Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
การดูแลผู้อื่น

การพยาบาลเพื่อป้องกันการรั่วของยาเคมีบำบัดออกนอกหลอดเลือด

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 1 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,673,279 คน

การพยาบาลเพื่อป้องกันการรั่วของยาเคมีบำบัดออกนอกหลอดเลือด
  1. สังเกตและประเมินอาการที่เกิดจากยารั่วออกนอกหลอดเลือดหลังจากให้ยาเคมีบำบัดแยกความแตกต่างระหว่างปฏิกิริยาที่เกิดจากการได้รับยาตามปกติ เช่น จากการบวมแดงเกิดเกือบทันที (ภายในไม่กี่นาที) มักจะเกิดตามเส้นเลือดและหายไปใน 60-90 นาที ผู้ป่วยจะรู้สึกคันเล็กน้อยและไม่มีอาการปวดใดๆ
  2. ตำแหน่งที่ให้ยาและเนื้อเยื่อโดยรอบ ควรเปิดให้เห็นได้ตลอดเวลา เพื่อการสังเกตได้ง่าย
  3. การพยาบาลเพื่อป้องกันการรั่วของยาเคมีบำบัด มีดังนี้
  • เลือกตำแหน่งที่ดีที่สุดของหลอดเลือดดำที่จะให้ยา โดยเป็นหลอดเลือดดำบริเวณต้นแขน มีการไหลเวียนกลับของเลือดดี ไม่ควรเป็นตำแหน่งที่เคยให้อยู่เดิม และหลีกเลี่ยงหลอดเลือดดำเล็กบริเวณหลังมือ
  • หลีกเลี่ยงการแทงเข็มหลายๆ ครั้งในหลอดเลือดดำเดิม เพื่อป้องกันการรั่วของยา
  • หลังจากแทงเข็มแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าเข้าหลอดเลือด ควรทดสอบโดยการฉีดน้ำเกลือ 5 มิลลิลิตรเข้าหลอดเลือดก่อนให้ยาเคมีบำบัด และทดสอบการไหลย้อนกลับของเลือด เมื่อให้ยาเคมีบำบัดทุก 3-4 มิลลิลิตร เพื่อให้แน่ใจว่าตัวยาอยู่ภายในหลอดเลือด ในระยะที่ให้ยาเคมีบำบัดด้วยการฉีดเข้าหลอดเลือด (Push) และสังเกตหลอดเลือดบริเวณที่ให้ยาเป็นระยะๆ อย่างสม่ำเสมอ
  • ป้องกันการระคายเคืองต่อผนังหลอดเลือดจากยาเคมีบำบัด โดยการเจือจางยาตามที่ระบุไว้ข้างกล่อง และอัตราการให้เป็นไปตามแผนการรักษาอย่างเคร่งครัด
  • ควรหยุดยาทันทีหากพบว่าอาจมีปัญหาเกิดขึ้น เช่น ทดสอบแล้วไม่มีเลือดไหลย้อนกลับ ผู้ป่วยบ่นปวดบริเวณที่แทงเข็ม เป็นต้น
  • เมื่อการให้ยาสิ้นสุดลง ควรตามด้วยน้ำเกลือ 30 มิลลิลิตร จากนั้นกดตำแหน่งที่เอาเข็มออกไว้ประมาณ 4 นาที เพื่อป้องกันการรั่วซึม
  1. หากมีอาการหรืออาการแสดงว่าตัวยารั่วออกนอกหลอดเลือด ควรปฏิบัติ ดังนี้
  • หยุดการให้ยาทันที
  • ให้ทายาบริเวณที่แทงเข็มตามแผนการรักษา
  • ให้คำอธิบายและปลอบใจผู้ป่วยและครอบครัว
  • ประเมินตำแหน่งที่ให้ยา เพื่อดูการอักเสบและการเน่าตายของเนื้อเยื้อ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจากหนังสือ "คู่มือโรค" โดยปราณี ทู้ไพเราะ จากจากโรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีความบกพร่องในด้านของความเข้าใจ

เราอยากชวนคุณมาทดลองงานวิจัยกับเรา

Istock 541831614

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HonestDocs พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป