การผ่าตัด

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเป็นอย่างไร? รวมทุกข้อมูลที่ควรรู้ทั้งหมด

เมื่อข้อเข่าใช้การไม่ได้ดั่งเดิม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพื่อให้กลับมาใช้งานเข่าได้ดังเดิม
เผยแพร่ครั้งแรก 12 พ.ค. 2018 อัปเดตล่าสุด 5 มิ.ย. 2020 ตรวจสอบความถูกต้อง 16 ส.ค. 2019 เวลาอ่านประมาณ 7 นาที
ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเป็นอย่างไร? รวมทุกข้อมูลที่ควรรู้ทั้งหมด

เรื่องควรรู้

ขยาย

ปิด

  • การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า เป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมซึ่งผิวข้อสึกหรอไปมาก รักษาด้วยวิธีอื่นๆ แล้วไม่ประสบผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานยา หรือการทำกายภาพบำบัด
  • แพทย์จะผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าโดยการนำผิวกระดูกอ่อนที่เสื่อมสภาพแล้วออก หลังจากนั้นจะนำข้อเข่าเทียมซึ่งทำจากโลหะและโพลีเอทิลีนมาใส่แทนที่ ยึดด้วยซีเมนต์พิเศษแล้วจัดแกนขาที่ผิดรูปให้กลับมาตรงดังเดิม
  • แพทย์จะใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1.30 - 2 ชั่วโมง ต่อการผ่าตัด 1 ข้าง และภายหลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะสามารถเคลื่อนไหวข้อเข่าและลงน้ำหนักได้ตามปกติ หรือใกล้เคียงปกติและเดินได้ไกลมากขึ้น
  • แพทย์มักพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมให้เฉพาะผู้ป่วยที่มีอายุค่อนข้างมาก เนื่องจากข้อเข่าเทียมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยประมาณ 20-25 ปีแล้วจะเริ่มเสื่อมสภาพ และการผ่าตัดเปลี่ยนซ้ำอาจให้ผลการรักษาไม่ดีเหมือนครั้งแรกด้วย
  • ราคาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่านั้น อยู่ที่ประมาณ 100,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาล
  • เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจและรักษาข้อเข่า

ข้อเข่านับเป็นอวัยวะสำคัญที่ใช้ในการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง หรือนอน หากข้อเข่ามีความผิดปกติ หรือเสื่อมสภาพลง อาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดเวลาเคลื่อนไหว สำหรับในรายที่เป็นมาก บางครั้งแค่อยู่เฉยๆ ก็รู้สึกปวดแล้ว 

อาการเกี่ยวกับข้อเข่าผิดปกติทั้งหลายหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ นอกจากการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการอักเสบ ลดอาการเจ็บปวดแล้วแล้ว การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเคลื่อนไหว ยืน เดิน นั่ง ได้ตามปกติอีกครั้ง

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รักษา ผ่าตัด กระดูกและข้อวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 950 บาท ลดสูงสุด 5000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

188

ทำความรู้จักข้อเข่า อวัยวะสำคัญของร่างกาย

ข้อเข่าเป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ประกอบไปด้วยส่วนของกระดูกแข็ง 3 ชิ้น เป็นโครงสร้างหลัก ได้แก่

  • ส่วนปลายของกระดูกต้นขา (Femur)
  • ส่วนบนของกระดูกหน้าแข้ง (Tibia)
  • กระดูกลูกสะบ้า (Patellar)

ทั้งนี้กระดูกทั้ง 3 ส่วนนี้ ยึดอยู่ด้วยกันโดยมีเส้นเอ็น หมอนรองกระดูก และกล้ามเนื้ออยู่ล้อมรอบ ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหว รองรับ และกระจายน้ำหนักในขณะที่ยืน หรือเดิน

บริเวณผิวของกระดูกทั้ง 3 ชิ้นจะปกคลุมด้วยกระดูกอ่อน (Articular Cartilage) ซึ่งมีสีขาว ลักษณะมันเรียบ คล้ายผิวไข่มุก ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกกันของกระดูกและช่วยให้การเคลื่อนไหวลื่นไหลขึ้น 

สาเหตุที่ต้องมีกระดูกอ่อนเนื่องจากที่ปลายกระดูกแข็งมีเส้นประสาทอยู่มาก ถ้าไม่มีผิวกระดูกอ่อน กระดูกแข็งที่กดทับและเสียดสีกันขณะที่มีการงอเหยียดเข่า ยืน หรือเดินลงน้ำหนัก จะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้ 

ดังนั้นหากกระดูกอ่อนแข็งแรงดี เมื่อมีการงอ เหยียดเข่า และเดินลงน้ำหนัก จะไม่รู้สึกเจ็บปวด หรือขัดในเข่าเลย

สาเหตุสำคัญที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

1. ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of the Knee)

เป็นโรคที่เกิดจากการสึกกร่อนของ “ผิวกระดูกอ่อน” ของข้อเข่า มีสาเหตุจากอายุที่มากขึ้นและการใช้งานข้อเข่าหนัก ทำให้มีการขัดสีและถลอกของผิวกระดูกอ่อนที่หุ้มอยู่รอบเข่าจนถึงเนื้อกระดูก ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รักษา ผ่าตัด กระดูกและข้อวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 950 บาท ลดสูงสุด 5000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

188

บางกรณีข้อเข่าอาจมีการซ่อมแซมตัวเอง และพอกตัวหนาขึ้น เกิดเป็นกระดูกงอกขรุขระขึ้นภายในข้อทำให้การเคลื่อนไหวติดขัดและมีเสียงดัง 

ผู้ป่วยที่มีอาการมากหมายถึง กระดูกงอกผิดปกติ หรือมีการสึกกร่อนไปมาก จะทำให้ขาโก่งเข้าด้านใน หรือเกบิดออกนอก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้การรับน้ำหนักของข้อเข่าผิดปกติได้ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมจะเป็นผู้สูงอายุ และเพศหญิงมีโอกาสเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าเพศชาย

2. ข้ออักเสบเรื้อรัง 

โรคที่พบบ่อย คือ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ โดยข้ออักเสบเรื้อรังจะทำให้เยื่อหุ้มข้ออักเสบหนาตัวขึ้น มีการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงข้อมากขึ้นทำให้เข่าบวมแดง เมื่อมีการอักเสบนานจะทำให้ส่วนกระดูกถูกทำลาย

3. ข้ออักเสบจากอุบัติเหตุ

อุบัติเหตุเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลาย จากแรงกระแทกที่รุนแรง หรือจากการแตกร้าวของกระดูกและกระดูกอ่อนเป็นผลให้ผิวข้อเสียไม่เรียบ

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าคืออะไร?

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมซึ่งผิวข้อสึกหรอไปมาก รักษาด้วยวิธีอื่นๆ แล้วไม่ประสบผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานยา หรือการทำกายภาพบำบัด

แพทย์จะผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าโดยการนำผิวกระดูกอ่อนที่เสื่อมสภาพแล้วออก หลังจากนั้นจะนำข้อเข่าเทียมซึ่งทำจากโลหะและโพลีเอทิลีนมาใส่แทนที่ ยึดด้วยซีเมนต์พิเศษแล้วจัดแกนขาที่ผิดรูปให้กลับมาตรงดังเดิมโดยจะใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1.30 - 2 ชั่วโมง ต่อการผ่าตัด 1 ข้าง 

แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ
รักษา ผ่าตัด กระดูกและข้อวันนี้ ที่คลินิกหรือรพ. ใกล้บ้านคุณ เริ่มต้นที่ 950 บาท ลดสูงสุด 5000 บาท

จองผ่าน HD ประหยัดกว่า / จ่ายทีหลังได้ / ผ่อน 0% ได้ / พร้อมแอดมินคอยตอบทุกคำถาม!

188

ภายหลังจากการผ่าตัดผู้ป่วยจะสามารถเคลื่อนไหวข้อเข่าและลงน้ำหนักได้ตามปกติ หรือใกล้เคียงปกติและเดินได้ไกลมากขึ้น

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีกี่ชนิด

ข้อเข่าเทียมมีหลายชนิดขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค โดยแบ่งชนิดของข้อเข่าเทียมได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

1. ข้อเข่าเทียมแบบเปลี่ยนผิวข้อเฉพาะบางส่วน 

แบ่งได้ 2 รูปแบบ คือ

    • ข้อเข่าเทียมแบบซีกเดียว (Unicompartmental Knee Arthroplasty) ใช้ทดแทนผิวข้อที่สึกเพียงด้านใดด้านหนึ่ง พบมากในผู้ป่วยที่มีอาการปวดเข่าด้านในเพียงด้านเดียวและแกนขาไม่โก่งมาก แพทย์จะนำผิวกระดูกที่เสื่อมสภาพออกไปแล้วใช้ข้อเข่าเทียมชนิดซีกเดียวเปลี่ยนให้
    • ข้อเข่าเทียมแบบสองซีก (Bicompartmental Knee Arthroplasty) เป็นข้อเข่าเทียมที่ใช้เปลี่ยนผิวข้อทางด้านในและลูกสะบ้า เหมาะจะใช้ในผู้ป่วยที่มีผิวข้อเสื่อมทางด้านในและผิวลูกสะบ้าสึกหรอ มีแกนขาโก่งไม่มาก และผิวข้อทางด้านนอกปกติ

    2. ข้อเข่าเทียมแบบเต็มข้อ (Total Knee Arthroplasty) 

    ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการข้อเสื่อมรุนแรงมากๆ โดยอาการปวดเข่าทั่วทั้งเข่าและแกนขาผิดรูปมาก แพทย์จะนำผิวข้อที่เสื่อมแล้วออกทั้งหมด แล้วทดแทนด้วยข้อเข่าเทียมแบบเต็มข้อ

    เมื่อไรต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า?

    ข้อเข่าเทียมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยประมาณ 20-25 ปีแล้วจะเริ่มเสื่อมสภาพ แพทย์จึงมักพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมให้เฉพาะผู้ป่วยที่มีอายุค่อนข้างมาก เนื่องจากการเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมในผู้ป่วยที่อายุน้อยซึ่งยังมีการเคลื่อนไหวและใช้ข้อเข่ามาก จะทำให้ข้อเข่าเทียมสึกหรอเร็วและมีอายุการใช้งานที่สั้นลง 

    โดยการผ่าตัดเปลี่ยนซ้ำอาจให้ผลการรักษาไม่ดีเหมือนครั้งแรกทั้งยังใช้เวลาในการพักรักษาตัวนานกว่า

    นอกจากนี้แพทย์จะเลือกผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมในผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีรับประทานยาและการรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูมาอย่างเต็มที่แล้วอาการไม่ดีขึ้น โดยสรุปแล้วผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า คือ

    • ผู้ป่วยสูงอายุที่มีข้อเข่าเสื่อมในระยะสุดท้าย
    • ผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาแก้ปวดต่อเนื่องกันทุกวัน
    • ผู้ที่มีอาการปวดมากจนรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน
    • ผู้ที่ทดลองรักษาด้วยวิธีอื่นทั้งหมดแล้วไม่ประสบความสำเร็จ

    ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

    การผ่าตัดเปลี่ยนเข่าเทียมเป็นการผ่าตัดทั่วไปที่ผู้ป่วยส่วนมากมักไม่ประสบกับภาวะแทรกซ้อนใดๆ แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่เช่นกัน โดยภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นมีดังนี้

    • การติดเชื้อที่บาดแผลซึ่งต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ แต่หากมีการติดเชื้อลึก อาจต้องผ่าตัดเพิ่มเติม
    • มีเลือดไหลเข้าในข้อต่อเข่า
    • เอ็นยึด เส้นเลือด หรือเส้นประสาทบริเวณที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเสียหาย
    • อาจมีลิ่มเลือด หรือภาวะเส้นเลือดดำที่ขาตีบขอด (DVT) ทำให้เคลื่อนไหวขาในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทำได้น้อยลง
    • มีอาการเจ็บในข้อเข่า หรือชารอบบาดแผล
    • มีการแตกร้าวของกระดูกรอบข้อต่อเทียมระหว่าง หรือหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
    • มีกระดูกยื่นออกรอบข้อเข่าเทียมจนจำกัดการเคลื่อนไหวของเข่า
    • มีแผลเป็นรอบข้อต่อเทียมจนจำกัดการเคลื่อนไหวของเข่า
    • กระดูกสะบ้าเคลื่อน
    • อาจมีอาการแพ้ซีเมนต์กระดูกที่ใช้ในกระบวนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าได้

    ข้อห้ามในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

    • ผู้ที่มีการติดเชื้อในเข่า และยังรักษาไม่หายขาด
    • ผู้ที่มีการติดเชื้อบางอย่างในร่างกาย เช่น ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อในช่องปาก เป็นต้น
    • ผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อมร่วมกับกล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง เนื่องจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมไม่สามารถแก้ไขภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ ผู้ป่วยจะไม่สามารถใช้งานขาได้ กรณีนี้จำเป็นต้องรักษาด้วยแนวทางอื่น
    • ผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมร่วมกับการสูญเสียการทำงานของเส้นประสาทรับความรู้สึก ผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่รู้สึกเจ็บที่เข่า แต่การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามีจุดประสงค์คือ ลดอาการบาดเจ็บจึงไม่จำเป็นต้องผ่า นอกจากนี้การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในผู้ป่วยกลุ่มนี้มีโอกาสประสบความไม่สำเร็จสูงนัก เช่น ข้อเทียมหลวมก่อนเวลา มีโอกาสที่ข้อเทียมติดเชื้อสูง เป็นต้น

    ระยะเวลาฟื้นตัวหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

    ระยะเวลาการฟื้นตัวหลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าจะแตกต่างกันตามวิธีการผ่าตัด ซึ่งมี 3 รูปแบบหลักๆ คือ

    1. ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบมาตรฐานดั้งเดิม (Standard Total Knee Arthroplasty) ผู้ป่วยจะลุกเดินได้ภายใน 4 – 7 วันหลังการผ่าตัด และต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 7-14 วัน
    2. ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบแผลเล็ก (เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย) (Minimally Invasive Surgery-Total Knee Arthroplasty: MIS-TKA) ผู้ป่วยจะลุกเดินได้ภายใน 1-2 วันหลังผ่าตัด และต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 3-7 วันหลังผ่าตัด
    3. ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบแผลเล็กโดยใช้คอมพิวเตอร์นำร่อง (Computer Assisted-Minimally Invasive Total Knee Arthroplasty: CAS-MIS-TKA) ผู้ป่วยจะลุกเดินได้ภายใน 1-2 วันหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า และต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 3-7 วันหลังผ่าตัด วิธีนี้ผู้ป่วยจะเสียเลือดน้อยกว่า ฟื้นตัวเร็วกว่า แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงกว่าเช่นกัน

    ระหว่างพักฟื้นที่โรงพยาบาล นักกายภาพบำบัดจะให้คุณฝึกออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้เข่า โดยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของนักกายภาพอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหรือการเคลื่อนของข้อต่อใหม่

    หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าอาจมีอาการไม่สบายเนื้อสบายตัวขณะเดิน หรือออกกำลังกายบ้าง และอาจมีอาการบวมที่ขาและเท้าซึ่งเป็นภาวะปกติหลังการผ่าตัด

    ทั้งนี้การลุกขึ้นยืน หรือเดินในช่วงแรกๆ อาจต้องใช้เครื่องช่วยพยุง แต่หลังจากผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าประมาณ 6 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็จะสามารถเดินได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยพยุงใดๆ 

    รวมทั้งสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ เช่น ทำงานบ้านเบาๆ ขับรถ เดินทางไปทำงาน (ขึ้นอยู่กับประเภทของงานด้วย) มีเพศสัมพันธ์ ฯลฯ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของแต่ละบุคคลด้วย 

    อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คุณฟื้นตัวแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการยืนนานๆ เคลื่อนไหวแรงๆ หรือเล่นกีฬาหนักๆ ที่อาจทำให้หกล้มได้

    การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าอื่นๆ

    มีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมรูปแบบอื่นๆ อีกมากมายขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัย เพื่อรักษาอย่างเหมาะสม ดังนี้

    1. การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อตัดเล็มและชะล้างเนื้อเยื่อ 

    ใช้กล้องขนาดเล็กสอดเข้ารอยกรีดที่เข่า โดยแพทย์จะใช้น้ำเกลือล้างเศษกระดูก หรือกระดูกอ่อนออกไป กระบวนการนี้จะไม่แนะนำให้ทำกับผู้ที่มีปัญหาข้ออักเสบรุนแรง

    2. การผ่าตัดเพื่อรักษาความบกพร่องของกระดูกอ่อน 

    แพทย์จะสร้างรูขนาดเล็กที่พื้นผิวเหนือกระดูกก่อนใช้ไม้ขุดลึกลงไปเพื่อกระตุ้นการเติบโตของกระดูกอ่อน เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสียหายทางกระดูกอ่อนเล็กน้อย แต่กระบวนการนี้ก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์เชิงลึก อีกทั้งผลลัพธ์ก็ไม่ดีเท่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าสำหรับผู้ที่มีภาวะข้ออักเสบรุนแรง

    3. การผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูก 

    ศัลยแพทย์จะกรีดเปิดกระดูกแข้งเพื่อจัดเรียงตำแหน่งกระดูกใหม่ จุดมุ่งหมายเพื่อให้การลงน้ำหนักไม่ส่งผลโดยตรงกับข้อเข่าที่เสียหายเป็นกระบวนการที่ใช้กับผู้ที่มีปัญหาข้ออักเสบที่มีอายุน้อย เพราะการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามีข้อจำกัดและเหมาะกับผู้ที่มีอายุมาก ดังที่กล่าวไปข้างต้น

    4. การปลูกถ่ายเซลล์กระดูกอ่อน (ACI) 

    แพทย์จะนำเซลล์กระดูกอ่อนของคุณไปเลี้ยงในหลอดทดลองและนำกลับเข้าไปยังตำแหน่งอวัยวะที่เสียหาย มักใช้กับกรณีบาดเจ็บที่เข่ามากกว่าการรักษาโรคข้ออักเสบ

