เด็กวัยเรียน

การศึกษากล่าวว่าเด็กนักเรียนอนุบาลกำลังถูกคาดหวังให้ช่วยเหลือตัวเองเร็วเกินไป

ทำไมการมุ่งเน้นเรื่องวิชาการมากกว่าการเข้าสังคมในเด็กจึงเป็นนโยบายที่ไม่เหมาะสม
อัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ พ.ค. 3, 2018 ประมาณเวลาการอ่าน: 3 นาที
การศึกษากล่าวว่าเด็กนักเรียนอนุบาลกำลังถูกคาดหวังให้ช่วยเหลือตัวเองเร็วเกินไป

เมื่อเราพูดถึงความคาดหวังต่อเด็กเล็กในโรงเรียนเตรียมอนุบาลและอนุบาลปัจจุบัน คำนิยามที่อาจจะได้นั้นอาจจะเป็นสิ่งที่มากและเร็วเกินไป ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวโน้มของโรงเรียนอนุบาลหรือแม้กระทั่งเตรียมอนุบาลเป็นไปในแนวของการใช้เวลากับทางด้านวิชาการมากกว่าการพัฒนาทักษะการเข้าสังคมและอารมณ์ผ่านการเล่นแบบอิสระและกิจกรรมอื่น ๆ มีการศึกษาที่พบว่าเด็กอนุบาลในปัจจุบันก็คือชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 แบบใหม่ และเด็กนักเรียนในโรงเรียนอนุบาลและประถมศึกษาตอนต้นกำลังมีการบ้านมากเกินกว่าที่ควรจะเป็นและรู้สึกเครียด

 

แต่สำหรับเด็กเตรียมอนุบาลและอนุบาลหลายคน การกระโดดเข้าไปสู่ด้านวิชาการโดยไม่ได้ใช้เวลากับการเข้าสังคมนั้นก็เหมือนกับการเข็นรถไปก่อนม้า

 

ผลที่เกิดจากการทำงานที่มากขึ้นและการเล่นที่ลดลง

 

น่าแปลกใจที่การลดเวลาเล่นลงและเพิ่มเวลาในการเรียนนั้นอาจจะเป็นการขัดขวางการเรียนรู้ของเด็กมากกว่าการส่งเสริมทักษะทางวิชาการ อ้างอิงจากการศึกษาโดยนักวิจัยจาก Michigan State University เมื่อเดือนตุลาคม 2016 มีเด็กเล็กหลายคนที่อาจยังไม่พร้อมสำหรับทักษะยาก ๆ เช่น การควบคุมตัวเอง จนกว่าจะโตขึ้นประมาณชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ขึ้นไป  ซึ่งทักษะนี้เป็นทักษะที่จะช่วยส่งเสริมให้เด็กพัฒนาทั้งทางด้านสังคมและอารมณ์

 

การมุ่งเน้นด้านวิชาการมากกว่าการสร้างเครื่องมือให้เด็กฝึกฝนการควบคุมตนเองอาจจะขัดขวางการเรียนรู้ของพวกเขา เนื่องจากการศึกษาพบว่าการควบคุมตนเองนั้นมีความเชื่อมโยงกับความสำเร็จในด้านวิชาการ มีทักษะการเข้าสังคมที่ดีกว่า พัฒนาการด้านภาษาดีขึ้นและยังมีผลดีอีกมากมายในการเรียนและการใช้ชีวิต

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ Bowles แห่งภาควิชาการพัฒนามนุษย์และครอบครัว Michigan State University หนึ่งในผู้ทำการศึกษา ได้กล่าวโดยสรุปไว้ว่าถึงแม้เด็กบางคนอาจจะสามารถควบคุมตัวเอง ทำตามคำสั่ง และพร้อมที่จะเรียนในห้องเรียน แต่อีกหลายคนอาจไม่สามารถพัฒนาทักษะเหล่านี้ขึ้นมาได้เมื่ออายุมากขึ้น

 

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์กล่าวไว้ว่าอย่างไร ?

 

นักวิจัยจาก Michigan State ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากการศึกษา 3 ชิ้นที่วัดการพัฒนาของการควบคุมตนเองในเด็กอายุระหว่าง 3-7 ปี งานวิจัยได้ทำการประเมินเด็กทั้งหมด 1,386 คนที่มีที่มาต่างกัน (ทางด้านฐานะ เชื้อชาติ และอื่น ๆ ) เกี่ยวกับเรื่องการควบคุมพฤติกรรม โดยวัดจากการเล่นเกม “Head, Toes, Knees and Shoulders” (ตัวอย่างเช่น หากบอกให้แตะที่หัว พวกเขาก็ต้องแตะที่นิ้วเท้าแทน) เกมนี้จะวัดหลายทักษะที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมตนเอง ซึ่งรวมถึงความสามารถในการหยุดพฤติกรรมที่ต้องการจะทำและทำตามคำสั่ง, ความสามารถในการจำ การมีสมาธิ และความตื่นตัว

 

ผลลัพธ์ที่ได้นั้นค่อนข้างชัดเจนคือแม้ว่าเด็กเตรียมอนุบาลและอนุบาลบางคนจะเริ่มสามารถควบคุมตัวเองได้ แต่เด็กคนอื่น ๆ ก็ยังไม่พร้อมสำหรับเรื่องนี้ Dr.Bowles กล่าวว่าสามารถแบ่งเด็ก ๆ ออกได้เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่พัฒนาเร็ว (คนที่สามารถทำตามคำสั่งและพร้อมที่จะเรียนรู้ในชั้นเรียน) พัฒนาได้ปานกลาง (ในช่วงแรกอาจจะเรียนรู้ช้าแต่ต่อมาจะทำได้ดีขึ้นเมื่อเข้าสู่ชั้นอนุบาล) และกลุ่มพัฒนาภายหลัง (คือเด็กที่มีปัญหาและไม่สามารถควบคุมตนเองเพื่อให้รับทักษะทางวิชาการได้)

