Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
มะเร็งและโรคร้าย

วิงเวียนศีรษะ (Lightheadedness)

อาการวิงเวียนศีรษะ สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุที่รุนแรงสุด คือโรคหลอดเลือดสมอง ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด และการเสียเลือดในปริมาณมาก
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 20 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 531,365 คน

วิงเวียนศีรษะ (Lightheadedness)


อาการวิงเวียนศีรษะ คือ อาการรู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม รู้สึกว่าร่างกายหนักกว่าปกติ มึนงง ทรงตัวไม่อยู่ มีอาการตาพร่ามัว แม้อาการนี้จะไม่ได้มีความรุนแรงมาก แต่ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหกล้ม และอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคบางอย่างได้

อาการวิงเวียนศีรษะมักเกิดได้บ่อยเมื่อมีการเปลี่ยนอิริยาบถจากท่านั่งมาเป็นท่ายืนเร็วเกินไป ทำให้เลือดไหลเวียนไปที่สมองลดลง แต่ถ้านั่งลงหรือนอนราบลงนิ่งๆ ประมาณ 5-10 นาที อาการจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง  

อีกหนึ่งอาการวิงเวียนที่พบได้บ่อย คือ อาการเวียนศีรษะบ้านหมุน (Vertigo) ที่ทำให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมภายนอกกำลังหมุนอยู่ หลายคนรู้สึกว่าตนเองกำลังลอย เอียง โยก หรือหมุนวน ผู้ที่มีอาการนี้มักมีสาเหตุมาจากโรคของหูชั้นใน (Inner Ear Disorders) ที่ส่งสัญญาณไปยังสมองไม่สอดคล้องกับสิ่งที่ตามองเห็นและการรับความรู้สึกของเส้นประสาท

สาเหตุของอาการวิงเวียนศีรษะ

นอกจากอาการขาดน้ำและการเปลี่ยนอิริยาบถร่างกายที่เร็วเกินไป ยังมีสาเหตุอื่นที่ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ ได้แก่

  • โรคหัวใจ เช่น กล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด หรือ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • เลือดออกภายในร่างกาย (Internal Bleeding)
  • ภาวะช็อก (Shock) ทำให้ความดันโลหิตต่ำลงอย่างรวดเร็ว
  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • อาการแพ้ (Allergy)
  • การเมาความสูง (Altitude Sickness)
  • เป็นไข้หวัด (Fever)
  • เป็นไข้หวัดใหญ่ (Influenza)
  • น้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia)
  • สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือการใช้ยาเสพติด
  • ร่างกายขาดน้ำจากอาการอาเจียน ท้องเสีย เป็นไข้ และจากโรคอื่นๆ
  • หายใจลึก หรือ หายใจเร็ว (Hyperventilation)
  • วิตกกังวลและความเครียด

เมื่อไรที่ต้องไปพบแพทย์

หากพบอาการต่อไปนี้ร่วมกับการวิงเวียนศีรษะ ให้รีบโทรสายด่วน 1669 ทันที เพราะอาจเกิดจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด หรือโรคหลอดเลือดสมอง

  • ใบหน้าหย่อนลงมาข้างใดข้างหนึ่ง
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • รู้สึกแน่นหน้าอก หรือเจ็บหน้าอก
  • หายใจลำบาก
  • เหงื่อออกแบบไม่ทราบสาเหตุ

การรักษาอาการวิงเวียนศีรษะ

อาการวิงเวียนศีรษะที่ไม่ได้เกิดจากภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ มักจะมีอาการดีขึ้นเองในเวลาไม่นาน ซึ่งผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองที่บ้านได้ ด้วยการดื่มน้ำให้มากขึ้น รับประทานหรือดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ และนอนราบหรือนั่งลงเพื่อให้ศีรษะต่ำลง

สำหรับผู้ที่มีอาการวิงเวียนศีรษะรุนแรง หรือดูแลตัวเองที่บ้านแล้ว แต่อาการยังไม่หายไป ก็อาจต้องรักษาด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

  • รับประทานอาหารที่มีปริมาณเกลือต่ำ
  • การให้ยาต้านอาเจียน
  • การให้ยาคลายกังวล เช่น Diazepam หรือ Alprazolam
  • การให้ยาแก้ปวดศีรษะไมเกรน
  • การฝึกการทรงตัว การบริหารและฝึกระบบประสาททรงตัว (Vestibular Rehabilitation)
  • การให้ยาปฏิชีวนะชนิดฉีดในกรณีที่อาการวิงเวียนศีรษะเกิดจากการติดเชื้อที่หู

การป้องกันอาการวิงเวียนศีรษะ

ควรลุกขึ้นยืนช้าๆ หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว ดื่มน้ำให้เพียงพอเมื่อเจ็บป่วยหรือกำลังออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจ้า หลีกเลี่ยงการได้รับสารใดๆ ที่ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ เช่น แอลกอฮอล์ หรือการสูบบุหรี่ จะช่วยป้องกันอาการวิงเวียนศีรษะได้


ที่มาของข้อมูล

Rachel Nall, Lightheadedness (https://www.healthline.com/health/lightheadedness), July 18, 2016.


บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป