การรักษา

รางจืด สุดยอดสมุนไพร ช่วยล้างพิษในร่างกาย

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 751,034 คน

รางจืด สุดยอดสมุนไพร ช่วยล้างพิษในร่างกาย

รางจืด เป็นสมุนไพรชนิดหนึ่ง ซึ่งชาวไทยมักรู้จักพืชชนิดนี้ในอีกหลายชื่อเรียก ไม่ว่าจะเป็น กำลังช้างเผือก, ขอบชะนาง, เครือเขาเขียว, ยาเขียว (ภาคกลาง), รางเย็น (ยะลา), ดุเหว่า (ปัตตานี), ทิดพุด (นครศรีธรรมราช), น้ำนอง (สระบุรี), ย่ำแย้ แอดแอ (เพชรบูรณ์) หรือน้ำแน่ (อีสาน) เป็นต้น

ขึ้นชื่อว่าสมุนไพรในบ้านเรานั้นมีกันอยู่หลายชนิด เป็นอีกหนึ่งยาแผนไทยที่ได้จากธรรมชาติไว้สำหรับบรรเทาอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับร่างกายทั้งภายในและภายนอก ซึ่งรูปลักษณ์และสรรพคุณก็แตกต่างกันไปตามแหล่งที่มา เช่นเดียวกัน วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ได้ชื่อว่าเป็นสมุนไพรล้างพิษ ตลอดจนช่วยถอนพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกายออกไป มีชื่อว่า รางจืด ซึ่งเด็กสมัยนี้อาจไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ขึ้นไปรับรองว่าต้องรู้จักและรู้วิธีการใช้มันอย่างแน่นอน

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

  1. พิษยาเบื่อ
  2. ยาสั่ง
  3. ยาฆ่าแมลง
  4. พืชพิษ
  5. เห็ดพิษ
  6. พิษสุราและยาเสพติด
  7. พิษงู แมลงป่อง หรือตะขาบ

นอกจากนั้น รางจืด ยังสามารถนำไปแก้พิษที่เกิดขึ้นในสัตว์อย่างได้ผล ไม่ว่าจะเป็น สุนัข หรือแมว อีกทั้งในตำรายาไทยและตำรายาพื้นบ้านยังได้อธิบายเอาไว้ว่าส่วนต่างๆ ของพืชชนิดนี้ สามารถนำไปบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นกับร่างกายได้ ไม่ว่าจะเป็น

  • ใบ ใช้ต้มดื่มขณะอุ่นๆ หรือคั้นดื่ม หรือแปรรูปเป็นชาชงรางจืด ดื่มเพื่อเป็นการล้างพิษในร่างกาย
  • ราก ให้ใช้รากที่มีอายุเกิน 1 ปี มีขนาดเท่ากับนิ้วชี้นำมาฝนกับน้ำดื่มเพื่อเป็นการล้างพิษในร่างกาย
  • ยอดอ่อนและดอก กินเป็นยาอายุวัฒนะ สามารถกินเป็นผักเหมือนกับผักพื้นบ้านทั่วๆ ไป โดยใช้วิธีการปรุงอาหาร คือ การลวก หรือการนำไปปรุงเป็นแกง เช่น ผัดยอดรางจืด ไข่เจียวดอกรางจืด แกงส้มยอดรางจืด สลัดสมุนไพรรางจืด

ในภูมิปัญญาอีสานมีเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมาว่า ก่อนที่จะมีการปรุงอาหารที่เก็บมาจากป่าทุกครั้ง ให้ใส่ใบและดอกของเถารางจืดเข้าไปด้วย เพื่อเป็นการป้องกันพิษที่อาจเกิดขึ้นจากพืช หรือสัตว์ป่าที่อาจทำให้เกิดอันตรายหลังจากที่เรารับประทานเข้าไป โดยเคล็ดลับเหล่านี้ก็ตรงกันกับข้อมูลของหมอยาชาวไทยมใหญ่ที่ได้แนะนำให้เอายอดและดอกของเถารางจืดมาปรุงเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ อีกทั้งหมอยาพื้นบ้านยังนิยมใช้รางจืดเพื่อช่วยลดความดันโลหิต รักษาอาการแพ้และผดผื่นคันบนผิวหนังได้เป็นอย่างดี

[caption id="" align="aligncenter" width="570"] รางจืด[/caption]

รางจืดช่วยลดพิษของตะกั่ว

รางจืดนับได้ว่าเป็นสมุนไพรที่เข้ากับสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมในบ้านเราเป็นอย่างมาก ยิ่งเป็นสภาพแวดล้อมในเมืองหลวงแล้วล่ะโอกาสที่จะเกิดมลภาวะเป็นพิษยิ่งเป็นไปได้สูง รางจืด คือ สมุนไพรที่สามารถลดความเสี่ยงและช่วยบรรเทาอาการที่เกิดจากการปนเปื้นสารตะกั่วที่มาจากไอเสียน้ำมันเบนซินที่มีการสะสมในร่างกายจนกลายเป็นโรคพิษสารตะกั่วเรื้องรังในระยะยาวได้ โดยสารตะกั่วเหล่านี้จะเข้าไปสะสมในสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำและการเรียนรู้ (Hippocampus) ซึ่งจากการศึกษาพบว่า รางจืด สามารถช่วยลดอัพตราการตายของเซลล์สมองอันเนื่องมาจากพิษของตะกั่ว อีกทั้งยังสามารถยับยั้งการลดลงของสารต้านอนุมูลอิสระในสมองที่เกิดจากพิษของตะกั่วได้อีกด้วย

รางจืดช่วยรักษาผู้ป่วยผู้ติดยาบ้า

ในปัจจุบัน หมอชาวบ้านได้มีการนำสมุนไพรพื้นบ้าน อย่าง รางจืด เข้ามาช่วยแก้พิษที่เกิดจากยาเสพติด ซึ่งในปัจจุบันมีรายงานทางการศึกษาว่า รางจืด มีฤทธิ์ที่ช่วยกระตุ้นประสาทเช่นเดียวกับ โคเคน (Cocaine) และ แอมเฟตามีน (Amphetamine) แต่มีฤทธิ์ที่อ่อนกว่า จึงมีแนวโน้มที่จะนำมาใช้ในการทำให้ผู้ที่ติดยาเสพติดสามารถเลิกเสพยาเสพติดได้ นอกจากนั้น ยังเป็นการป้องกันไม่ให้ตับถูกทำลายจากการดื่มเหล้าได้อีกด้วย โดยจากการศึกษาพบเพิ่มเติมอีกว่า รางจืด มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในระดับที่สูงมาก

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!

ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

Medicine delivery 01

ข้อแนะนำในการใช้ รางจืด สำหรับล้างพิษ

  • เพื่อการล้างพิษควรกินติดต่อกัน 7 - 10 วัน
  • การใช้รางจืดสำหรับถอนพิษยาฆ่าแมลง หรือสารพิษ ต้องใช้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้เกิดผลดี หากพิษซึมเข้าสู่ร่างกายในปริมารมาก หรือปล่อยทิ้งไว้ข้ามคืนการถอนพิษด้วยรางจืดจะได้ผลน้อยลง

ข้อควรระวังในการใช้ รางจืด สำหรับล้างพิษ

  • ไม่ควรดื่มน้ำที่คั้นจากรางจืดนานติดต่อกันเกิน 30 วัน
  • อาจเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำของในผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน
  • ควรระวังการใช้ร่วมกับยาอื่น โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่ใช้ยาอย่างต่อเนื่อง เพราะรางจืดอาจเร่งขับยาเหล่านั้นออกจากร่างกาย ควรเว้นระยะเวลารับประทานรางจืดจากยาตัวอื่นๆ ประมาณ 2 ชั่วโมง
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำและหญิงตั้งครรภ์ ควรปรึกษาผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแผนปัจจุบัน หรือแผนไทยก่อนใช้

หลักการรับทานรางจืดอย่างถูกต้องและปลอดภัย

เมื่อสรรพคุณของรางจืดคือ ยาถอนพิษ ตามคำแนะนำของแพทย์ควรดื่มในความเข้มข้นน้อย และหลีกเลี่ยงการดื่มติดต่อกันทุกวัน ส่วนในกลุ่มที่รับประทานรางจืดแบบสกัดออกมาเป็นผงแคปซูล ไม่ควรรับประทานติดต่อกันนาน 1 เดือน หากเป็นผู้ป่วยมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ยาแผนไทย เข้าไปทำลายคุณสมบัติของยาแผนปัจจุบันที่ใช้รักษาอยู่

ผลจากการทานรางจืดติดต่อกันนานเกินไป

เนื่องจากรางจืดเป็นหนึ่งในพืชที่ถูกยกย่องให้เป็นสมุนไพรไทยที่มีประโยชน์ และมีสรรพคุณในการดูแลรักษาร่างกายได้อย่างดีเยี่ยม จึงมีการนำเอารางจืดไปสกัด ทำเป็นแคปซูลและเป็นผงชงดื่ม การรับประทานสมุนไพรชนิดนี้ควรรับประทานด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการเชื่อคำโฆษณามากเกินไป เพราะการรับประทานติดต่อกันนานเกินไป จะทำให้ตับและไตต้องทำงานหนักมากขึ้น

อันตรายที่พบ

การรับประทานรางจืดติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการนำเอามาทำเป็นแคปซูล พบว่ารางจืดจะทำให้เกิดการทำงานของระบบเลือดที่ผิดปกติได้ ซึ่งผลกระทบดังกล่าวมาจากการบริโภคติดต่อกันเป็นเวลานาน ตับและไตจะต้องทำงานหนักมากขึ้น จนกระทั่งส่งผลให้เกิดการความเสื่อมสภาพตามมา

ผู้ป่วยที่มีการใช้ยารักษาโรคแผนปัจจุบันอยู่ด้วย หากไม่ได้ปรึกษาแพทย์ประจำตัวว่ารางจืดมีผลต่อยาและโรคหรือไม่ อาจจะเข้าไปเป็นตัวกระตุ้นโรคที่เป็นอยู่ให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งที่ผ่านมายังไม่มีข้อมูลที่รางจืดจะถูกนำมารับประทานเป็นส่วนประกอบของอาหาร การรับประทานรางจืดในระยะยาว แม้จะไม่ได้มีผลวิจัยออกมาแน่ชัด แต่แพทย์ให้ระวังอาการที่จะไปทำให้ระบบเลือดทำงานผิดปกติ

 

สมุนไพรพื้นบ้านในบ้านเรานอกจากจะนำมาปรุงอาหารได้แล้ว ก็ยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ให้หายขาดได้ นับว่าเป็นเรื่องที่ดีและมีความปลอดภัยขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งจากการใช้ยาปฏิชีวนะในปัจจุบัน แต่ก็ยังอยากแนะนำเอาไว้ว่า สมุนไพรพื้นบ้านอย่างรางจืด ควรใช้ดื่ม หรือรับประทานกันอย่างพอดี เมื่ออาการเริ่มบรรเทาลงแล้วก็อยากให้ลดปริมาณลงตามลำดับ เพราะในข้อดีก็ยังคงมีเสียที่ตามมาอีกหลายอย่าง ไม่ควรบริโภคมากเกินไป หรือน้อยเกินไป อีกทั้งก็อยากให้ออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย สุขภาพของเราก็ได้ดีเต็มขั้น ไม่มีโรคใดๆ มาทำให้เราเจ็บไข้ได้ป่วยต่อไปอีก

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่