ทั่วไป

ขากะเผลกในสุนัข

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที
Istock 530505970

ความผิดปกติของการก้าวย่างในสุนัข

การเดินขากะเผลกในสุนัขนั้น ถือเป็นอาการทางคลินิกของความผิดปกติที่มีความรุนแรง ส่งผลทำให้ไปรบกวนการก้าวย่างและการเคลื่อนไหว โดยทั่วไปมักพบเป็นการตอบสนองต่อความเจ็บปวด การบาดเจ็บ หรือความผิดปกติทางโครงสร้างของกาย

อาการและประเภทของขากะเผลก

ขากะเผลกอาจเป็นเพียงหนึ่งขาหรืออาจเป็นมากกว่าหนึ่งขา ความรุนแรงจะมีความหลากหลายแล้วแต่ความเจ็บปวดและความสามารถในการลงน้ำหนักที่ขาแต่ละข้าง ถ้าหากว่าเป็นเพียงแค่ขาหน้าข้างเดียว จะพบว่าศีรษะและลำคอจะยกขึ้นเมื่อทำการลงน้ำหนักข้างที่เจ็บ และจะก้มลงเมื่อขาอีกข้างที่ไม่มีความบาดเจ็บรับน้ำหนัก ในแต่ขณะเดียวกัน ถ้าหากว่าหลังข้างใดข้างหนึ่งได้รับบาดเจ็บ ศีรษะและช่วงของลำคอจะยกขึ้นเมื่อขาข้างนั้นไม่ลงน้ำหนัก แต่ถ้าขาหลังทั้งสองข้างได้รับการบาดเจ็บ ขาหน้าจะมีลักษณะย่อลงเพื่อถ่ายน้ำหนักไปทางขาหน้า ขากะเผลกสามารถรุนแรงขึ้นได้ภายหลังการออกกำลังกายอย่างหนักหรือการพักผ่อนเป็นเวลานาน

อาการอย่างอื่นที่เกี่ยวข้องกับอาการขากะเผลก ประกอบด้วย

  • ความเจ็บปวด
  • ยืดขา หดขาได้น้อยลง
  • กล้ามเนื้อฝ่อเล็กลง
  • ท่าทางการยืน การลุก การนอน หรือการนั่งมีความผิดปกติ
  • มีการก้าวย่างผิดปกติขณะเดิน วิ่ง เดินขึ้นบันได หรือการเดินเป็นวง
  • มีอาการทางประสาท เช่น สับสน มึนงง สั่น เป็นต้น
  • กระดูกและข้อต่ออาจมีขนาดที่ผิดปกติไป
  • มีเสียงข้อต่อดังขณะเคลื่อนไหว

สาเหตุของการเดินกะเผลก

การเดินกะเผลกที่บริเวณขาหน้าในสุนัขที่กำลังโต อายุน้อยกว่า 12 เดือน

  • เกิด Osteochodrosis ที่บริเวณหัวไหล่ จากความผิดปกติของกระดูกที่มักเกิดกับสุนัขในวัยเจริญเติบโต
  • หัวไหล่อยู่ผิดตำแหน่ง
  • เกิด Osteochodrosis ที่บริเวณข้อศอก
  • การไม่เชื่อมของ anconeal process ทำให้เกิดข้อศอกเคลื่อน และทำให้เซลล์ในเนื้อเยื่อมีการเจริญอย่างผิดปกติ
  • มีการหักของ medial coronoid ทำให้ข้อศอกเกิดการเสื่อม
  • ข้อศอกสบกันไม่พอดี เนื่องจากกระดูกมีการเจริญเติบโตที่ไม่เท่ากัน
  • มีการขาดหรือมีการสะสมของแคลเซียมที่กล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ในการหดตัวของข้อศอก
  • กระดูก Radius และ Ulna มีการเจริญเติบโตที่ไม่เท่ากัน
  • กระดูกมีการอักเสบ
  • ภาวะที่เลือดไปเลี้ยงกระดูกที่อยู่ติดกับข้อต่อน้อยลง
  • เนื้อเยื่อ กระดูก หรือข้อต่อถูกกระทบกระเทือน
  • มีการติดเชื้อเฉพาะที่หรือทั่วร่างกาย
  • สารอาหารไม่สมดุล
  • ความผิดปกติที่เป็นมาแต่กำเนิด

ขากะเผลกที่บริเวณขาหน้าในสุนัขโต ที่มีอายุมากกว่า 12 เดือนขึ้นไป

  • โรคข้อเสื่อม เป็นการเสื่อมที่รุนแรงและถาวรของกระดูกอ่อนที่บริเวณข้อต่อ
  • มีการอักเสบที่บริเวณเอ็นยึดกล้ามเนื้อ Biceps
  • มีการสะสมแคลเซียมหรือแร่ธาตุที่เอ็นของ Supraspinatus และ Infraspinatus
  • มีการหดสั้นขึ้นของกล้ามเนื้อ Supraspinatus และ Infraspinatus เนื่องจากการเป็นแผลเป็น เป็นอัมพาต และกล้ามเนื้อมีการหดเกร็ง
  • มะเร็งที่กระดูกหรือเนื้อเยื่อ อาจพบว่าอยู่ในระยะแรก หรืออาจมีการแพร่กระจายแล้ว
  • เนื้อเยื่อ กระดูก หรือข้อต่อถูกกระทบกระเทือน
  • กระดูกอักเสบ
  • การอักเสบของระบบกล้ามเนื้อและโครงร่างร่วมกับข้อต่อ
  • การอักเสบของกล้ามเนื้อ
  • การอักเสบของเส้นประสาทเป็นวงกว้าง

ขากะเผลกที่ขาหลังในสุนัขที่กำลังโต มีอายุน้อยกว่า 12 เดือน

  • ภาวะข้อสะโพกเสื่อม คือมีการเจริญของเซลล์ที่มากเกินไป
  • มีเนื้อตายที่บริเวณหัวกระดูก Femur เรียกว่า โรค Legg-Calvé-Perthes คือการที่หัวกระดูกได้รับเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ ทำให้หัวกระดูกเกิดเนื้อตาย
  • Osteochondritis ที่บริเวณหัวเข่า รอยแตกที่กระดูกมีการหลวมภายในข้อเข่า
  • ลูกสะบ้าเคลื่อน มีทั้งเคลื่อนไปทางด้านนอกและทางด้านใน
  • Osteochondritis ที่บริเวณข้อเท้า
  • กระดูกอักเสบ
  • เลือดไปเลี้ยงที่บริเวณกระดูกที่ติดกับข้อต่อลดลง
  • มีการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อ กระดูก หรือข้อต่อ
  • มีการติดเชื้อเฉพาะที่หรือทั้งระบบ
  • สารอาหารไม่สมดุล
  • ความผิดปกติที่เป็นมาแต่กำเนิด
  • สารอาหารไม่สมดุล
  • ความผิดปกติที่เป็นมาแต่กำเนิด

ขากะเผลกที่บริเวณขาหลังในสุนัขโตที่อายุมากกว่า 12 ปี

  • โรคข้อเสื่อม พบมีการบิดของกระดูกอ่อนที่บริเวณข้อต่อ เกิดภายหลังจากการเป็นข้อสะโพกเคลื่อน จะมีการสร้างที่ผิดปกติที่บริเวณข้อสะโพก
  • โรคของเอ็นไขว้หน้า ส่วนมากจะเป็นการฉีกขาดที่บริเวณข้อเข่า
  • การฉีกขาดของเอ็นกล้ามเนื้อ Long digital extensor เป็นกล้ามเนื้อที่ใช้เหยียดนิ้วเท้า
  • เนื้องอกที่เนื้อเยื่อหรือกระดูก อาจจะเป็นขึ้นแรกหรือพบการแพร่กระจายแล้ว
  • กล้ามเนื้อ กระดูกหรือข้อต่อได้รับการกระทบกระเทือน
  • กระดูกอักเสบ
  • พบการอักเสบของระบบกล้ามเนื้อและโครงร่างร่วมกับข้อต่อ
  • เส้นประสาทมีการอักเสบอย่างกว้างขวาง

