ความรู้สุขภาพ

โรคร้ายที่มากับการนอน นอนไม่พอ นอนมากเกินไปส่งผลอะไรบ้าง

นอนไม่พอ นอนมากเกินไป รู้หรือไม่ว่าเกิดโรคร้ายได้
เผยแพร่ครั้งแรก 29 มี.ค. 2017 อัปเดตล่าสุด 11 ก.พ. 2020 เวลาอ่านประมาณ 6 นาที
โรคร้ายที่มากับการนอน นอนไม่พอ นอนมากเกินไปส่งผลอะไรบ้าง

การนอนหลับไม่เพียงพอ หรือ นอนหลับมากจนเกินไป ไม่มีแบบไหนที่ส่งผลดีต่อสุขภาพทั้งนั้น เพราะพฤติกรรมการนอนทั้ง 2 แบบมีแต่จะสร้างผลร้ายและทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมามากมาย

ผลเสียจากพฤติกรรมการนอนที่ไม่ถูกต้อง

การนอนที่ถูกต้องตามหลักสากลคือ นอนให้ครบ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน แต่ในกลุ่มผู้ที่ชอบนอนดึก หรือนอนไม่หลับ ร่างกายก็จะพักผ่อนไม่เพียงพอ และเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อนมากมาย เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ที่นอนมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งการนอนมากเกินไปก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพไม่ต่างกัน

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่วันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 474 บาท ลดสูงสุด 1010 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

195

โรคและอาการที่เป็นผลกระทบมาจากการนอนหลับจะส่งสัญญาณไม่มากนักในช่วงแรก แต่ผู้ป่วยจะเริ่มเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับระบบการนอน เช่น จากที่เคยเป็นคนตื่นเช้า ก็อาจกลายเป็นตื่นสายขึ้น หรือนอนไม่หลับตอนกลางคืน แต่จะไปง่วงนอนเอาช่วงสายหรือบ่ายแทน และสิ่งที่ตามมาก็คือ อาการของร่างกายที่เริ่มผิดปกติ เช่น จากที่ไม่เคยมีอาการปวดหัว ก็อาจจะเริ่มปวดมากขึ้น และลุกลามกลายเป็นโรคไมเกรนในเวลาต่อมา

เราสามารถแบ่งกลุ่มผู้ป่วยโรคต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการนอนหลับได้ 2 กลุ่มด้วยกันคือ

1. กลุ่มผู้มีอาการนอนหลับไม่เพียงพอ

ด้วยวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่มีปัจจัยรอบตัวทำให้ต้องนอนดึกอยู่บ่อยๆ เช่น ทำงานล่วงเวลา อ่านหนังสือสอบให้ทัน การสังสรรค์ยามค่ำคืน ทำให้เมื่อร่างกายเริ่มพักผ่อนไม่เพียงพอจนสะสมไปหลายวัน ก็จะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมา 

อาการผิดปกติเริ่มต้นของผู้ที่นอนหลับไม่เพียงพออาจเป็นการนอนตื่นสายมากขึ้น ง่วงนอนตลอดเวลาในช่วงกลางวัน มีกลิ่นตัวแรง รู้สึกหงุดหงิดและเครียดง่ายกว่าเดิม ก่อนที่อาการอีกอย่างจะตามมาคือ มีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง เพราะร่างกายและสมองของผู้ป่วยชินกับการนอนดึกไปแล้ว และส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ตามมาอีกมากมาย เช่น

  1. โรคมะเร็งลำไส้: เป็นโรคยอดฮิตที่ผู้คนในยุคปัจจุบันมักเป็นกัน เพราะหลายคนต้องตื่นเช้าไปทำงานหรือไปเรียน แต่เพราะนอนดึกจนตื่นสายขึ้นกว่าเดิม จึงไม่มีเวลารับประทานอาหารเช้าให้ทัน จนต้องเปลี่ยนไปรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์แต่ใช้เวลาปรุงเร็วแทน เช่น อาหารสำเร็จรูป อาหารจานด่วน นอกจากนี้ยังไม่เคยออกกำลังกาย จนทำให้เกิดความเสื่อมของระบบภายใน โดยเฉพาะส่วนลำไส้ จนกลายเป็นโรคลำไส้อักเสบ และลุกลามจนกลายเป็นมะเร็งลำไส้ในที่สุด
  2. โรคหลอดเลือดหัวใจ: สารโปรตีนในร่างกายจะสะสมมากขึ้นที่หัวใจในเวลาที่คุณตื่นโดยธรรมชาติ แต่ถ้าคุณไม่นอน หรือนอนดึกเกินไป สารโปรตีนเหล่านี้ก็จะยิ่งเข้าไปเกาะที่ผนังหลอดเลือดหัวใจ จนทำให้เกิดการอุดตัน และทำให้ความดันเลือดสูงขึ้น
  3. โรคเบาหวาน: ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่นอนไม่พอ จะทำให้ระดับน้ำตาลกลูโคสและอินซูลินในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถควบคุมได้ นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจเกิดภาวะดื้ออินซูลินจากการนอนพักผ่อนไม่เพียงพอได้ด้วย
  4. ระบบร่างกายรวน: การที่ร่างกายของคุณพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็ไม่ต่างจากเครื่องจักรที่ทำงานนานๆ โดยไม่ได้หยุดพัก จึงสามารถเกิดการรวนจนร่างกายทำงานผิดปกติได้ โดยจะเริ่มจากระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ และทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารย่อยไม่ดี การถ่ายอุจจาระไม่เป็นปกติ ผู้ป่วยบางรายอาจท้องเสีย และท้องผูกสลับกันอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ซึ่งความจริงแล้ว นั่นเป็นเพราะว่ากระเพาะอาหารเกิดการล้า จึงทำให้ย่อยอาหารได้ไม่ดีเท่าที่ควรนั่นเอง
  5. โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง: ผู้ป่วยโรคนี้โรคนี้หลายรายจะมีอาการเริ่มต้นคือ ต้องใช้เวลาเกินกว่า 30 นาทีจึงจะสามารถหลับได้ หรืออาจหลับๆ ตื่นๆ ตลอดทั้งคืน จากนั้นก็จะไม่สามารถหลับต่อได้อีก นอกจากนี้ โรคนอนไม่หลับเรื้อรัง ยังส่งผลต่อการเข้าห้องน้ำบ่อยทั้งคืนด้วย เพราะร่างกายจะต้องการดูดซับน้ำมากกว่าคนปกติ ซึ่งอาการนี้จะต้องเกิดขึ้นเกิน 1 เดือน ถึงจะเรียกว่า “การนอนไม่หลับแบบเรื้อรัง”
  6. สมรรถภาพทางเพศเสื่อมลง: เพราะการนอนไม่หลับจะทำให้การหลั่งของฮอร์โมน "เทสโทสเทอโรน" (Testosterone) ซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศที่สำคัญต่ำลง ซึ่งทำให้ความต้องการทางเพศลดต่ำลงไปด้วย
  7. อารมณ์แปรปรวนง่าย: เพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอจะส่งผลกระทบทำให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลียเมื่อตื่นเช้า รู้สึกไม่กระปรี้กระเปร่าจนหงุดหงิดง่าย และอารมณ์เสียง่ายกว่าปกติ อีกทั้งยังทำให้การตัดสินใจต่างๆ ผิดพลาดไปด้วย เนื่องจากสมองพักผ่อนไม่เพียงพอ

วิธีแก้ไขความผิดปกติจากการนอนหลับไม่เพียงพอ

  1. พยายามกำหนดเวลานอนให้เป็นเวลา ระหว่างที่นอนให้ปล่อยสมองให้โล่ง หยุดคิดเรื่องราวต่างๆ เพื่อให้ร่างกายหลับได้เร็วขึ้น
  2. งดดื่มชา กาแฟ และอาหารต่างที่มีส่วนผสมของสารซึ่งสามารถกระตุ้นสมองได้ก่อนนอน ปรับการกินอาหารแต่ละมื้อให้ตรงเวลามากขึ้น กินผักผลไม้และอาหารที่มีประโยชน์ให้มากๆ และหลีกเลี่ยงการกินอาหารหนัก หรือกินเนื้อสัตว์ในปริมาณมากก่อนนอน เพราะจะยิ่งทำให้อึดอัดท้อง จนทำให้นอนไม่หลับ
  3. ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายได้ขับเหงื่อ ทำให้สมองปลอดโปร่งมากขึ้น และยังทำให้นอนหลับได้เร็วขึ้นด้วย
  4. งดเล่นคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตก่อนนอน ปิดไฟทำห้องนอนให้เงียบและมืด เพื่อให้บรรยากาศรอบตัวน่านอนมากขึ้น
  5. เลือกเตียงและฟูกนอนที่เป็นมาตรฐาน นอนสบาย ไม่แข็งและนุ่มจนเกินไป พร้อมทั้งหาหมอนที่รองรับศีรษะได้พอดีด้วย

2. กลุ่มผู้มีอาการนอนมากเกินไป

เราสามารถเรียกพฤติกรรมการนอนมากเกินไปได้อีกชื่อคือ "โรคนอนเกิน" (Hypersomnia) หรือโรคขี้เซา ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอาการนอนหลับเกินความพอดี โดยจำนวนชั่วโมงการนอนจะมากกว่า 8 ชั่วโมงขึ้นไป และจะไม่รู้สึกว่านอนเท่าไรจึงจะเพียงพอ อีกทั้งจะมีอาการเฉื่อยชา ไร้ชีวิตชีวา กินน้อยแต่อ้วนง่าย หรือน้ำหนักขึ้นง่ายกว่าเดิม เพราะการนอนจะทำให้กระเพาะอาหารไม่ทำงาน จึงทำให้อาหารไม่ย่อย และเกิดเป็นไขมันสะสมตามร่างกาย 

นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคนอนเกินยังอาการของโรคอื่นๆ ตามมาได้อีก ดังนี้

  1. ทำร้ายสมอง: การนอนมากเกินไปจะทำให้สมองผู้ป่วยเฉื่อยชา จนกลายเป็นคนที่คิดอะไรไม่ออก การประมวลผลต่างๆ ช้าลงกว่าเดิม กลายเป็นคนไร้ชีวิตชีวา ขยับตัวน้อยลง และเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้
  2. อ้วนง่าย: น้ำหนักที่เกินเกณฑ์จะส่งผลให้ผู้ป่วยเป็นโรคอื่นๆ ตามมาอีกมากมายทั้ง โรคหัวใจ ความดันโลหิต โรคเบาหวาน และต่อให้ผู้ป่วยเป็นคนรับประทานอาหารน้อย แต่หากยังคงมีพฤติกรรมนอนมากเกินไปอยู่ก็ยังสามารถเกิดภาวะอ้วนได้ เพราะกระเพาะอาหารไม่ค่อยได้ทำงานนั่นเอง
  3. กลายเป็นคนซึมเศร้า: ร่างกายของผู้ป่วยโรคนอนเกินจะมีการหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (Endorphins) และสารซีโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารแห่งความสุขน้อยลง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอารมณ์แปรปรวนง่าย รู้สึกว่าชีวิตไม่มีความสุข และอาจคิดอยากฆ่าตัวตายได้ด้วย
  4. ภาวะมีบุตรยาก: ผู้หญิงที่นอนในระยะเวลา 7-8 ชั่วโมงต่อวัน จะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากกว่าผู้หญิงที่นอนนานเกินวันละ 9 ชั่วโมง เพราะฮอร์โมนและรอบเดือนของผู้หญิงจะเป็นปกติก็ต่อเมื่อต้องได้รับการพักผ่อนที่พอดีเท่านั้น
  5. เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตเร็ว: เพราะผู้ที่นอนมากเกินไปมักจะนอนหลับง่าย และนานกว่าคนปกติ ทำให้ร่างกายไม่ค่อยได้ขยับตัวหรือมีการเผาผลาญพลังงาน ทำให้ไม่สามารถเพิ่มออกซิเจนแก่อวัยวะภายในได้ และเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตได้ง่ายขึ้น
  6. เสี่ยงต่อสภาวะการหยุดหายใจแบบเฉียบพลัน: เราสามารถเรียกสภาวะนี้ได้อีกชื่อว่า “อาการไหลตาย” สาเหตุนี้เกิดขึ้นจากการดับของสัญญาณสมอง ทำให้เนื้อสมองตาย ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการนอนนานมากเกินไป

วิธีแก้ไขความผิดปกติจากการนอนหลับมากเกินไป

  1. เข้านอนตรงเวลาทุกวัน และเมื่อตื่นนอนแล้วให้ลุกจากที่นอนทันที อย่าต่อเวลาการนอนออกไปอีก
  2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนทุกชนิด
  3. หากิจกรรมก่อนนอนง่ายๆ เช่น หาหนังสืออ่านสักเล่ม ฟังเพลง เพื่อให้คุณได้ปรับตัวและพัฒนาการนอนหลับที่ดีได้
  4. อย่ากลัวจนไม่กล้านอน หรือบังคับตนเองไม่ให้นอนเลยเพราะกลัวว่าจะนอนนานเกินไปอีก เพราะถ้าทำแบบนั้นจะยิ่งทำให้พฤติกรรมการนอนผิดรูปแบบไปกว่าเดิม และผู้ป่วยอาจกลายเป็นนอนไม่หลับ หรือหลับยาวกว่าเดิม ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพทั้งคู่

วิธีการนอนหลับที่ดีและเหมาะสม

  1. นอนหลับให้ได้ประมาณ 6-8 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น: อย่าให้ชั่วโมงการนอนน้อยหรือมากกว่านี้ และควรกำหนดเวลานอนกับเวลาตื่นที่ตรงเวลาด้วย โดยเวลานอนที่ดีควรก่อน 4 ทุ่ม แล้วตื่นประมาณตี 5-6 โมงเช้า เพียงเท่านี้ ร่างกายก็จะมีการปรับตัวกับพฤติกรรมการนอนแบบใหม่ และมีความกระปรี้กระเปร่าเตรียมรับเช้าวันใหม่อย่างสดชื่นได้อีกครั้ง
  2. อาบน้ำก่อนนอนทุกครั้ง: ไม่ว่าคุณจะทำงานหรือเรียนหนักมาแค่ไหน เมื่อกลับถึงบ้านหรือก่อนเข้านอน ให้พยายามอาบน้ำก่อนนอนทุกครั้ง เพราะจะทำให้คุณรู้สึกสบายใจตัว ไม่เหนียวตัวจากคราบเหงื่อไคลที่เจอมาตลอดทั้งวัน จนทำให้รู้สึกนอนไม่หลับได้
  3. นอนเวลากลางคืนเท่านั้น และไม่ควรนอนเวลากลางวัน: หรือถ้านอนกลางวันก็ไม่ควรนอนนานเกิน 1 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้นอนไม่หลับอีกในเวลากลางคืน
  4. ทำกิจวัตรทุกอย่างในชีวิตให้เป็นระเบียบ: มีความตรงต่อเวลาและสม่ำเสมอในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น เวลาตื่น เวลากินข้าว เวลาออกกำลังกาย เวลาอาบน้ำ เวลานอน หลายคนอาจเรียกเวลาเหล่านี้ว่า "นาฬิกาชีวิต" เมื่อทุกอย่างเป็นไปอย่างมีระเบียบ สุขภาพกายและใจก็จะดีขึ้นโดยทันตาเห็น
  5. ไม่ควรใช้ยานอนหลับ: โดยเฉพาะในผู้ป่วยรายที่มีอาการนอนไม่หลับเรื้อรัง เพราะผู้ป่วยควรที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการแก้ไขที่ต้นเหตุ ไม่ใช่แก้ที่ปลายเหตุด้วยการใช้ยา อีกทั้งการปรับพฤติกรรมการนอนใหม่ด้วยตนเอง จะทำให้ผู้ป่วยมีการนอนหลับที่ดีในระยะยาว 
    ส่วนผู้ป่วยรายที่นอนเยอะเกินไป ก็ไม่ควรใช้ยากระตุ้นประสาทเพื่อให้ไม่หลับหรือปลุกให้ตนเองตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เพราะพฤติกรรมเหล่านี้อาจทำให้เกิดอาการหลอน และกลายมาเป็นอาการทางจิตหรือประสาทไปในที่สุด

การปรับเวลาการนอนให้เหมาะสมและเข้ากับวิถีชีวิตในปัจจุบันอาจเป็นไปได้ยาก แต่เราทุกคนต้องอย่าลืมว่าการนอนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรง สมองที่ใช้งานมาทั้งวันจะได้มีการพักผ่อน และอวัยวะภายในที่ทำงานหนักมาทั้งวันก็จะได้ผ่อนคลายรวมถึงซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

ดังนั้น คุณจึงจำเป็นต้องเล็งเห็นความสำคัญของเวลานอนที่ดี และหาเวลานอนพักผ่อนให้เพียงพออย่างสม่ำเสมอ แต่หากคุณมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจทำให้ต้องนอนดึกขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น เวลาทำงาน ภาระต่างๆ ภายในบ้านหรือครอบครัว ขอให้คุณคำนึงถึงภาวะสุขภาพของตนเอง เวลาว่างที่พอจะจัดสรรได้กับภาระต่างๆ ที่ต้องทำ และพฤติกรรมการนอนที่เป็นอยู่ควบคู่กันไป แล้วปรับตัวกับเวลาในการนอนหลับเข้ากับปัจจัยเหล่านั้น บางทีคุณอาจได้นาฬิกาชีวิตที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตของตนเอง และไม่กระทบต่อสุขภาพของคุณด้วย


2 แหล่งข้อมูล
กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
medicalnewstoday.com, Incorrect sleep behavior (https://www.medicalnewstoday.com/articles/321732.php#1), May 4, 2018
ncbi.nlm.nih.gov, Incorrect sleep behavior (https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3669074/)

บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม