การดูแลผู้อื่น

การยกและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (Lifting and Moving)

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
Istock 479023186 %281%29

การยกและเคลื่อนย้ายถือเป็นบทบาทที่สำคัญของผู้ปฏิบัติการฉุกเฉินเบื้องต้น เนื่องจากการยกและเคลื่อนย้ายที่ไม่ถูกวิธี เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยเกิดความพิการและเสียชีวิตได้ นั่นหมายถึงว่าการช่วยเหลือที่ไม่ถูกต้อง แทนที่จะเป็นการช่วยให้ผู้ป่วยปลอดภัย แต่กลับเป็นการทำให้ผู้ป่วยได้รับอันตรายเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การยกและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ถูกวิธี จะช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับตัวผู้ช่วยเหลือเองด้วย เนื่องจากในแต่ละปีมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการยกและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างผิดวิธี ดังนั้นผู้ปฏิบัติการทุกคน จึงควรฝึกฝนทักษะการยกและเคลื่อนย้ายอย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับสภาวะผู้ป่วยแต่ละคน เพื่อความปลอดภัยทั้งตัวผู้ปฏิบัติการเองและผู้ป่วย

กฎทั่วไปในการยกและเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

การยกและการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี แต่หลักการเหมือนกันโดยมีกฎทั่วไปในการยกและเคลื่อนย้าย คือ

1. บอกเล่าแผนการกับผู้ที่มาช่วยว่าจะทำอะไรเพื่อให้เข้าใจตรงกันก่อนการยกและเคลื่อนย้าย และที่สำคัญก็ต้องบอกผู้ป่วยด้วยว่าจะต้องทำอะไรกับเขาบ้าง

2. ประมาณกำลังที่จะยกผู้ป่วย ถ้าไม่แน่ใจว่ายกไหว ต้องหาคนช่วยให้มากพอห้ามลองยกเด็ดขาด เพราะผู้ป่วยจะได้รับอันตราย และพิจารณาใช้วิธีการยกและเคลื่อนย้ายให้เหมาะสมกับสภาพผู้ป่วยด้วย

3. การระวังความปลอดภัย ห้ามทำหลังงอเวลายก เพราะจะทำให้หมอนรองกระดูกหลังเคลื่อน เกิดอาการปวดหลัง หรือเสียวแปลบตามเส้นประสาท ดังนั้นต้องให้หลังตรงเสมอ ให้น้ำหนักที่ยกอยู่ใกล้ตัวมากที่สุด

4. ท่าทางในการยกและเคลื่อนย้าย ให้ยืนในตำแหน่งที่เหมาะสม เวลายกผู้ป่วยต้องย่อขา งอเข่า และหนีบแขน กำมือที่จับผู้ป่วยให้แน่น ให้แขนอยู่แนบลำตัวมากที่สุด จะทำให้ได้แรงมาก เวลายกให้ยกขึ้นตรงๆ

5. ต้องยกผู้ป่วยโดยให้ตัวเราอยู่ในสมดุล น้ำหนักจะได้ลงที่ศูนย์กลางลำตัว ทำให้ออกแรงได้เต็มที่ และตัวผู้ยกเองก็จะปลอดภัย ไม่เกิดการบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อและเส้นประสาท

6. ต้องทำด้วยความละมุนละม่อมที่สุด เราต้องการให้คนอื่นปฏิบัติต่อเราอย่างไร ก็ควรปฏิบัติเช่นนั้นต่อผู้อื่นด้วย

หลักสำคัญที่จะต้องยึดถือเสมอ เมื่อจะทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย

1. อย่าเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยไม่จำเป็น ยกเว้นอาการไม่ปลอดภัยหรือสถานการณ์ที่เกิดเหตุไม่ปลอดภัย

2. ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลังโดยไม่ได้ดามกระดูกก่อน

3. ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยที่ยังไม่ได้แก้ไขส่วนที่บาดเจ็บ

4. ห้ามทิ้งผู้ป่วยที่หมดสติอยู่เพียงลำพัง เพราะผู้ป่วยอาจมีอาการทรุดลงเมื่อไรก็ได้

5. ห้ามทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บมากขึ้น

6. ห้ามทำในสิ่งที่ไม่รู้หรือไม่แน่ใจ ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าควรอย่างไร อย่าตัดสินใจกระทำในสิ่งที่ไม่รู้โดยเด็ดขาด

การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย โดยทั่วไปมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ

1. การเคลื่อนย้ายแบบฉุกเฉิน

2. การเคลื่อนย้ายแบบไม่ฉุกเฉิน

1. การเคลื่อนย้ายแบบฉุกเฉิน เป็นการเคลื่อนย้ายที่อันตรายและน่ากลัวที่สุดในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบรีบ

ร้อน คือการทำให้เกิดการบาดเจ็บต่อไขสันหลัง ในผู้ป่วยฉุกเฉินที่เป็นผู้ป่วยอุบัติเหตุ ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยเร็วจากการติดอยู่ในยานพาหนะ ควรใช้อุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันกระดูกสันหลังเท่าที่จะทำได้ ในการดึงต้องพยายามดึงผู้ป่วยตามแนวยาวของลำตัวเพื่อกันอันตรายต่อไขสันหลัง ผู้ป่วยที่จำเป็นจะต้องทำการเคลื่อนย้ายทันที โดยการเคลื่อนย้ายแบบฉุกเฉิน จะใช้ในกรณีที่อาจก่อเกิดอันตรายกับผู้ป่วยถ้าไม่เคลื่อนย้ายเท่านั้น ได้แก่

  • ไฟไหม้หรืออันตรายจากไฟ
  • ระเบิดหรือวัตถุอันตราย
  • สามารถป้องกันอันตรายในที่เกิดเหตุแก่ผู้ป่วยได้
  • ไม่สามารถเข้าถึงผู้ป่วยรายอื่นซึ่งติดอยู่ในยานพาหนะและต้องการการรักษาพยาบาลช่วยชีวิต (หมายถึงผู้ป่วยรายดังกล่าวกีดขวางทางที่จะเข้าช่วยอีกรายหนึ่ง)
  • ไม่สามารถให้การรักษาพยาบาลได้เนื่องจากตำแหน่ง และท่าของผู้ป่วย เช่นผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นขณะนั่งบนเก้าอี้ หรือนอนบนเตียง

แต่อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าผู้ป่วยในกรณีดังกล่าวข้างต้น จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือโดยการเคลื่อนย้ายออกมาจากที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน แต่ขณะเดียวกัน ผู้ช่วยเหลือก็ต้องประเมินสถานการณ์ว่ามีความปลอดภัยเพียงพอกับตัวผู้ช่วยเหลือเองด้วย และในการเคลื่อนย้ายต้องปฏิบัติด้วยความระมัดระวังและรวดเร็ว

1. วิธีการเคลื่อนย้ายแบบฉุกเฉิน

ถ้าผู้ป่วยอยู่ที่พื้นจะสามารถเคลื่อนย้ายได้โดยวิธีต่อไปนี้

วิธีที่ 1 ดึงเสื้อบริเวณคอและไหล่ผู้ป่วย

วิธีที่ 2 ลากทางปลายเท้า โดยใช้มือสองข้างจับบริเวณข้อเท้าผู้ป่วย แล้วดึงเข้าหาตัว แต่ก่อนลาก ให้จัดท่าผู้ป่วย โดยการยกแขนสองข้างของผู้ป่วยให้อยู่เหนือศีรษะของผู้ป่วยก่อน

วิธีที่ 3 ให้ผู้ป่วยนอนบนผ้า ม้วนผ้าด้านลำตัวผู้ป่วยทั้งสองด้าน เว้นผ้าด้านศีรษะไว้ พอสมควร สำหรับใช้ลาก แล้วลากผ้าด้านศีรษะผู้ป่วย

วิธีที่ 4 สอดแขนเข้าไปใต้รักแร้ผู้ป่วยจากด้านหลัง แล้วจับต้นแขนผู้ป่วยไว้ให้แน่นแล้วจึงลากผู้ป่วย

2. วิธีการเคลื่อนย้ายแบบไม่ฉุกเฉิน

การยกและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบไม่ฉุกเฉิน เป็นการยกและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ใช้กับผู้ป่วยที่ไม่มีความจำเป็นต้องรีบเคลื่อนย้าย เช่น ไม่มีภาวะคุกคามต่อชีวิตที่อาจทำ ให้เสียชีวิตได้ในเวลาอันรวดเร็ว หรือไม่อยู่ในสถานการณ์ที่เป็นอันตราย เป็นต้น ซึ่งในการยกและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแบบไม่ฉุกเฉิน มีอยู่หลายวิธี ทั้งแบบที่ใช้อุปกรณ์ และไม่ใช้อุปกรณ์ ดังนั้นผู้ปฏิบัติการต้องพิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย และก่อนทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจะต้องแก้ไขส่วนที่บาดเจ็บก่อน

  • ถ้าผู้ป่วยมีบาดแผลต้องการห้ามเลือดก่อน
  • ถ้าผู้ป่วยมีกระดูกหัก จะต้องดามกระดูกก่อน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยบาดเจ็บมากขึ้นระหว่างการเคลื่อนย้าย

คุณสามารถอ่านข้อมูลดีๆมีประโยชน์แบบนี้ได้เพิ่มเติมที่หนังสือ "คู่มือการปฐมพยาบาลเบื้องต้น (ฉบับพกพา)" โดยส่วนจัดการการท่องเที่ยว สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์แพทย์ และพันธ์ุพืช

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่