Doctor men
เขียนโดย
กองบรรณาธิการ HONESTDOCS
Doctor men
รีวิวโดย
ทีมแพทย์ HONESTDOCS
การผ่าตัด

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเป็นอย่างไร? รวมทุกข้อมูลที่ควรรู้ทั้งหมด

เมื่อข้อเข่าใช้การไม่ได้ดั่งเดิม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพื่อให้กลับมาใช้งานเข่าได้ดังเดิม
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2019 รีวิวเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2019 ประมาณเวลาการอ่าน: 7 นาที
มีคนอ่านบทความนี้แล้ว 1,832,275 คน

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเป็นอย่างไร? รวมทุกข้อมูลที่ควรรู้ทั้งหมด

ข้อเข่านับเป็นอวัยวะสำคัญที่ใช้ในการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะยืน เดิน นั่ง หรือนอน หากข้อเข่ามีความผิดปกติ หรือเสื่อมสภาพลง อาจทำให้รู้สึกเจ็บปวดเวลาเคลื่อนไหว สำหรับในรายที่เป็นมาก บางครั้งแค่อยู่เฉยๆ ก็รู้สึกปวดแล้ว 

อาการเกี่ยวกับข้อเข่าผิดปกติทั้งหลายหากไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติ นอกจากการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการอักเสบ ลดอาการเจ็บปวดแล้วแล้ว การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเคลื่อนไหว ยืน เดิน นั่ง ได้ตามปกติอีกครั้ง

โฆษณาจาก HonestDocs
ฟื้นฟูระบบประสาท ด้วยกายภาพบำบัด

ลดเพิ่ม 15% เริ่มที่ 850 บาท นักกายภาพระบบประสาทบำบัดวิชาชีพ ประสบการณ์สูง

Istock 1007757630

ทำความรู้จักข้อเข่า อวัยวะสำคัญของร่างกาย

ข้อเข่าเป็นข้อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย ประกอบไปด้วยส่วนของกระดูกแข็ง 3 ชิ้น เป็นโครงสร้างหลัก ได้แก่

  • ส่วนปลายของกระดูกต้นขา (Femur)
  • ส่วนบนของกระดูกหน้าแข้ง (Tibia)
  • กระดูกลูกสะบ้า (Patellar)

ทั้งนี้กระดูกทั้ง 3 ส่วนนี้ ยึดอยู่ด้วยกันโดยมีเส้นเอ็น หมอนรองกระดูก และกล้ามเนื้ออยู่ล้อมรอบ ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหว รองรับ และกระจายน้ำหนักในขณะที่ยืน หรือเดิน บริเวณผิวของกระดูกทั้ง 3 ชิ้นจะปกคลุมด้วยกระดูกอ่อน (Articular Cartilage) ซึ่งมีสีขาว ลักษณะมันเรียบ คล้ายผิวไข่มุก ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกกันของกระดูกและช่วยให้การเคลื่อนไหวลื่นไหลขึ้น 

สาเหตุที่ต้องมีกระดูกอ่อนเนื่องจากที่ปลายกระดูกแข็งมีเส้นประสาทอยู่มาก ถ้าไม่มีผิวกระดูกอ่อน กระดูกแข็งที่กดทับและเสียดสีกันขณะที่มีการงอเหยียดเข่า ยืน หรือเดินลงน้ำหนัก จะทำให้เกิดอาการเจ็บปวดได้ ดังนั้นหากกระดูกอ่อนแข็งแรงดี เมื่อมีการงอ เหยียดเข่า และเดินลงน้ำหนัก จะไม่รู้สึกเจ็บปวด หรือขัดในเข่าเลย

สาเหตุสำคัญที่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

  • ข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis of the Knee) เป็นโรคที่เกิดจากการสึกกร่อนของ “ผิวกระดูกอ่อน” ของข้อเข่า มีสาเหตุจากอายุที่มากขึ้นและการใช้งานข้อเข่าหนัก ทำให้มีการขัดสีและถลอกของผิวกระดูกอ่อนที่หุ้มอยู่รอบเข่าจนถึงเนื้อกระดูก ทำให้เกิดอาการเจ็บปวด บางกรณีข้อเข่าอาจมีการซ่อมแซมตัวเอง และพอกตัวหนาขึ้น เกิดเป็นกระดูกงอกขรุขระขึ้นภายในข้อทำให้การเคลื่อนไหวติดขัดและมีเสียงดัง ผู้ป่วยที่มีอาการมากหมายถึง กระดูกงอกผิดปกติ หรือมีการสึกกร่อนไปมาก จะทำให้ขาโก่งเข้าด้านใน หรือเกบิดออกนอก ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้การรับน้ำหนักของข้อเข่าผิดปกติได้ ส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมจะเป็นผู้สูงอายุ และเพศหญิงมีโอกาสเกิดโรคข้อเข่าเสื่อมมากกว่าเพศชาย
  • ข้ออักเสบเรื้อรัง โรคที่พบบ่อย คือ ข้ออักเสบรูมาตอยด์ โดยข้ออักเสบเรื้อรังจะทำให้เยื่อหุ้มข้ออักเสบหนาตัวขึ้น มีการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงข้อมากขึ้นทำให้เข่าบวมแดง เมื่อมีการอักเสบนานจะทำให้ส่วนกระดูกถูกทำลาย
  • ข้ออักเสบจากอุบัติเหตุ อุบัติเหตุเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้กระดูกอ่อนผิวข้อถูกทำลาย จากแรงกระแทกที่รุนแรง หรือจากการแตกร้าวของกระดูกและกระดูกอ่อนเป็นผลให้ผิวข้อเสียไม่เรียบ

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าคืออะไร?

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมซึ่งผิวข้อสึกหรอไปมาก รักษาด้วยวิธีอื่นๆ แล้วไม่ประสบผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานยา หรือการทำกายภาพบำบัด

แพทย์จะผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าโดยการนำผิวกระดูกอ่อนที่เสื่อมสภาพแล้วออก หลังจากนั้นจะนำข้อเข่าเทียมซึ่งทำจากโลหะและโพลีเอทิลีนมาใส่แทนที่ ยึดด้วยซีเมนต์พิเศษแล้วจัดแกนขาที่ผิดรูปให้กลับมาตรงดังเดิมโดยจะใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1.30 - 2 ชั่วโมง ต่อการผ่าตัด 1 ข้าง ภายหลังจากการผ่าตัดผู้ป่วยจะสามารถเคลื่อนไหวข้อเข่าและลงน้ำหนักได้ตามปกติ หรือใกล้เคียงปกติและเดินได้ไกลมากขึ้น

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีกี่ชนิด

ข้อเข่าเทียมมีหลายชนิดขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของโรค โดยแบ่งชนิดของข้อเข่าเทียมได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

  • ข้อเข่าเทียมแบบเปลี่ยนผิวข้อเฉพาะบางส่วน แบ่งได้ 2 รูปแบบ
    • ข้อเข่าเทียมแบบซีกเดียว (Unicompartmental Knee Arthroplasty) ใช้ทดแทนผิวข้อที่สึกเพียงด้านใดด้านหนึ่ง พบมากในผู้ป่วยที่มีอาการปวดเข่าด้านในเพียงด้านเดียวและแกนขาไม่โก่งมาก แพทย์จะนำผิวกระดูกที่เสื่อมสภาพออกไปแล้วใช้ข้อเข่าเทียมชนิดซีกเดียวเปลี่ยนให้
    • ข้อเข่าเทียมแบบสองซีก (Bicompartmental Knee Arthroplasty) เป็นข้อเข่าเทียมที่ใช้เปลี่ยนผิวข้อทางด้านในและลูกสะบ้า เหมาะจะใช้ในผู้ป่วยที่มีผิวข้อเสื่อมทางด้านในและผิวลูกสะบ้าสึกหรอ มีแกนขาโก่งไม่มาก และผิวข้อทางด้านนอกปกติ
  • ข้อเข่าเทียมแบบเต็มข้อ (Total Knee Arthroplasty) ใช้ในผู้ป่วยที่มีอาการข้อเสื่อมรุนแรงมากๆ โดยอาการปวดเข่าทั่วทั้งเข่าและแกนขาผิดรูปมาก แพทย์จะนำผิวข้อที่เสื่อมแล้วออกทั้งหมด แล้วทดแทนด้วยข้อเข่าเทียมแบบเต็มข้อ

เมื่อไรต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า?

ข้อเข่าเทียมที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันมีอายุการใช้งานโดยเฉลี่ยประมาณ 20-25 ปีแล้วจะเริ่มเสื่อมสภาพ แพทย์จึงมักพิจารณาผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมให้เฉพาะผู้ป่วยที่มีอายุค่อนข้างมาก เนื่องจากการเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมในผู้ป่วยที่อายุน้อยซึ่งยังมีการเคลื่อนไหวและใช้ข้อเข่ามาก จะทำให้ข้อเข่าเทียมสึกหรอเร็วและมีอายุการใช้งานที่สั้นลง โดยการผ่าตัดเปลี่ยนซ้ำอาจให้ผลการรักษาไม่ดีเหมือนครั้งแรกทั้งยังใช้เวลาในการพักรักษาตัวนานกว่า

นอกจากนี้แพทย์จะเลือกผ่าตัดเปลี่ยนผิวข้อเข่าเทียมในผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีรับประทานยาและการรักษาทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูมาอย่างเต็มที่แล้วอาการไม่ดีขึ้น โดยสรุปแล้วผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า คือ

  • ผู้ป่วยสูงอายุที่มีข้อเข่าเสื่อมในระยะสุดท้าย
  • ผู้ป่วยที่ต้องรับประทานยาแก้ปวดต่อเนื่องกันทุกวัน
  • ผู้ที่มีอาการปวดมากจนรบกวนการดำเนินชีวิตประจำวัน
  • ผู้ที่ทดลองรักษาด้วยวิธีอื่นทั้งหมดแล้วไม่ประสบความสำเร็จ

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

การผ่าตัดเปลี่ยนเข่าเทียมเป็นการผ่าตัดทั่วไปที่ผู้ป่วยส่วนมากมักไม่ประสบกับภาวะแทรกซ้อนใดๆ แต่ก็มีความเสี่ยงอยู่เช่นกัน โดยภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นมีดังนี้

  • การติดเชื้อที่บาดแผลซึ่งต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ แต่หากมีการติดเชื้อลึก อาจต้องผ่าตัดเพิ่มเติม
  • มีเลือดไหลเข้าในข้อต่อเข่า
  • เอ็นยึด เส้นเลือด หรือเส้นประสาทบริเวณที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเสียหาย
  • อาจมีลิ่มเลือด หรือภาวะเส้นเลือดดำที่ขาตีบขอด (DVT) ทำให้เคลื่อนไหวขาในช่วงสัปดาห์แรกๆ หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าทำได้น้อยลง
  • มีอาการเจ็บในข้อเข่า หรือชารอบบาดแผล
  • มีการแตกร้าวของกระดูกรอบข้อต่อเทียมระหว่าง หรือหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า
  • มีกระดูกยื่นออกรอบข้อเข่าเทียมจนจำกัดการเคลื่อนไหวของเข่า
  • มีแผลเป็นรอบข้อต่อเทียมจนจำกัดการเคลื่อนไหวของเข่า
  • กระดูกสะบ้าเคลื่อน
  • อาจมีอาการแพ้ซีเมนต์กระดูกที่ใช้ในกระบวนการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าได้

ข้อห้ามในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

  • ผู้ที่มีการติดเชื้อในเข่า และยังรักษาไม่หายขาด
  • ผู้ที่มีการติดเชื้อบางอย่างในร่างกาย เช่น ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อในช่องปาก เป็นต้น
  • ผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อมร่วมกับกล้ามเนื้อต้นขาอ่อนแรง เนื่องจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมไม่สามารถแก้ไขภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ ผู้ป่วยจะไม่สามารถใช้งานขาได้ กรณีนี้จำเป็นต้องรักษาด้วยแนวทางอื่น
  • ผู้ที่มีข้อเข่าเสื่อมร่วมกับการสูญเสียการทำงานของเส้นประสาทรับความรู้สึก ผู้ป่วยกลุ่มนี้ไม่รู้สึกเจ็บที่เข่า แต่การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามีจุดประสงค์คือ ลดอาการบาดเจ็บจึงไม่จำเป็นต้องผ่า นอกจากนี้การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมในผู้ป่วยกลุ่มนี้มีโอกาสประสบความไม่สำเร็จสูงนัก เช่น ข้อเทียมหลวมก่อนเวลา มีโอกาสที่ข้อเทียมติดเชื้อสูง เป็นต้น

ระยะเวลาฟื้นตัวหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

ระยะเวลาการฟื้นตัวหลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าจะแตกต่างกันตามวิธีการผ่าตัด ซึ่งมี 3 รูปแบบหลักๆ คือ

  • ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบมาตรฐานดั้งเดิม (Standard Total Knee Arthroplasty) ผู้ป่วยจะลุกเดินได้ภายใน 4 – 7 วันหลังการผ่าตัด และต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 7-14 วัน
  • ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบแผลเล็ก (เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อย) (Minimally Invasive Surgery-Total Knee Arthroplasty: MIS-TKA) ผู้ป่วยจะลุกเดินได้ภายใน 1-2 วันหลังผ่าตัด และต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 3-7 วันหลังผ่าตัด
  • ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแบบแผลเล็กโดยใช้คอมพิวเตอร์นำร่อง (Computer Assisted-Minimally Invasive Total Knee Arthroplasty: CAS-MIS-TKA) ผู้ป่วยจะลุกเดินได้ภายใน 1-2 วันหลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า และต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาลประมาณ 3-7 วันหลังผ่าตัด วิธีนี้ผู้ป่วยจะเสียเลือดน้อยกว่า ฟื้นตัวเร็วกว่า แต่ค่าใช้จ่ายก็สูงกว่าเช่นกัน

ระหว่างพักฟื้นที่โรงพยาบาล นักกายภาพบำบัดจะให้คุณฝึกออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้เข่า โดยต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของนักกายภาพอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนหรือการเคลื่อนของข้อต่อใหม่

หลังผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าอาจมีอาการไม่สบายเนื้อสบายตัวขณะเดิน หรือออกกำลังกายบ้าง และอาจมีอาการบวมที่ขาและเท้าซึ่งเป็นภาวะปกติหลังการผ่าตัด

ทั้งนี้การลุกขึ้นยืน หรือเดินในช่วงแรกๆ อาจต้องใช้เครื่องช่วยพยุง แต่หลังจากผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าประมาณ 6 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็จะสามารถเดินได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้เครื่องช่วยพยุงใดๆ รวมทั้งสามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ เช่น ทำงานบ้านเบาๆ ขับรถ เดินทางไปทำงาน (ขึ้นอยู่กับประเภทของงานด้วย) มีเพศสัมพันธ์ ฯลฯ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของแต่ละบุคคลด้วย หลังจากที่คุณฟื้นตัวแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการยืนนานๆ เคลื่อนไหวแรงๆ หรือเล่นกีฬาหนักๆ ที่อาจทำให้หกล้มได้

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าอื่นๆ

มีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมรูปแบบอื่นๆ อีกมากมายขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัย เพื่อรักษาอย่างเหมาะสม ดังนี้

  • การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อตัดเล็มและชะล้างเนื้อเยื่อ ใช้กล้องขนาดเล็กสอดเข้ารอยกรีดที่เข่า โดยแพทย์จะใช้น้ำเกลือล้างเศษกระดูก หรือกระดูกอ่อนออกไป กระบวนการนี้จะไม่แนะนำให้ทำกับผู้ที่มีปัญหาข้ออักเสบรุนแรง
  • การผ่าตัดเพื่อรักษาความบกพร่องของกระดูกอ่อน แพทย์จะสร้างรูขนาดเล็กที่พื้นผิวเหนือกระดูกก่อนใช้ไม้ขุดลึกลงไปเพื่อกระตุ้นการเติบโตของกระดูกอ่อน เหมาะสำหรับผู้ที่มีความเสียหายทางกระดูกอ่อนเล็กน้อย แต่กระบวนการนี้ก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์เชิงลึก อีกทั้งผลลัพธ์ก็ไม่ดีเท่าการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าสำหรับผู้ที่มีภาวะข้ออักเสบรุนแรง
  • การผ่าตัดเปลี่ยนแนวกระดูก ศัลยแพทย์จะกรีดเปิดกระดูกแข้งเพื่อจัดเรียงตำแหน่งกระดูกใหม่ จุดมุ่งหมายเพื่อให้การลงน้ำหนักไม่ส่งผลโดยตรงกับข้อเข่าที่เสียหายเป็นกระบวนการที่ใช้กับผู้ที่มีปัญหาข้ออักเสบที่มีอายุน้อย เพราะการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่ามีข้อจำกัดและเหมาะกับผู้ที่มีอายุมาก ดังที่กล่าวไปข้างต้น
  • การปลูกถ่ายเซลล์กระดูกอ่อน (ACI) แพทย์จะนำเซลล์กระดูกอ่อนของคุณไปเลี้ยงในหลอดทดลองและนำกลับเข้าไปยังตำแหน่งอวัยวะที่เสียหาย มักใช้กับกรณีบาดเจ็บที่เข่ามากกว่าการรักษาโรคข้ออักเสบ
  • การผ่าตัดเปลี่ยนกระดูกอ่อน เป็นการโยกย้ายกระดูกอ่อนส่วนหนึ่งพร้อมกับกระดูกบางส่วนของข้อเข่าอีกข้างมาซ่อมแซมพื้นผิวที่เสียหาย

