ภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติ

อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 11 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,019,863 คน

ภาวะการย่อยแลคโตสผิดปกติเป็นปัญหาระบบย่อยที่พบได้บ่อยมากที่ซึ่งร่างกายไม่สามารถย่อยแลคโตสที่เป็นน้ำตาลประเภทหลักของผลิตภัณฑ์จำพวกนมได้

อาการของภาวะย่อยแลคโตสผิดปกติมักจะเริ่มขึ้นภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีแลคโตสเป็นส่วนประกอบ โดยมักจะมีอาการดังนี้: ท้องอืด ท้องร่วง ปวดท้องบิด รู้สึกไม่สบาย

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

ความรุนแรงของอาการคุณและระยะเวลาที่จะแสดงอาการขึ้นอยู่กับปริมาณแลคโตสที่คุณทานเข้าไป

ผู้ป่วยบางคนอาจสามารถดื่มนมแก้วเล็กๆ โดยไม่มีอาการใดๆ ในขณะที่ผู้ป่วยบางคนไม่สามารถรับแม้แต่นมที่ผสมลงในกาแฟหรือชาได้เลย

ควรไปพบแพทย์เมื่อไร?

อาการของภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติจะคล้ายกับภาวะอื่น ๆ ทำให้คุณต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยก่อนตัดสินใจงดทานอาหารจำพวกนมสัตว์

ยกตัวอย่างอาการข้างต้นสามารถเกิดขึ้นจาก:

กลุ่มอาการลำไส้แปรปรวน (IBS): ความผิดปรกติระยะยาวที่ส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร

ภาวะย่อยโปรตีนนมผิดปกติ: ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเมื่อได้รับโปรตีนจากนมวัว (ไม่เหมือนกับภาวะแพ้นม)

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

หากแพทย์คาดว่าคุณเป็นภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ คุณจะถูกขอให้เลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีแลคโตสเป็นเวลาสองสัปดาห์เพื่อดูว่าอาการของคุณดีขึ้นหรือไม่ก่อน

อะไรเป็นสาเหตุของภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ?

ร่างกายจะย่อยแลคโตสโดยใช้สารที่เรียกว่าแลคเตสเพื่อทำลายแลคโตสไปเป็นน้ำตาลกลูโคสกับกาแลคโตส ซึ่งทั้งสองจะถูกดูดซับเข้าสู่กระแสเลือด

ผู้ป่วยภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติจะไม่สามารถผลิตแลคเตสได้เพียงพอ ทำให้แลคโตสคงอยู่ในระบบย่อยจนกลายเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรีย ซึ่งจะนำไปสู่การผลิตแก๊สปริมาณที่ก่อให้เกิดอาการของภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ

ภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติเป็นได้ทั้งภาวะชั่วคราวหรือถาวรขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถผลิตแลคเตสได้ ส่วนมากมักจะเป็นกับผู้ใหญ่ สามารถสืบทอดสู่ลูกหลานได้ และมักจะเป็นตลอดชีวิต แต่ก็สามารถเกิดกับเด็กเล็กได้ ซึ่งมักเป็นเพราะการติดเชื้อในระบบย่อยอาหาร และจะมีระยะเวลาเพียงไม่กี่อาทิตย์เท่านั้น

ใครสามารถเป็นภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติได้บ้าง?

ภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติจะพบได้บ่อยกับผู้ที่สืบเชื้อสายจากชาวเอเชียหรือแอฟริกัน-แคริบเบียน

ภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติสามารถเกิดขึ้นกับมนุษย์ได้ทุกช่วงวัย กรณีส่วนมากจะเริ่มมีอาการเมื่ออายุ 20 ถึง 40 ปี แต่ก็มีรายงานว่าเด็กเล็กหรือทารกก็สามารถเป็นได้เช่นกัน

โฆษณาจาก HonestDocs
🦷รีเทนเนอร์หาย หรือ จัดฟันใกล้เสร็จ? ก็ทำรีเทนเนอร์ลด 30-50% ได้

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ "แบบใส" หรือ "แบบลวด" เราก็มีให้คุณครบจบที่เดียว เริ่มต้นเพียง 1,750 บาท เท่านั้น

%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8cadsinternal ad

ภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติเป็นภูมิแพ้หรือไม่?

ภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติไม่เหมือนกับภูมิแพ้นม ภาวะแพ้อาหารจะเกิดมาจากการที่ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่ออาหารประเภทนั้น ๆ จนทำให้เกิดผื่น หายใจลำบาก และคันขึ้น

หากคุณเป็นภูมิแพ้อะไรสักอย่าง การได้รับตัวกระตุ้นเพียงเสี้ยวเดียวก็ก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่อต้านขึ้น ในขณะที่ผู้ป่วยภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกตินั้นจะสามารถได้รับแลคโตสในปริมาณเล็กน้อยได้และไม่ประสบกับอาการใดๆ (แต่ก็อาจจะแตกต่างกันออกไปตามกรณีบุคคล)

การรักษาภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ

ยังไม่มีวิธีรักษาภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ มีเพียงการจำกัดอาหารและเครื่องดื่มที่มีแลคโตสเป็นส่วนประกอบเท่านั้น

คุณอาจต้องทานอาหารเสริมแคลเซียมและวิตามิน D ตามความจำเป็น ขึ้นอยู่กับว่าคุณสามารถทานอาหารจำพวกนมชนิดไหนได้บ้าง ในบางกรณีแพทย์อาจส่งตัวคุณไปพบนักโภชนาการเพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม

นอกจากการปรับเปลี่ยนอาหารการกินแล้ว คุณก็สามารถรับสารแทนแลคเตสได้ ซึ่งจะมีทั้งยาหยดและยาเม็ดให้คุณทานพร้อมอาหารหรือเครื่องดื่มเพื่อช่วยกระบวนการย่อยแลคโตสให้ดีขึ้น

ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ

นมและอาหารจำพวกนมประกอบไปด้วยแคลเซียม โปรตีน และวิตามินต่าง ๆ อย่างวิตามิน A B12 และ D แลคโตสยังช่วยให้ร่างกายของคุณดูดซึมแร่ธาตุอื่น ๆ ได้หลายประเภทอย่างเช่นแมกนีเซียมกับสังกะสี ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นแร่ธาตุและวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกายในการเสริมสร้างความแข็งแรงและสุขภาพของกระดูก

หากคุณเป็นภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ คุณอาจจะไม่สามารถเติมเต็มแร่ธาตุและวิตามินที่สำคัญเหล่านี้ได้เหมือนกับคนปกติ ซึ่งจะนำไปสู่น้ำหนักร่างกายที่ลดลงอย่างไม่ถูกสุขภาพ และทำให้คุณเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสุขภาพต่างๆ ดังนี้:

โรคกระดูกบาง: ที่ซึ่งคุณมีความหนาแน่นของแร่ธาตุในกระดูกต่ำมาก หากไม่รีบทำการรักษาจะทำให้ภาวะนี้พัฒนากลายเป็นโรคกระดูกพรุนได้

โรคกระดูกพรุน: ภาวะที่กระดูกของคุณบางและอ่อนแอจนมีความเสี่ยงต่อการแตกหักของกระดูกสูงขึ้น

ภาวะทุพโภชนาการ: เมื่อคุณไม่ได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อการทำงานของร่างกายจนทำให้บาดแผลสมานตัวช้าลง และทำให้คุณรู้สึกเหนื่อยง่ายและยังมีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าอีกด้วย

หากคุณมีความกังวลว่าภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติจะทำให้คุณไม่ได้รับสารอาหารเพียงพอต่อการใช้ชีวิตและสร้างความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนข้างต้น คุณสามารถปรึกษากับนักโภชนาการเพื่อขอคำแนะนำเรื่องอาหารหรือความจำเป็นในการใช้อาหารเสริมได้

สาเหตุของภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ

ภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติมักเป็นผลมาจากการที่ร่างกายของคุณไม่สามารถผลิตแลคเตสได้

แลคเตสเป็นเอนไซม์ (โปรตีนที่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีขึ้น) ที่ปกติจะถูกผลิตออกมาในลำไส้เล็กเพื่อใช้ในการย่อยแลคโตส

หากคุณมีความบกพร่องของแลคเตส หมายความว่าร่างกายของคุณไม่สามารถผลิตแลคเตสออกมาให้เพียงพอต่อการใช้งานได้

การย่อยสลายแลคโตส

หลังจากรับประทานหรือดื่มอาหารที่มีแลคโตสเข้าไป อาหารนั้นๆ จะไหลตามหลอดอาหารไปสู่กระเพาะอาหารเพื่อทำการย่อย อาหารที่ย่อยแล้วจะถูกส่งต่อไปยังลำไส้เล็ก

แลคเตสในลำไส้เล็กจะทำหน้าที่ย่อยสลายแลคโตสให้กลายเป็นน้ำตาลกลูโคสกับกาแลคโตส ซึ่งทั้งสองจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด หากร่างกายของคุณมีแลคเตสไม่เพียงพอ แลคโตสที่ไม่ได้ถูกย่อยสลายจะเคลื่อนผ่านระบบย่อยไปยังลำไส้ใหญ่แทน

แบคทีเรียภายในลำไส้จะเข้ามาทำลายแลคโตสและผลิตกรดไขมันกับแก๊สอย่างคาร์บอนไดออกไซด์ ไฮโดรเจน และมีเทนออกมา ซึ่งการย่อยสลายของแลคโตสในลำไส้ใหญ่นี้จะทำให้สารที่ได้ออกมาเหล่านี้ก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ของภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ อย่างเช่นท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น

ประเภทของภาวะขาดแลคเตส

ภาวะขาดแลคเตสปฐมภูมิ

ภาวะขาดแลคเตสปฐมภูมิเป็นสาเหตุของภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติที่พบได้บ่อยที่สุดทั่วโลก ซึ่งเป็นภาวะที่มีต้นเหตุมาจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ตกทอดในสายครอบครัว

ภาวะขาดแลคเตสปฐมภูมิเกิดขึ้นเมื่อการผลิตแลคเตสในร่างกายคุณลดลงตามการรับประทานอาหารจำพวกนมที่เริ่มลดลงตามอายุ ซึ่งมักจะเป็นช่วงอายุหลังจากสองปีขึ้นไป หรือช่วงที่หยุดการดื่มนมจากมารดาหรือจากขวดแล้ว กระนั้นอาการก็อาจจะไม่แสดงออกมาชัดเจนจนถึงวัยผู้ใหญ่

ภาวะขาดแลคเตสทุติยภูมิ

ภาวะขาดแลคเตสทุติยภูมิเป็นภาวะขาดแคลนแลคเตสเนื่องจากเกิดปัญหาขึ้นภายในลำไส้เล็กของคุณ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ ณ ช่วงใดของชีวิตก็ได้ และอาจเป็นผลมาจากภาวะสุขภาพอื่น ๆ จากการผ่าตัดลำไส้เล็ก หรือการใช้ยาบางประเภท

ตัวอย่างสาเหตุการเกิดภาวะขาดแลคเตสทุติยภูมิมีดังนี้:

  • โรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบ: การติดเชื้อที่กระเพาะและลำไส้
  • โรคแพ้กลูเตน: ภาวะลำไส้ใหญ่ที่เกิดจากปฏิกิริยาที่มีต่อโปรตีนกลูเตน
  • โรคโครห์น: ภาวะระยะยาวที่ส่งผลต่อลำไส้ใหญ่
  • โรคลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดเป็นแผล: ภาวะสุขภาพระยะยาวที่ส่งผลต่อลำไส้ใหญ่
  • เคมีบำบัด: การรักษามะเร็ง
  • การใช้ยาปฏิชีวนะระยะยาว

การผลิตแลคเตสที่ลดลงของภาวะขาดแลคเตสทุติยภูมิอาจเป็นเพียงภาวะชั่วคราว แต่ก็สามารถเป็นภาวะถาวรได้หากเกิดเพราะภาวะสุขภาพระยะยาวอื่นๆ

คุณสามารถกลายเป็นภาวะขาดแลคเตสทุติยภูมิในช่วงท้ายของชีวิตได้ แม้จะไม่มีภาวะสุขภาพใด ๆ เป็นตัวกระตุ้นก็ตาม เนื่องมาจากการผลิตแลคเตสของร่างกายคุณจะลดลงตามธรรมชาติพร้อมอายุของคุณนั่นเอง

ภาวะขาดแลคเตสตั้งแต่กำเนิด

ภาวะขาดแลคเตสตั้งแต่กำเนิดเป็นภาวะหายากที่ส่งต่อผ่านสายครอบครัว และพบได้ในเด็กทารกเกิดใหม่

สาเหตุของภาวะนี้เป็นเพราะความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้ทารกผลิตแลคเตสได้น้อยมากหรือไม่ได้เลย

การกลายพันทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดภาวะขาดแลคเตสตั้งแต่กำเนิดถูกส่งต่อในรูปแบบของยีนด้อยบนโครโมโซม หมายความว่าพ่อและแม่ทั้งคู่จะต้องมีชุดพันธุกรรมที่ผิดปกติทั้งคู่ถึงจะมีลูกเป็นภาวะขาดแลคเตสตั้งแต่กำเนิด

ภาวะขาดแลคเตสแบบพัฒนาขึ้น

เด็กแรกเกิดที่คลอดก่อนกำหนด (ก่อนสัปดาห์ที่ 37 ของการตั้งครรภ์) จะเป็นภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติชั่วคราวเพราะว่าลำไส้เล็กของพวกเขายังพัฒนาได้ไม่เต็มที่ ซึ่งหมายความว่าภาวะขาดแลคเตสแบบพัฒนานี้จะค่อย ๆ ดีขึ้นตามอายุที่มากขึ้นของเด็ก

การวินิจฉัยภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ

หากคุณคาดว่าตนเองหรือลูกเป็นภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ ควรรีบไปพบแพทย์ในทันทีเพราะอาการของภาวะนี้จะคล้ายกับภาวะสุขภาพอื่น ๆ

ก่อนจะพบแพทย์ พยายามจดบันทึกการดื่มกินของคุณและอาการที่คุณประสบไว้ และแจ้งแพทย์ถึงรูปแบบต่าง ๆ หรือว่าคุณมีความอ่อนไหวต่ออาหารบางประเภท เป็นต้น

แพทย์จะแนะนำให้คุณงดทานอาหารที่มีแลคโตสไปเป็นเวลาสองสัปดาห์เพื่อดูว่าอาการของคุณทุเลาลงหรือไม่ และเพื่อเป็นหลักฐานการยืนยันข้อวินิจฉัยว่าคุณเป็นภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติจริงหรือไม่

การทดสอบเพิ่มเติม

แม้จะไม่จำเป็นต้องมีการทดสอบอื่น ๆ แต่แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้ารับการทดสอบต่าง ๆ เพื่อ: ช่วยยืนยันการวินิจฉัย ดูว่าร่างกายของคุณมีการผลิตแลคเตสเท่าไร พยายามชี้ชัดสาเหตุของภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติของคุณ

โดยการทดสอบที่ดำเนินการกันมีดังต่อไปนี้:

การทดสอบไฮโดรเจนในลมหายใจ

การทดสอบไฮโดรเจนเป็นการทดสอบภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติที่ง่ายที่สุด

หากคุณต้องเข้าทดสอบวิธีการนี้ แพทย์จะขอให้คุณงดดื่มหรือทานอาหารในช่วงกลางคืนก่อนวันทดสอบ เมื่อเริ่มการทดสอบ คุณต้องเป่าถุงที่มีหน้าตาคล้ายบอลลูนเพื่อเก็บตัวอย่างลมหายใจมาหาปริมาณไฮโดรเจนในหน่วย ppm

จากนั้นคุณจะได้รับเครื่องดื่มที่เป็นสารละลายแลคโตสและจะมีการทดสอบลมหายใจอีกครั้งทุก ๆ 15 นาทีเป็นเวลาไม่กี่ชั่วโมงเพื่อดูระดับการเปลี่ยนแปลงของไฮโดรเจน

หากลมหายใจของคุณมีปริมาณไฮโดรเจนสูง (มากกว่า 20ppm ขึ้นไป) หลังจากดื่มสารละลายแลคโตส จะบ่งชี้ว่าคุณเป็นภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ เนื่องจากว่าภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติจะทำให้แบคทีเรียในลำไส้ของคุณผลิตไฮโดรเจนออกมามากกว่าคนปกติ

การทดสอบภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ

ในการทดสอบภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกตินี้ คุณจะต้องดื่มสารละลายแลคโตสและเข้ารับการตรวจเลือดที่ดำเนินการที่แขนของคุณด้วยการใช้เข็มดูดตัวอย่างออกมา เลือดของคุณจะถูกทดสอบหาปริมาณกลูโคสที่มี

หากคุณเป็นภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณจะมีทั้งเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ หรือไม่เพิ่มเลย ซึ่งบ่งชี้ว่าร่างกายของคุณไม่สามารถสลายแลคโตสเป็นกลูโคสได้

การทดสอบความทนทานต่อนม

ในการทดสอบนี้ คุณจะต้องดื่มนม (ประมาณ 500ml) และแพทย์จึงจะทำการวัดระดับน้ำตาลในเลือดของคุณ หากระดับน้ำตาลในเลือดไม่เพิ่มขึ้นหลังการดื่มนม จะหมายความว่าคุณเป็นภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ

การเจาะตรวจชิ้นเนื้อจากลำไส้เล็ก

กระบวนการเจาะตรวจชิ้นเนื้อของลำไส้เล็กเพื่อหาภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติเป็นวิธีการตรวจที่ไมค่อยดำเนินการเท่าไรนัก แต่ก็เป็นวิธีที่สามารถตรวจได้ว่าอาการนั้นเกิดเพราะภาวะอื่น ๆ อย่างโรคแพ้กลูเตนหรือไม่

การตรวจประเภทนี้จะมีการเก็บตัวอย่างจากพนังเยื่อบุลำไส้เล็กออกโดยใช้การสอดกล้อง  endoscope (เครื่องมือที่เป็นท่อยาว ยืดหยุ่น มีไฟฉายกับเครื่องมือตัดอยู่ที่ปลาย) ลงผ่านลำคอ กระบวนการนี้จะดำเนินการโดยใช้ยาชาเฉพาะที่ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บปวดใด ๆ

ตัวอย่างเยื่อบุลำไส้เล็กจะถูกทดสอบว่าปริมาณแลคเตสที่มี ซึ่งหากพบว่ามีน้อยแพทย์จะสรุปว่าคุณเป็นภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ ตัวอย่างชิ้นเนื้อที่ได้ยังสามารถใช้ตรวจหาร่องรอยของภาวะสุขภาพต้นเหตุได้อีกด้วย อย่างเช่นภาวะแพ้กลูเตน เป็นต้น

การรักษาภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ

ยังไม่มีวิธีรักษาภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติโดยเฉพาะ มีเพียงการควบคุมอาการด้วยการปรับเปลี่ยนอาหารการกินเท่านั้น

ผู้ป่วยภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติบางราย อย่างเช่นผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะและลำไส้อักเสบจะมีภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติแบบชั่วคราวและจะดีขึ้นเองภายในไม่กี่สัปดาห์ กรณีอื่นอย่างผู้ที่ป่วยเป็นภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติแบบสืบจากพันธุกรรมหรือภาวะสุขภาพระยะยาวมักจะมีอาการแพ้แลคโตสตลอดชีวิต

การปรับเปลี่ยนอาหาร

กรณีส่วนมาก การตัดหรือเลี่ยงแหล่งอาหารที่ประกอบด้วยแลคโตสและทดแทนด้วยแหล่งอาหารทดแทนเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการควบคุมอาการของภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ

การเปลี่ยนแปลงอาหารจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของแต่ละคน บางคนอาจจะสามารถรับแลคโตสได้ในปริมาณเล็กน้อยและไม่ประสบกับอาการใด ๆ แต่บางคนอาจจะมีอาการทันทีที่บริโภคแลคโตสเพียงหยิบมือเดียว

หากคุณอยากจะทดลองว่าคุณสามารถหรือไม่สามารถทานแลคโตสได้นั้น พยายามใช้วิธีค่อย ๆ ทานแลคโตสเข้าไปมื้อและนิด ๆ แทนการบริโภคปริมาณมาก ๆ ในครั้งเดียว เพื่อให้ร่างกายของคุณปรับตัวกับอาหารนั้น ๆ และเพื่อชี้ชัดถึงปริมาณที่จะก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมา

การรับประทานอาหารที่มีแลคโตสปริมาณเล็กน้อยหรืองดไปเลยนั้นทำให้คุณขาดแหล่งสารอาหารหลายอย่าง โดยเฉพาะวิตามินกับเกลือแร่ ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ คุณควรได้รับสารอาหารทดแทนจากแหล่งอาหารที่ปราศจากแลคโตสหรือทานอาหารเสริมแทน

หากคุณหรือลูกของคุณมีความอ่อนไหวต่อแลคโตสรุนแรง ให้ปรึกษากับแพทย์เกี่ยวกับการรับประทานอาหาร

อาหารจำพวกนมจะอุดมไปด้วยแคลเซียมที่มีส่วนช่วยให้กระดูกแข็งแรง ดังนั้นคุณจึงควรเข้ารับการตรวจความหนาแน่นกระดูกเป็นประจำหากคุณไม่สามารถทานนมได้

คุณอาจจะเข้าพบกับนักโภชนาการเพื่อของคำแนะนำต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาหารของคุณหรือลูกคุณก็ได้

แหล่งของแลคโตส

รายการต่อไปนี้คืออาหารที่เป็นแหล่งที่มาของแลคโตสที่คุณสามารถลดปริมาณหรือเลี่ยงการรับประทานได้เมื่อคุณมีภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ

นม

แหล่งที่มาของแลคโตสที่ง่ายและมีมากที่สุดคือนมประเภทต่าง ๆ ตั้งแต่นมวัว นมแพะ และนมแกะ คุณอาจต้องทำการปรับเปลี่ยนปริมาณการบริโภคนมต่าง ๆ หากคุณมีภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ ยกตัวอย่างเช่น:

คุณอาจจะผสมนมลงชาหรือกาแฟได้ แต่ไม่สามารถทานนมกับธัญพืชได้

คุณสามารถบริโภคผลิตภัณฑ์ที่มีนมเป็นส่วนประกอบอย่างเช่นช็อคโกแลตได้ในปริมาณเล็กน้อย

บางคนอาจสามารถดื่มนมไปพร้อมกับอาหารประเภทอื่น ๆ ได้ดีกว่าการดื่มนมเปล่า ๆ เนื่องจากแลคโตสจะถูกดูดซับได้ง่ายกว่าเมื่ออยู่พร้อมกับอาหาร

หากการดื่มหรือทานแลคโตสในปริมาณเล็กน้อยทำให้คุณเกิดอาการของภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติขึ้น คุณอาจต้องเปลี่ยนไปดื่มนมข้าวหรือนมถั่วเหลืองแทน

ผลิตภัณฑ์จากนม

ผลิตภัณฑ์จากนมอย่างเช่นเนย ไอศกรีม และชีสก็ประกอบไปด้วยแลคโตสปริมาณสูง

แต่ก็มีผลิตภัณฑ์บางประเภทอย่างเนยแข็งและโยเกิร์ตที่มีแลคโตสต่ำกว่าผลิตภัณฑ์จากนมข้างต้นที่คุณสามารถลองทานได้

การทดลองทานอาหารประเภทต่าง ๆ เพื่อหาว่าผลิตภัณฑ์จากนมประเภทไหนเหมาะสมกับคุณไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะอาหารเหล่านี้ยังเป็นแหล่งของแคลเซียมชั้นดีอีกด้วย

อาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆ

เช่นเดียวกับอาหารจำพวกนม ก็มีอาหารและเครื่องดื่มมากมายที่มีแลคโตสเป็นส่วนประกอบ ดังนี้: น้ำสลัด และมายองเนส ขนมบิสกิต ช็อคโกแลต ลูกอม เค้ก ขนมอบและขนมปังบางประเภท ธัญญาหารบางประเภท แป้งทำแพนเค้กและบิสกิต ซุปสำเร็จรูป เนื้อแปรรูปบางประเภทอย่างเช่นแฮมสไลด์

ให้ตรวจสอบส่วนประกอบของอาหารและเครื่องดื่มทุกประเภทอย่างระมัดระวังเพราะว่าอาจมีนมหรือแลคโตสเป็นส่วนผสมได้

แลคโตสมักจะไม่ได้ระบุลงในฉลากอาหาร ทำให้คุณต้องพยายามมองหาส่วนผสมที่เป็นนม เวย์ ลิ่มน้ำนม และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมอย่างเนยหรือชีสอย่างถี่ถ้วน

ส่วนผสมบางอย่างอาจมีชื่อคล้ายกับแลคโตสและสร้างความสับสนแก่คุณได้ อย่างเช่นกรดแลคติก โซเดียมแลกเทต และเนยโกโก้ ซึ่งผู้ที่เป็นภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติไม่ได้มีอาการกับสารจำพวกนี้แต่อย่างใด

การใช้ยา

ยาที่แพทย์จ่ายให้ ยาทางเลือก หรือยาที่ขายตามร้านขายยาบางประเภทอาจมีแลคโตสเป็นส่วนประกอบด้วย แม้จะไม่มีปริมาณที่มากพอจะก่อให้เกิดอาหารขึ้นสำหรับผู้ป่วยส่วนมาก แต่ก็อาจจะก่อให้เกิดอาการขึ้นได้ในบางคนอยู่ดี

หากคุณจำต้องใช้ยาใหม่ ควรตรวจสอบกับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเพื่อความปลอดภัย

อาหารและเครื่องดื่มปราศจากแลคโตส

มีอาหารและเครื่องดื่มจำนวนมากที่สามารถทดแทนนมกับผลิตภัณฑ์ที่มาจากนมได้ ซึ่งอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแลคโตสมีดังนี้: นมถั่วเหลือง โยเกิร์ต และชีสบางชนิด นมที่มาจากข้าว ธัญพืช ถั่วอัลมอนด์ เฮเซล มะพร้าว เป็นต้น อาหารที่มีสัญลักษณ์ “สำหรับมังสวิรัติ” หรือ “ปราศจากนม” ธัญญาหารอัดแท่ง

คุณสามารถดื่มนมวัวที่มีแลคเตสได้ (เอนไซม์ที่ใช้ย่อยแลคโตส) ซึ่งหมายความว่าคุณจะได้ประโยชน์จากการดื่มนม โดยที่แทบจะไม่มีความเสี่ยงต่ออาการของภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติหลังการบริโภค

การจัดหาแหล่งแคลเซียม

หากคุณไม่สามารถรับประทานอาหารจำพวกนมได้ คุณอาจจะขาดแคลเซียมไปได้ ซึ่งแคลเซียมมีประโยชน์ดังนี้: ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของฟันและกระดูก ช่วยควบคุมการบีบรัดกล้ามเนื้อ (รวมถึงการเต้นของหัวใจ) ช่วยให้เกิดลิ่มเลือดขึ้นตามปกติ

