โรคตับในแมว

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 16, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 893,191 คน

ความผิดปกติของการสะสมทองแดงในตับ

ความผิดปกติของการสะสมทองแดงในตับเป็นอาการที่มีสาเหตุมาจากการสะสมของทองแดงในตับที่ผิดปกติ นำไปสู่ภาวะไวรัสตับอักเสบและตับแข็งในระยะยาว อาการนี้เชื่อว่าเป็นอาการทุติยภูมิของอาการปฐมภูมิ ซึ่งมักจะเป็นผลของการดูดซึมทองแดงที่เป็นโดยกรรมพันธุ์

โรคนี้สามารถพบได้ในแมว แต่ก็ถือว่าเกิดขึ้นได้น้อยมาก

อาการที่พบ

โรคปฐมภูมิที่เกี่ยวกับทองแดงในตับ หรือทางการแพทย์จะเรียกว่า โรคตับ โดยทั่วไปแล้วจะอยู่ในหนึ่งในกลุ่มเหล่านี้

  • โรคที่แสดงอาการไม่ชัดเจน: คือมีอาการป่วยทางพยาธิสภาพแต่ไม่แสดงอาการป่วยที่ผิดปกติหรือความเปลี่ยนแปลงใด ๆ
  • โรคเฉียบพลัน ที่มักเกิดขึ้นบ่อย ๆ กับแมวเด็ก ซึ่งอาการของโรคอาจส่งผลถึงการตายของเนื้อเยื่อตับ เช่น ตับอักเสบ
  • โรคเรื้อรังที่มักเกิดขึ้นกับแมววัยกลางหรืออายุมากที่มีโรคตับอักเสบเรื้อรัง ซึ่งตับได้ถูกทำลายและมีแผลเป็น หรือเรียกว่า ตับแข็ง

โดยตรงกันข้าม  โรคตับขั้นทุติยภูมิแสดงอาการที่เพิ่มมากขึ้นของโรคตับเนื่องจากโรคตับอักเสบหรือตับแข็ง เช่น โรคท่อน้ำดีตีบตัน เป็นอาการที่น้ำดีไม่สามารถเคลื่อนที่จากตับมายังบริเวณของลำไส้เล็กได้ เนื่องจากการอุดตันบริเวณท่อน้ำดีนั่นเอง ซึ่งความผิดปกติของการไหลเวียนของน้ำดีส่งผลในการเก็บรักษาธาตุทองแดงในขั้นทุติยภูมิ

ทั้งโรคเฉียบพลันและโรคเรื้อรังจะแสดงอาการดังนี้

โรคเฉียบพลัน:

  • เซื่องซึม
  • เบื่ออาหาร
  • ซึมเศร้า
  • อาเจียน
  • ผิวหนังและเนื้อเยื่อส่วนเปียกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง (โรคดีซ่าน)
  • เยื่อเมือกมีสีซีดเนื่องจากมีความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดงต่ำ; หรือที่เรียกว่า โรคโลหิตจาง
  • ปัสสาวะมีสีเข้มจากระดับของบิลิรูบิน (bilirubinuria)
  • ภาวะปัสสาวะมีฮีโมโกลบิน

โรคเรื้อรัง

  • เซื่องซึม
  • ซึมเศร้า
  • เบื่ออาหาร
  • น้ำหนักลด
  • อาเจียน
  • ท้องเสีย
  • ปัสสาวะมาก, ดื่มน้ำมาก
  • ท้องอืดเนื่องจากน้ำขังอยู่ในช่องท้องเป็นจำนวนมาก (ท้องมาน)
  • ผิวหนังและเนื้อเยื่อส่วนเปียกเปลี่ยนเป็นสีเหลือง (โรคดีซ่าน)
  • ภาวะเลือดออกผิดปกติ อุจจาระมีสีดำ
  • โรคสมองจากตับ เนื่องจากตับถูกทำลายไม่สามารถทำลายสารซึ่งเป็นพิษต่อสมอง เช่น แอมโมเนีย ได้

สาเหตุ

ความผิดปกติของการสะสมทองแดงในตับในแมวยังคงเป็นอาการที่หาสาเหตุไม่ได้ อย่างไรก็ตาม จะสังเกตได้ว่าแมวที่มีอาการของโรคจะตรวจพบว่าตับมีความผิดปกติในการดูดซึมธาตุทองแดง หรือ ไม่สามารถกำจัดธาตุทองแดงได้อย่างถูกต้อง

การวินิจฉัยโรค

สัตวแพทย์จะทำการตรวจคุณสมบัติทางเคมี ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด และปัสสาวะ คุณจะต้องให้ประวัติเกี่ยวกับสุขภาพรวมถึงอาการและสิ่งที่ก่อให้เกิดอาการ ประวัติที่คุณให้กับแพทย์จะช่วยให้เบาะแสว่าอาการนี้เกิดจากแหล่งที่เป็นปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ

หลังจากนั้นก็จะมีการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากตับของแมวของคุณไปทำการตรวจในห้องปฏิบัติการ และการทำอัลตราซาวด์บริเวณช่องท้องเพื่อตรวจสอบสภาพของตับ

การรักษา

ถ้าแมวของคุณแสดงอาการของตับล้มเหลว การรักษาภายในโรงพยาบาลด้วยการให้น้ำเกลือและอาหารเสริมที่มีสารละลายอิเล็คโทรไลด์เป็นสิ่งจำเป็นมาก แต่ส่วนมากแล้วสัตว์จะได้รับการรักษาอย่างคนไข้นอก การรักษาจะได้รับการระบุว่าเป็นโรคเฉียบพลันหรือโรคเรื้อรัง หรือแม้กระทั่งว่า เป็นโรคตับแข็งหรือไม่

ในแทบจะทุกกรณี การปรับเปลี่ยนโภชนาการของแมวและจัดหาอาหารที่มีธาตุทองแดงต่ำได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพที่สุด อย่างไรก็ตาม อาหารในท้องตลาดส่วนมากมีธาตุทองแดงผสมอยู่มากเกินไป เพราะฉะนั้นคุณจะต้องวางแผนเรื่องโภชนาการให้กับแมวของคุณ โดยอาศัยแนวทางจากสัตวแพทย์ และทำตามคำแนะนำอย่างระมัดระวังหลีกเลี่ยงการให้อาหารเสริมที่มีแร่ธาตุทองแดงกับแมว หรือถ้าจำเป็น สัตวแพทย์จะสั่งจ่ายวิตามินชนิดละลายในน้ำได้ให้แทน

ในกรณีที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนักอาจจะมีการตัดเนื้อเยื่อตับไปตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อหาความผิดปกติของการสะสมทองแดงในตับและดูการตอบสนองของการรักษา พึงระวังไว้ว่าสัตว์ที่มีอาการของตับล้มเหลวจะมีความเสี่ยงที่จะต้องได้รับการผ่าตัดและวางยา

การบริหารและการใช้ชีวิต

หลังจากได้รับการรักษาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี แมวของคุณควรจะได้รับการตัดเนื้อเยื่อไปตรวจอีกครั้งเพื่อดูประสิทธิภาพของการรักษา จะต้องมีการทำการตรวจเลือดเพิ่มทุก ๆ 4-6 เดือนเพื่อตรวจวัดระดับของเอ็นไซม์ในตับ สัตวแพทย์อาจจะขอให้คุณคอยเฝ้าดูและจดบันทึกน้ำหนักของแมวของคุณ

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

หากคุณยังมีคำถามเพิ่มเติม กรุณาเขียนถามสัตวแพทย์ที่นี่

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งคำถาม