วิธีป้องกันข้อเข่าเสื่อม ป้องกันก่อนต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า

แม้การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าจะถือว่า เป็นแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แต่การดูแลตัวเองเพื่อป้องกันข้อเข่าเสื่อมก็ถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่ามาก ดังนั้นเมื่อเริ่มมีอาการของข้อเข่าเสื่อมในระยะต้นๆ คุณสามารถดูแลรักษาตัวเองควบคู่ไปกับการรักษาโดยแพทย์ได้โดยการปฏิบัติด้วยวิธีง่ายๆ ดังต่อไปนี้

  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจะช่วยชะลอการเสื่อมของข้อเข่าได้
  • หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหว หรือท่านั่งบางอย่าง เช่น นั่งยอง คุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธิ ซึ่งข้อเข่ามีการงอพับทำให้เข่าต้องรับแรงกดมากจึงทำให้อาการของโรคเพิ่มขึ้นได้
  • ใช้ไม้เท้าช่วยเดินเวลาที่มีอาการปวดมากและต้องเดินไกลๆ ไม้เท้าจะช่วยแบ่งน้ำหนักที่มาลงบริเวณข้อเข่า
  • ถ้ามีอาการปวด สามารถรับประทานยาแก้ปวด หรือยาที่แพทย์จ่ายให้เป็นครั้งคราวเพื่อบรรเทาอาการได้ แต่ไม่ควรรับประทานต่อเนื่องยาวนาน 1-2 สัปดาห์ เพราะอาจมีผลข้างเคียงบางอย่างได้
  • หมั่นออกกำลังบริหารกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า และกล้ามเนื้อต้นขา

ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าได้ที่ไหน ราคาประมาณเท่าไร

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า จำเป็นต้องกระทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาด อาจส่งผลร้ายแรงตามมาได้ ดังนั้นผู้ป่วยจึงต้องศึกษารายละเอียดให้รอบคอบ และควรผ่าตัดกับโรงพยาบาลรัฐ หรือเอกชนที่ได้มาตรฐานสากล โดยราคาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่านั้น อยู่ที่ประมาณ 100,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับแต่ละโรงพยาบาล

ตรวจสอบแพ็คเกจผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าจากโรงพยาบาลชั้นนำ คลิก

ที่มาของข้อมูล

โรงพยาบาลกรุงเทพ. การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (TOTAL KNEE REPLACEMENT) (https://www.bangkokhospital.com/th/disease-treatment/total-knee-replacement))

Thaijoints, ข้อเข่าเทียม (https://www.thaijoints.com/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1)

Rama Channel, ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม และลดเสี่ยงติดเชื้อหลังผ่าตัด (https://med.mahidol.ac.th/ramachannel/home/article/%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97/0), 3 สิงหาคม 2561

ขอบคุณที่อ่านค่ะ คุณคิดว่าข้อมูลนี้เป็นประโยชน์กับคุณแค่ไหนคะ
(1 ดาว - น้อย / 5 ดาว - มาก)

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


แนบไฟล์ (รูปหรือวีดีโอ)
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ

คำตอบที่คุณจะได้เป็นเพียงความเห็นจากแพทย์ ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยโรค โปรดพบแพทย์ที่สถานพยาบาลเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง เหตุฉุกเฉิน โทร. 1669

รับทราบและถามคำถาม
ดูในแอป