทันที

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม