การวินิจฉัยโรคมะเร็งตับ สามารถตรวจอย่างไรให้แน่ใจว่าไม่ได้เป็นมะเร็งตับ?

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 496,089 คน

การตรวจคัดกรอง (Screening) มักใช้วิธีการตรวจภาพถ่ายและการตรวจเลือด นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจได้รับการตรวจรูปแบบอื่นๆ ขึ้นอยู่กับผลตรวจที่ได้รับ

เนื่องจากในระยะเริ่มแรก ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งตับมักไม่มีหรือแสดงอาการของโรค จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้บุคคลที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคมะเร็งตับควรได้รับการตรวจคัดกรองเป็นประจำ

โรคมะเร็งตับกำลังเพิ่มมากขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา และ 2 ปัจจัยหลักที่ทำให้โรคมะเร็งตับเพิ่มขึ้น คือ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ซึ่งการติดเชื้อไวรัสทั้งสองชนิดนี้ทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคตับเรื้อรังหรือเป็นโรคตับแข็ง ทั้งนี้ 3% ของผู้ป่วยที่เป็นโรคตับเรื้อรังทั้งหมดจะเป็นโรคมะเร็งตับ

การคัดกรองผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

การวินิจฉัยและการรักษาโรคตั้งแต่ระยะเริ่มแรกสามารถทำให้เห็นถึงความแตกต่างได้ องค์กรไวรัสตับอักเสบบีจึงสนับสนุนให้บุคคลคที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคมะเร็งตับเข้าตรวจคัดกรองโรคทุกๆ 6 เดือน
บุคคลเหล่านั้น ประกอบไปด้วย

  • ผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปี ขึ้นไป ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและมีภาวะตับแข็ง
  • ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปี ขึ้นไป ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและมีภาวะตับแข็ง
  • ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและมีประวัติครอบครัวเป็นโรคมะเร็งตับ
  • ผู้ที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี

ผู้ที่เป็นตับแข็ง ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม ควรได้รับการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตับเป็นประจำเช่นกัน

การตรวจแบบอัลตราซาวด์ (Ultrasound) และการตรวจเลือด

วิธีการหลักในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งตับ คือ วิธีการตรวจแบบอัลตราซาวด์ทางช่องท้อง ซึ่งวิธีนี้เป็นการใช้คลื่นเสียงความถี่สูง โดยเจ้าหน้าที่จะการขยับเครื่องมือไปมาบนหน้าท้องในตำแหน่งของตับ ขณะทำการตรวจคลื่นเสียงจะทะลุผ่านผนังหน้าท้องและสะท้อนกลับมา จึงทำให้เห็นเป็นภาพบนหน้าจอรับภาพ การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูงนี้สามารถเห็นก้อนเนื้องอกได้

การตรวจแบบอัลตราซาวด์จำเป็นต้องทำควบคู่ไปกับการตรวจเลือดเพื่อหาแอลฟ่าฟีโตโปรตีนหรือเอเอฟพี (Alpha-fetoprotein หรือ AFP) AFP เป็นโปรตีนที่พบได้ในเลือดของทารกในครรภ์และจะหมดไปเมื่อทารกคลอดออกมา หากตรวจพบโปรตีนชนิดนี้ในผู้ใหญ่จะเป็นสัญญาณเตือนเรื่องของโรคมะเร็ง รวมถึงโรคมะเร็งตับด้วย โดยผู้เชี่ยวชาญบางท่าน กล่าวไว้ว่า การตรวจ AFP ไม่ได้มีความแม่นยำเสมอไป แต่ผู้เชี่ยวชาญทุกท่านเห็นตรงกันว่า การตรวจ AFP นั้นมีประโยชน์ เนื่องจากการตรวจพบ AFP ในเลือดและการตรวจเจอก้อนเนื้อที่ตับจากการตรวจแบบอัลตราซาวด์ถือเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ควรได้รับการตรวจค้นเพิ่มเติมต่อไป อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบค่า AFP สูงผิดปกติ ถึงแม้ผลการตรวจแบบอัลตราซาวด์จะปกติ ก็ควรได้รับการตรวจค้นเพิ่มเติมเช่นเดียวกัน

การตรวจภาพถ่ายเพิ่มเติม

หากตรวจพบอาการแสดงของโรคมะเร็งตับจากการตรวจคัดกรอง แพทย์แนะนำให้ตรวจค้นเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยต่อไป ซึ่งวิธีการตรวจเหล่านี้ ประกอบไปด้วย

  • เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (Computed Tomography) : การตรวจด้วยวิธีนี้จะให้รายละเอียดของอวัยวะภายในได้มากขึ้น เครื่องเอ็กซเรย์จะเคลื่อนที่ไปรอบตัวคุณ และใช้คอมพิวเตอร์ในการตัดภาพอวัยวะต่างๆรวมถึงตับ ก่อนจะถ่ายเอกซเรย์คุณจะได้รับการฉีดสีเพื่อช่วยให้มองเห็นตับได้ชัดเจนขึ้น
  • เอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Resonance Imaging) : การตรวจด้วยวิธีนี้จะให้รายละเอียดของอวัยวะภายในได้มากขึ้นเช่นกัน เอ็มอาร์ไออาศัยการทำงานของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นเสียงแทนการถ่ายภาพรังสี ก่อนจะทำเอ็มอาร์ไอจะได้รับการฉีดสีเช่นเดียวกัน การตรวจวิธีนี้ คุณจะต้องนอนในอุโมงค์ขนาดใหญ่เป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมง ดังนั้นอาจจะมีความรู้สึกอึดอัดได้บ้าง เครื่องรุ่นใหม่พยายามออกแบบให้มีพื้นที่กว้างมากขึ้นเพื่อลดความอึดอัด
  • การฉีดสีหลอดเลือดแดง (Angiography) : วิธีนี้จะทำให้แพทย์สามารถเห็นภาพเอ็กซเรย์หลอดเลือดภายในและรอบๆ ตับ โดยแพทย์จะใส่ท่อเล็กๆเข้าไปในหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงตับ  เพื่อฉีดสารทึบแสงเอ็กซเรย์เข้าไป และถ่ายภาพเอ๊กซเรย์  

แพทย์รังสีที่มีประสบการณ์จะสามารถสังเกตเห็นเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงที่ก้อนเนื้องอกและอาจสามารถบอกได้ว่าเนื้องอกที่เห็นนั้นสามารถผ่าตัดรักษาได้หรือไม่ การฉีดสีหลอดเลือดแดงในบางครั้งจะทำร่วมกับเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หรือเอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อให้ได้รายละเอียดมากขึ้น

การตัดชิ้นเนื้อตับ (Liver Biopsy)

บางครั้ง การมองเห็นก้อนเนื้องอกจากภาพถ่ายรังสีร่วมกับ AFP สูง สามารถวินิจฉัยได้แล้วว่าเป็นมะเร็งตับ แต่อย่างไรก็ตามผู้ป่วยมักจะได้การตัดชิ้นเนื้อตับไปตรวจเพื่อยืนยันการวินิจฉัย การตัดชิ้นเนื้อตับอาจจะตัดทั้งก้อนเนื้องอกหรือตัดเพียงบางส่วนแล้วจะส่งต่อไปให้พยาธิแพทย์ตรวจดูภายใต้กล้องจุลทรรศน์ว่ามีเซลล์มะเร็งหรือไม่ แพทย์อาจจะเลือกวิธีการตัดชิ้นเนื้อที่แตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละคนตามความเหมาะสม ซึ่งการตัดชิ้นเนื้อมีหลายวิธี ดังนี้

  • การใช้เข็มดูดชิ้นเนื้อ (Needle Biopsy) : แพทย์จะใช้เข็มกลวงเจาะผ่านชั้นผิวหนังลงไปในช่องท้องและไปถึงตับ แล้วดูดเซลล์ขึ้นมา  แล้วนำเซลล์ที่ได้ส่งให้พยาธิแพทย์ตรวจวิเคราะห์ชนิดของเซลล์
  • การส่องกล้องทางหน้าท้องเพื่อตัดชิ้นเนื้อ (Laparoscopic Biopsy) : แพทย์จะใส่ท่อขนาดเล็กที่มีกล้องติดไว้เข้าไปในช่องท้อง โดยมีแผลขนาดเล็กที่ผิวหนัง กล้องจะส่งภาพออกมาที่หน้าจอแสดงภาพ แพทย์จะมองเห็นตับและก้อนเนื้องอกที่ผิดปกติได้ จึงสามารถตัดเอาบริเวณที่ผิดปกติบางส่วนออกมาตรวจได้
  • การผ่าตัดชิ้นเนื้อ (Surgical Biopsy) : แพทย์ส่วนใหญ่เลือกที่จะทำวิธีนี้ก่อนที่จะผ่าตัดใหญ่เพื่อนำก้อนเนื้องอกออก แต่ในบางกรณีแพทย์อาจจะทำการตัดชิ้นเนื้อไปตรวจพร้อมกับการผ่าตัดใหญ่เพื่อตัดก้อนเนื้อและเนื้อตับบางส่วนออกไปในคราวเดียวกัน

การตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

แพทย์อาจทำการตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจการทำงานของตับและไต ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดแดง และการแข็งตัวของเลือด เพื่อที่จะประเมินการทำงานของตับและอวัยวะอื่นว่าทำงานได้ปกติหรือไม่ แข็งแรงเพียงพอที่จะผ่าตัด หรือให้เคมีบำบัดและฉายแสงหรือไม่

ดูคำถามและคำตอบอื่นๆที่เกี่ยวกับอาการนี้

ไวรัสตับ บี มีโอกาศหายมั้ยค่ะ
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้ป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้ายควรมีการปฎิบัติตัวอย่างไรคะ?
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ผลตรวจ มะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งลำใส้ มะเร็งตับ ผลมีความเสี่ยงมั้ยครับ ค่า Monocyte ที่ขีด - ถือว่าปกติมั้ยครับ (มีรอยช้ำที่ขาแถวน่าแข็ง 1 ที่ ไม่แน่ใจว่าเกิดจากการออกกำลังกายหรือเปล่า หรือชนอะไรมา และก็มีเลือดออกไรฟัน แต่ไม่บ่อยครับ (ส่วนตัวเลือดที่ออกตรง...
คำถามนี้ได้การตอบจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่