ปัจจัยเสี่ยง

  • ขนาดของแต่ละสายพันธุ์
  • น้ำหนักตัวที่มากเกิน
  • ความถี่และความรุนแรงของกิจกรรม

การวินิจฉัย

สัตวแพทย์จะทำการตรวจร่างกายสุนัขอย่างละเอียด รวมทั้งทำการซักประวัติเกี่ยวกับอาการและสิ่งต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดขากะเผลก วิธีการตรวจที่มาตรฐานจะประกอบไปด้วย การตรวจค่าเลือด การตรวจทางเคมี และการนับเม็ดเลือด ร่วมกับการตรวจปัสสาวะ

เนื่องจากสาเหตุของขากะเผลกนั้นมีเยอะมาก สัตวแพทย์จะต้องมีการทำการวินิจฉัยแยกแยะก่อน และจะทำการคัดออกทีละโรคจนกว่าจะพบโรคที่เป็นสาเหตุโดยแท้จริงและทำการรักษาอย่างเหมาะสม

ขั้นแรกสัตวแพทย์จะทำการแยกระหว่าง สาเหตุจากระบบกล้ามเนื้อและโครงร่าง กับ ระบบประสาทและการเผาพลาญก่อน การตรวจปัสสาวะจะช่วยบอกได้ว่ากล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บหรือไม่ การวินิจฉัยทางภาพถ่าย จะประกอบด้วย การเอ็กซ์เรย์ตรงบริเวณที่ขากะเผลก  Computed tomography (CT) scans และ magnetic resonance imaging (MRI) อาจพบว่ามีการใช้เพื่อวินิจฉัยได้ สัตวแพทย์จะทำการเก็บตัวอย่างน้ำที่ข้อต่อเพื่อนำไปวิเคราะห์รวมถึงเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อหรือกล้ามเนื้อเพื่อตรวจสอบความผิดปกติของการเคลื่อนไหวของร่างกาย

การรักษา

การรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุว่าเกิดจากอะไร ถ้าหากว่าสุนัขของคุณน้ำหนักมากเกินไป คุณเจ้าของอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนการให้อาหาร สัตวแพทย์จะทำการแนะนำให้เจ้าของวางแผนการให้อาหารตามสายพันธุ์ ขนาดตัวสุนัข และอายุ

อาจมีการใช้ยาเข้ามาช่วยเพื่อรักษาอาการและสาเหตุของการเกิด เช่น ยาแก้ปวดจะให้ร่วมกับยาจำพวกสเตียรอยด์ จะช่วยลดในเรื่องของการอักเสบที่กล้ามเนื้อและเส้นประสาท เพื่อกระตุ้นการหายของแผล

การจัดการและความเป็นอยู่

บทบาทเจ้าของและสัตวแพทย์ในช่วงการรักษาจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัย

การป้องกัน

ถ้าหากคุณเจ้าของท่านใดมีสุนัขสายพันธุ์ขนาดใหญ่ คุณจะต้องระวังเรื่องของน้ำหนักเป็นอย่างมากไม่ให้มากจนเกินไป  ในทางกลับกันถ้าสุนัขของคุณเป็นประเภทชอบใช้พละกำลัง คุณควรที่จะทำการสังเกตและมีการจดบันทึกถึงความเปลี่ยนแปลงในการเคลื่อนไหวหรือพฤติกรรมภายหลังจากออกกำลังกาย เนื่องจากสุนัขพวกนี้มักจะออกกำลังกายมากเกินความจำเป็น

ถามสัตวแพทย์

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปหรือวีดีโอของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