อาหารและการรักษาภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 4 นาที

การหลีกเลี่ยงการรับประทานแลคโตส คือ วิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมการย่อยแลคโตสผิดปกติ

การวิจัยแนะนำว่า ผู้ที่มีภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติยังสามารถรับประทานแลคโตสในปริมาณ 12 กรัม ซึ่งเท่ากับจำนวนนม 1 แก้วและไม่รู้สึกถึงอาการใดๆ หรือรู้สึกน้อย วิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมการย่อยแลคโตสผิดปกติ คือ การรับประทานอาหารที่ไม่มีส่วนผสมของแลคโคสหรือรับประทานแลคโตสในบางครั้งบางคราวที่ต่ำกว่า 12 กรัม

อาหารที่มีส่วนผสมของแลคโตส

นอกจากนม (ทั้งนมข้นและนมข้นหวาน) มีอาหารอื่นที่มีส่วนผสมของแลคโตส เช่น

  • ไอศกรีม
  • เชอร์เบท
  • โยเกิร์ตและนมบัวหิมะธิเบต
  • เนย
  • ครีมเปรี้ยว ทุกประเภทรวมถึงวิปปิ้งครีม
  • หางนม
  • เนยแข็ง

ในแต่ละผลิตภัณฑ์จะมีปริมาณของแลคโตสที่แตกต่างกัน ทำให้บางผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยสูงกว่าชนิดอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น เชดดาร์ชีสมีแลคโตสน้อยกว่า feta cheese นอกจากผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมแล้ว อาหารแปรรูปหลายๆ ชนิดยังมีการเพิ่มแลคโตสลงไปด้วย จากรายงานขององค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) บางครั้งอาหารเหล่านี้ ประกอบด้วย

  • อาหารกลางวันที่มีผสมของเนื้อสัตว์ ซึ่งไม่ใช่อาหารของผู้ที่นับถือศาสนา
  • ผลิตภัณฑ์ "กึ่งสำเร็จรูป" เช่น ซุปหรือมันฝรั่ง
  • อาหารรูปแบบผงที่ใช้รับประทานแทนมื้ออาหาร
  • ซีเรียส
  • แป้งสำหรับทำแพนเค้ก บิสกิต เค้ก และคุกกี้
  • อาหารอบ
  • ขนมปัส
  • น้ำสลัดและซอสครีม
  • อาหารเย็นแช่แข็ง
  • อาหารว่าง รวมถึงลูกกวาด
  • มาการีน

โดยทั่วไปแล้ว คุณสามารถบอกได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นมีแลคโตสหรือไม่จากการดูฉลากของส่วนประกอบ ส่วนใหญ่แล้วผลิตภัณฑ์มักจะมีส่วนประกอบของแลคโตสถ้าผลิตภัณฑ์นั้นมีนม ครีม เนย มาการีน เนยแข็ง หางนม หรือก้อนโปรตีนน้ำนม บางผลิตภัณฑ์ที่ไม่ส่วนผสมของนมอาจมีส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ที่ลอกเลียนแบบมาจากนม เช่น โซเดียมเคซีนเนท (sodium caseinate) ซึ่งอาจมีระดับแลคโตสต่ำ คุณควรประเมินส่วนผสมของแต่ละผลิตภัณฑ์ที่มีแลคโตสแอบแฝงอยู่อย่างระมัดระวัง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ส่วนผสมของนม เช่น ครีมเทียมใส่กาแฟชนิดผงหรือวิปครีมใส่ท็อปปิ้งอาจมีส่วนผสมของโปรตีนนมและแลคโตส

อาหารที่เหมาะสำหรับภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ

ในอดีต มีการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานสำหรับผู้ที่มีภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกตินั้นต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานผลิตภัณฑ์นมทุกชนิด แต่ในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้คุณรับประทานเนยแข็ง โยเกิร์ต และแม้แต่นมในบางสัดส่วนของการรับประทานอาหารทั้งหมดของคุณ ถ้าคุณรับประทานผลิตภัณฑ์นม คุณควรรับประทานพร้อมกับอาหารประเภทอื่นๆ เพราะมันจะช่วยชลอการย่อยอาหารและให้ร่างกายมีเวลาย่อยแลคโตสเพิ่มขึ้น มันเป็นเรื่องสำคัญที่คุณมั่นใจว่าคุณรักษาการรับบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ นมมีอุดมไปด้วยสารอาหารที่สำคัญทั้ง แคลเซียม โปรตีน และวิตมินเอ วิตมินบี 12 และวิตมินดี

ดังนั้น คุณควรมั่นในว่าคุณได้รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญเหล่านี้ โดยเฉพาะแคลเซียมและวิตมินดีถ้าคุณกำลังอยู่ในภาวะที่ต้องควบคุมอาหารสำหรับภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ ถ้าคุณบริโภคแคลเซียมหรือวิตมินดีไม่เพียงพอ คุณอาจพัฒนาเป็นโรคกระดูกพรุนในช่วงอายุที่มากขึ้น ซึ่งเป็นภาวะที่กระดูกของคุณเปราะและบางลง ในการที่จะรักษากระดูกให้มีสุขภาพแข็งแรง เด็กและผู้ใหญ่ควรบริโภคแคลเซียม 1000-1300 มิลลิกรัม และบริโภควิตมินดี 600-800 IU ต่อวัน ซึ่งขึ้นอยู่กับอายุและเพศของผู้ที่บริโภค มีผลิตภัณฑ์หลายๆ ชนิดที่ปราศจากแลคโตส ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดของแคลเซียมและวิตมินดี

  • ถั่วเหลือง อัลมอนด์ ข้าว และกะทิ
  • ปลาซาร์ดีน
  • ปลาแซลมอน
  • ผักตระกูลคะน้า Collard greens
  • ผักเคล
  • ผักบร็อกโคลี
  • ผักโขม
  • ปลาที่มีไขมัน (ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล และปลาแซลมอน)
  • น้ำมันตับปลา
  • น้ำส้มที่มีการเติมแคลเซียม
  • อัลมอนด์

วิตมินดีสามารถรับได้ผ่านการสัมผัสแสงแดดอีกด้วย ถ้าคุณกังวลว่าคุณไม่ได้รับแคลเซียม วิตมินดี หรือสารอาหารสำคัญอื่นๆ ที่พบได้นผลิตภัณฑ์นมในปริมาณที่เพียงพอ คุณควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวของคุณหรือปรึกษานักกำหนดอาหาร อาหารเสริมสามารถช่วยคุณให้ได้รับปริมาณสารอาหารที่คุณอาจขาด ในขณะที่กำลังอยู่ในภาวะที่ต้องควบคุมอาหารสำหรับภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ ปริมาณของแลคโตสที่คุณสามารถทนได้มักจะพิจารณาจากการทดลองและความผิดหลายแต่ทุกคน ซึ่งไม่ว่าพวกย่อยจะมีภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติต้องควบคุมการบริโภคโปรตีนจากนม วิธีเหล่านี้จะช่วยคุณควบคุมผลิตภัณฑ์นมที่คุณบริโภคในมื้ออาหาร

  • พยายาแบ่งการบริโภคแลคโตสเป็น 4-8 ออนซ์ต่อหนึ่งหน่วยบริโภคและแบ่งการบริโภคในแต่ละช่วงเวลาของวัน
  • อาหารที่ไม่ใช่นมชลออาการท้องว่างและเพิ่มเวลาให้แลคโตสย่อย ยกตัวอย่างเช่น การดื่มนมหนึ่งแก้วพร้อมกับรับประทานอาหารมื้อกลางวัน
  • แลคเตสชนิดเม็ดจะช่วยย่อยแลคโตสและมีจำหน่ายโดยไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ คุณสามารถเลือกดื่มยี่ห้อของนมที่มีส่วนผสมของแลคโตสที่ถูกย่อยมาก่อน เช่น Lactaid
  • โยเกิร์ตสดมีปริมาณแลคโตสต่ำและอาจไม่ทำให้คุณเกิดปัญหาใดๆ แบคทีเรียในโยเกิร์ตที่มีส่วนผสมของแลคโตสที่ถูกย่อยมาก่อนนั้นทำให้อาหารประเภทนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะการย่อยแลกโตสผิดปกติ

ยิ่งคุณกำจัดการบริโภคโปรตีนจากนมมากเท่าไหร่ คุณจะยิ่งต้องบริโภคอาหารที่ไม่มีส่วนผสมของนม ซึ่งเป็นอาหารที่มีแคลเซียมสูงหรืออุมดมไปด้วยสารอาหารอื่นๆ

การรักษาภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติอื่นๆ

แม้ว่าไม่มีวิธีการรักษาที่หายขาดสำหรับภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ แต่มีหลายวิธีการรักษาที่อาจช่วยคุณบริโภคผลิตภัณฑ์นมอย่างปลอดภัย อาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของแลคเตสอาจช่วยคุณย่อยแลคโตสถ้าคุณรับประทานยาทันทีหลังจากบริโภคนม บางงานวิจัยชี้ให้เห็นว่า อาหารเสริมเหล่านี้สามารถช่วยกำจัดอาการแสดงของภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติของคุณ ถ้าคุณรับประทานแลคโตส 20 กรัมต่อครั้ง อย่างไรก็ตาม อาหารเสริมแบบเม็ดนี้ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพสำหรับปริมาณแลคโตสที่มาก (50 กรัมหรือมากกว่า)

จากรายงานในปี ค.ศ. 2010 ที่จัดทำโดยหน่วยงานวิจัยสุขภาพและคุณภาพที่ได้อธิบายว่า รายงานการวิจัยที่ตรวจสอบประสิทธิภาพของอาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของแลคเตสมีผู้ร่วมวิจัยจำนวนน้อย อีกหนึ่งทางเลือกในการรับมือกับภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ คือ การดื่มนมที่มีการย่อยสลายหรือนมที่มีการลดปริมาณแลคโตส ซึ่งผลิตโดยการเพิ่มแลคเตสลงไปในนมหลายๆ ชั่วโมงก่อนที่จะดื่ม แต่งานวิจัยของเรื่องนมแสดงให้เห็นถึงผลที่ไม่สม่ำเสมอ 

การบริโภคโพรไบโอติคส์ (แบคทีเรียที่มีประโยชน์) เช่น การบริโภคโยเกิร์ตที่มีแบคทีเรียที่มีชีวิตเพิ่มแลคโตสเข้าไปในมื้ออาหารของคุณอาจเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ แต่เหมือนเช่นเคย งานวิจัยในการรักษาเหล่านี้แสดงผลลัพท์ที่หลากหลาย แต่ถึงกระนั้น ทางเลือกในการรักษาเหล่านี้ไม่ได้มีผลข้างเคียงที่รุนแรงจึงปลอดภัยที่คุณจะลองรักษา

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามฟรี ได้คำตอบภายใน 24 ชม.

ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ตอบโดยแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง (คุณจะได้รับอีเมลเมื่อแพทย์ตอบคำถามของคุณ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

การันตีคำตอบจากคุณหมอภายใน 60 นาที หรือรับค่าดำเนินการคำถามด่วน 200 บาทคืนไปเลย

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน เพื่อที่คุณจะสามารถรับความคิดเห็นจากคุณหมอหลายๆท่านในคำถามของคุณ

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่