 

Dr, Bowles ยังกล่าวอีกว่า ผลการแบ่งกลุ่มนี้เป็นเหมือนกันในการศึกษาทั้ง 3 ชิ้นซึ่งน่าประทับใจมาก

 

ทิ้งท้าย

 

แล้วนี่หมายความว่าอะไรสำหรับพ่อแม่ ? มีบางอย่างที่สำคัญที่พ่อแม่ควรรู้จากการศึกษานี้

 

  • เด็กเตรียมอนุบาลหรือแม้กระทั่งอนุบาลซึ่งในอดีตเคยเป็นช่วงเวลาได้พบปะเพื่อนและคุณครูระหว่างที่พัฒนาทักษะด้านสังคมและอารมณ์ แต่ในปัจจุบันมีการมุ่งเน้นไปที่วิชาการมากขึ้นทำให้มีเวลาในการพัฒนาทักษะเหล่านี้น้อยลง
  • เด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะยังไม่พร้อมในการพัฒนาทักษะการควบคุมตนเอง การศึกษาพบว่ามีเด็ก 1/5 ของทั้งหมดในการศึกษาที่ไม่สามารถพัฒนาทักษะด้านการควบคุมตัวเองได้สำเร็จในชั้นเตรียมอนุบาล
  • การเน้นด้านวิชาการตั้งแต่วัยเด็กหมายความว่าเด็กหลายคนจะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ได้ และถึงแม้ว่าการสอน ABC ให้กับเด็กเล็กและคาดหวังว่าพวกเขาจะพร้อมทั้งทางด้านอารมณ์และสังคมในการเข้าชั้นเรียนนั้นจะไม่ใช่เรื่องผิด แต่ก็ทำให้เด็กหลายคนถูกทอดทิ้ง การพัฒนาด้านวิชาการนั้นควรจะสมดุลกับเวลาที่ใช้เล่นและเข้าสังคม
  • พ่อแม่สามารถมีส่วนในการส่งเสริมการพัฒนาเรื่องการควบคุมตนเองในเด็กได้โดยการพาลูก ๆ ไปอยู่ในสถานการณ์ทางสังคมที่แตกต่างกัน เช่น การเล่น play dates กับเพื่อน การพาไปพิพิธภัณฑ์หรือสถานที่เรียนรู้อื่น ๆ และใช้เวลาร่วมกันในครอบครัว

พ่อแม่สามารถส่งเสริมให้ลูกแสดงมารยาทที่ดีและมีน้ำใจได้เมื่อปฏิบัติต่อคนอื่น แสดงให้พวกเขาเห็นถึงวิธีการที่จะเป็นคนมีน้ำใจและเป็นอาสาสมัคร รวมทั้งเรียนรู้คุณค่าของการเอาใจเขามาใส่ใจเรา พ่อแม่สามารถหยุดพฤติกรรมแย่ ๆ ได้เมื่อพบเห็นและอธิบายเพื่อหาทางออกที่ดีให้กับเด็กในการจัดการกับความหงุดหงิดหรืออุปสรรค และยังสามารถส่งเสริมให้เด็กพูดเมื่ออยู่ที่โต๊ะอาหารเย็นและเรียนรู้ทักษะที่สำคัญ เช่น เรียนรู้ที่จะรอให้ถึงตาของตัวเองแล้วจึงพูด, การฟังผู้อื่น และเคารพหากไม่เห็นด้วย

ถามหมอ

เราจะไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลของคุณ


ลบไฟล์
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) *
เช่น ประวัติการรักษา รูปของอาการ (ถ้ามี) ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
* ไม่ต้องห่วง! เราเก็บไฟล์ของคุณเป็นความลับ มีแค่คุณกับคุณหมอเท่านั้นที่เห็นไฟล์ได้ค่ะ
ส่งข้อมูล

วันนี้คุณอยากจะถามคุณหมอแบบไหน

@question.title

ถามปกติ ได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

ค่าบริการ 100 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 24 ชั่วโมง โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

ถามด่วน ได้คำตอบภายใน 60 นาที

ค่าบริการ 200 เหรียญ

คุณหมอตอบภายใน 60 นาที โดยคุณจะได้รับอีเมลแจ้ง เมื่อคุณหมอตอบแล้ว

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 60 นาที เราคืนเหรียญให้ 100 เหรียญและคำถามจะถูกปรับเป็นคำถามปกติ ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 24 ชั่วโมง

หากคุณหมอไม่ตอบภายใน 24 ชั่วโมง เราคืนเหรียญให้ทั้งหมด (ไม่คิดค่าบริการ)

คำถามของคุณจะถูกแสดงผลเป็นคำถามแรกๆ บนหน้าถามหมอเป็นเวลา 2 วัน ซึ่งเพิ่มโอกาสให้คุณได้รับความคิดเห็นจากคุณหมอท่านอื่น

ต้องการไป รพ. ใช่มั้ย?

จองคิว 24 ชม. ล่วงหน้า ประหยัดเวลาคุณรอคิวไปหลายชั่วโมง จองเลย

ถ้าไม่มีโรงพยาบาลที่คุณต้องการ เพิ่มโรงพยาบาลที่นี่