    5. การผ่าตัดเปลี่ยนกระดูกอ่อน 

    เป็นการโยกย้ายกระดูกอ่อนส่วนหนึ่งพร้อมกับกระดูกบางส่วนของข้อเข่าอีกข้างมาซ่อมแซมพื้นผิวที่เสียหาย

    วิธีป้องกันข้อเข่าเสื่อม ป้องกันก่อนต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

    แม้การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าจะถือว่า เป็นแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แต่การดูแลตัวเองเพื่อป้องกันข้อเข่าเสื่อมก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่ามาก 

    ดังนั้นเมื่อเริ่มมีอาการของข้อเข่าเสื่อมในระยะต้นๆ คุณสามารถดูแลรักษาตัวเองควบคู่ไปกับการรักษาโดยแพทย์ได้โดยการปฏิบัติด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้

    • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจะช่วยชะลอการเสื่อมของข้อเข่าได้
    • หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหว หรือท่านั่งบางอย่าง เช่น นั่งยอง คุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ซึ่งข้อเข่ามีการงอพับทำให้เข่าต้องรับแรงกดมากจึงทำให้อาการของโรคเพิ่มขึ้นได้
    • ใช้ไม้เท้าช่วยเดินเวลาที่มีอาการปวดมากและต้องเดินไกลๆ ไม้เท้าจะช่วยแบ่งน้ำหนักที่มาลงบริเวณข้อเข่า
    • ถ้ามีอาการปวด สามารถรับประทานยาแก้ปวด หรือยาที่แพทย์จ่ายให้เป็นครั้งคราวเพื่อบรรเทาอาการได้ แต่ไม่ควรรับประทานต่อเนื่องยาวนาน 1-2 สัปดาห์ เพราะอาจมีผลข้างเคียงบางอย่างได้
    • หมั่นออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า และกล้ามเนื้อต้นขา

    ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าได้ที่ไหน ราคาประมาณเท่าไร?

    การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า จำเป็นต้องกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาด อาจส่งผลร้ายแรงตามมาได้ ดังนั้นผู้ป่วยจึงต้องศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ และควรผ่าตัดกับโรงพยาบาลรัฐ หรือเอกชนที่ได้มาตรฐานสากล 

    โดยราคาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่านั้น อยู่ที่ประมาณ 100,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาล

    เปรียบเทียบราคาและแพ็กเกจตรวจและรักษาข้อเข่า จากคลินิกและโรงพยาบาลใกล้คุณ และไม่พลาดทุกการอัปเดตเรื่องสุขภาพและโปรโมชั่นเมื่อกดดาวน์โหลดแอป iOS และ Android


    5 แหล่งข้อมูล
    กองบรรณาธิการ HD มุ่งมั่นตั้งใจให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยทำงานร่วมกับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงเลือกใช้ข้อมูลอ้างอิงที่น่าเชื่อถือจากสถาบันต่างๆ คุณสามารถอ่านหลักการทำงานของกองบรรณาธิการ HD ได้ที่นี่
    Rama Channel, ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม และลดเสี่ยงติดเชื้อหลังผ่าตัด (https://med.mahidol.ac.th/ramachannel/home/article/%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97/0), 3 สิงหาคม 2561

    บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้อ่าน และไม่สามารถแทนการแนะนำของแพทย์ การวินิจฉัยโรค หรือการรักษาได้ ผู้อ่านควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจที่สถานพยาบาลทุกครั้ง และไม่ควรตีความเองหรือวางแผนการรักษาด้วยตัวเองจากการอ่านบทความนี้ ทาง HD พยายามอัปเดตข้อมูลให้ครบถ้วนถูกต้องอยู่เสมอ คุณสามารถส่งคำแนะนำได้ที่ https://honestdocs.typeform.com/to/kkohc7

    ผู้เขียนและผู้รีวิวบทความไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการที่นำเสนอแต่อย่างใด เว้นแต่จะระบุในเนื้อหา การแนะนำสินค้าและบริการแสดงขึ้นอัตโนมัติจากระบบของเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

    ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์มากแค่ไหนคะ
    (1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

    ตั้งกระทู้ถามหมอ

    เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลส่วนตัวของคุณ


    แนบไฟล์ (รูปหรือวิดีโอ)
    เช่น ประวัติการรักษา รอยโรค (ถ้ามี) *
    เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่ดูไฟล์ได้
    * ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เข้าถึงได้

    คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

    รับทราบและถามคำถาม