ดังนั้นคุณควรจึงเลือกทานอาหารที่ปราศจากแลคโตสที่มีปริมาณแคลเวียมเพิ่มเติม หรือทานอาหารที่เป็นแหล่งแคลเซียมแทนการดื่มนม เช่น: ถั่วเหลือง เต้าหู้ ถั่ว ขนมปัง และอาหารที่ทำมาจากแป้งเพิ่มสารอาหาร ปลาที่สามารถทานพร้อมก้างได้ (เช่นปลาซาร์ดีน แซลม่อน เป็นต้น)

คุณสามารถจัดหาอาหารเสริมวิตามิน D และแคลเซียมจากร้านขายยาทั่วไปเพื่อช่วยดูแลกระดูกได้

ควรตรวจสอบกับแพทย์หรือนักโภชนาการว่าคุณควรใช้อาหารเสริมหรือไม่ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะการได้รับแคลเซียมมากเกินไปจะทำให้เกิดผลข้างเคียงได้

สารทดแทนแลคเตส

นอกจากการปรับเปลี่ยนอาหารการรับประทานแล้ว คุณอาจใช้ยาหยด ยาเม็ด หรือแคปซูลที่บรรจุสารทดแทนแลคเตสก็ได้

สารทดแทนแลคเตสนี้จะทำหน้าที่แทนแลคเตสที่ลำไส้ของคุณขาดไป และช่วยลดอาการของภาวะด้วยการเข้าสลายแลคโตสในอาหาร

สารทดแทนแลคเตสสามารถผสมเข้ากับนมหรือทานพร้อมอาหารที่มีแลคโตสได้

ภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติในเด็ก

หากลูกของคุณป่วยเป็นภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ พวกเขาอาจยังสามารถบริโภคแลคโตสได้ในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งคุณสามารถทดลองเพื่อหาว่าพวกเขาสามารถดื่มหรือทานอาหารที่มีแลคโตสได้มากเท่าไรก็ได้

หากเด็กไม่สามารถทนแลคโตสได้เลย แพทย์จะส่งตัวคุณไปพบกับนักโภชนาการเพื่อขอรับคำแนะนำด้านโภชนาการ เพราะว่าเด็กเล็กควรได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อสุขภาพของพวกเขาเพื่อใช้ในการเจริญเติบโตและเสริมสร้างพัฒนาการต่าง ๆ

โดยทั่วไปแล้ว เด็กเล็กก็สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำการลองหรือเลี่ยงอาหารกลุ่มเสี่ยงได้เหมือนผู้ใหญ่

สำหรับทารกที่เป็นภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติ ควรใช้นมปราศจากแลคโตสจากร้านขายยากับร้านค้าทั่วไป ซึ่งเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่าหกเดือนไม่ควรดื่มนมถั่วเหลืองเพราะนมประเภทนี้มีฮอร์โมนที่อาจรบกวนพัฒนาการทางร่างกายและเพศของเด็กในอนาคตได้

สำหรับทารกที่ยังคงดื่มนมจากมารดาอยู่นั้นสามารถรับสารทดแทนแลคเตสแบบหยดได้ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขาย่อยนมของมารดาได้ง่ายขึ้น สำหรับเด็กส่วนมาก ภาวะย่อยแลคโตสผิดปรกติจะเป็นเพียงภาวะชั่วคราวที่จะดีขึ้นเองภายในเวลาไม่กี่สัปดาห์ หลังจากช่วงเวลานี้ คุณจะสามารถเพิ่มอาหารจำพวกนมให้พวกเขาทานได้ทีละนิด ๆ 

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

บทความก่อนหน้า
เมื่อสงสัยมีภาวะย่อยแลคโตสบกพร่อง
เมื่อสงสัยมีภาวะย่อยแลคโตสบกพร่อง

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่