อาการของภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ มิ.ย. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 2 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 759,577 คน

อาการแสดงของภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติมักจะมีอาการในช่วง2ชั่วโมงแรกหลังจากการรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีนมเป็นส่วนประกอบ

หากคุณมีภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ คุณอาจมีอาการหนึ่งหรือมากกว่าในหนึ่งอาการภายหลังจากรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีนมเป็นส่วนประกอบ 30 นาทีนานจนถึง 2  ชั่วโมง ดังนี้

  • มีอาการปวดท้อง ปวดบีบ อืดแน่นท้อง
  • มีอาการborborygmi คือ มีเสียงกร้อกๆ จากการบีบตัวในกระเพาะอาหาร
  • ท้องเสีย
  • ท้องโต มีลมในท้อง
  • คลื่นไส้และอาจมีอาเจียนร่วมด้วย

หากคุณมีอาการผื่นลมพิษขึ้นหรือมีอาการหายใจเสียงหวีดทันทีหลังจากดื่มนมนั้นแสดงถึงคุณมีอาการแพ้นม ซึ่งอาการดังกล่าวเกิดจากการแพ้โปรตีนในน้ำนม ไม่ใช่อาการของโรคย่อยเลคโตสผิดปกติ ผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมนั้นมีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดความสมดุลสารอาหารในร่างกาย ให้แคลเซียม โปรตีน และวิตามินต่างๆ เช่น วิตามินA, B12 และวิตามิน D

หากคุณไม่ได้รับประทานผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมดังกล่าว โดยที่ไม่ได้รับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนประกอบเป็นแร่ธาตุและวิตามินที่สำคัญ อาจทำให้คุณมีอาการแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น การที่มีความหนาแน่นของกระดูกลดลงที่เรียกว่า osteopenia ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะกระดูกพรุน osteoporosis ที่เพิ่มความเสี่ยงกระดูกหักตามมาได้

วิธีทดสอบภาวะย่อยแลคโตสผิดปกติ

วิธีทดสอบภาวะย่อยแลคโตสผิดปกติ วิธีการทดสอบเพื่อดํภาวะย่อยแลคโตสผิดปกติสามารถทำได้ง่ายๆ โดยวิธีการทดลองดื่มนม ทดลองโดยการให้ดื่มนมภายหลังจากหยุดรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมมาหลายวัน หากคุณมีอาการที่กล่าวมาข้างต้นด้านบนแสดงว่า คุณมีภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ นอกจากนี้ แพทย์อาจทดสอบโดยวิธีอื่นๆ เพื่อดูว่ามีภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ ดังนี้

  • ทดสอบโดยการหายใจดูแก้สไฮโดรเจน
  • ตรวจ เลือด
  • ตัดชื้นเนื้อลำไส้
  • ทดสอบความเป็นกรดในอุจจาระ
  • ทดสอบทางพันธุกรรม

การทดสอบแก้สไฮโดรเจนผ่านทางการหายใจสามารถทำได้ง่ายและเป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูงในการวินิจฉัยภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ แพทย์อาจให้คุณดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนประกอบเป็นแลคโตส แล้วทดสอบโดยการหายใจผ่านเครื่องมือเพื่อวัดปริมาณแก้สไฮโดรเจนที่ออกมาจากการหายใจ หากคุณมีภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ แบคทีเรียในลำไส้คุณจะย่อยน้ำตาลในลำไส้เป็นแก้สไฮโดรเจรและมีเทน ซึ่งจะสามารถตรวจจับจากเครื่องมือได้ ทางเลือกอื่นๆ สามารถทำโดยการตรวจเลือดเพื่อดูภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ

ภายหลังจากดื่มเครื่องดื่มที่มีแลคโตส 2 ชั่วโมง แพทย์จะทำการเจาะเลือดเพื่อตรวจระดับของน้ำตาลกลูโคส ซึ่งเป็นน้ำตาลที่ถูกย่อยจากแลคโตสโดยเอนไซมแลคเตส หากพบว่าระดับกลูโคสไม่สูงขึ้นหรือสูงขึ้นเล็กน้อย แสดงถึงร่างกายคุณไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสได้

การตัดชิ้นเนื้อที่ลำไส้เป็นวิธีที่ลุกล้ำเนื้อเยื่อมาก แต่สามารถวินิจฉัยโรคย่อยแลคโตสผิดปกติได้ แพทย์เฉพาะทางด้านทางเดินอาหารอาจใช้กล้องเครื่องมือที่เรียกว่า endoscope เพื่อตัดชิ้นเนื้อบริเวณเยื่อบุผนังลำไส้เล็ก แล้วนำไปทดสอบความสามารถการทำงานของเอนไซม์แลคเตส

การทดสอบความเป็นกรดในอุจจาระสามารถทำได้ในเด็กทารกและเด็กที่ไม่สามารถทำการทดสอบโดยวิธีอื่นได้ การทดสอบนี้ภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติจะตรวจหาความเป็นกรดในอุจจาระหรือตรวจค่า ph ซึ่งเกิดจากการที่แบคทีเรียมีการหมักแลคโตสในลำไส้

สุดท้าย การตรวจทางพันธุกรรมสามารถใช้วินิจฉัยภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติที่ไม่ได้มีอาการได้ โดยการตรวจจากเลือดหรือน้ำลาย (ไม่จำเป็นจะต้องรับประทานอาหารที่มีแลคโตส)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่